ซูเราะฮฺ        อายะหฺ   
         เลือกซูเราะฮฺ และ/หรืออายะหฺ ที่ต้องการ
คำ,วลี,ข้อความ   
         กรุณาป้อน คำ, วลี หรือบางส่วนของข้อความ ที่ต้องการค้นหา


9. ซูเราะฮฺ อัต-เตาบะฮฺ (At-Touba)

100. บรรดาบรรพชนรุ่นแรกในหมู่ผู้อพยพ(ชาวมุฮาญิรีนจากมักกะฮ์) และในหมู่ผู้ให้ความช่วยเหลือ(ชาวอันศัอรจากมะดีนะฮ์)(*1*) และบรรดาผู้ดำเนินตามพวกเขาด้วยการทำดีนั้น อัลลอฮ์ทรงพอพระทัยในพวกเขา และพวกเขาก็พอใจในพระองค์ด้วย และพระองค์ทรงเตรียมไว้ให้พวกเขาแล้ว ซึ่งบรรดาสวนสวรรค์ที่มีแม่น้ำหลายสายไหลผ่านอยู่เบื้องล่างพวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาลนั่นคือชัยชนะอันใหญ่หลวง

(1)  มีรายงานจากอัชชะอ์บียว่า บรรดาบรรพชนรุ่นแรกในหมู่พวกมุฮาญิรีนและพวกอัลศ้อรนั้นคือ บรรดาผู้ที่ทำสัตยาบัน บัยอะฮ์อัรริฏวาน และกล่าวกันอีกว่าคือบรรดาผู้ที่ทำละหมาดโดยหันไปสู่สองกิบลัตที่กล่าวมานี้ บรรดาศอฮาบะฮ์ทั้งหมดหมายถึงบรรดาบรรพชนรุ่นแรก ที่อพยพจากนครมักกะฮ์ไปสู่นครมะดีนะฮ์ และบรรดาผู้ที่ทำให้ความช่วยเหลือที่เป็นชาวมะดีนะฮ์อัสสลัฟ = หมายถึงบรรพชนในช่วง 3 ศตวรรษแรกของฮิจเราะฮ์ศักราช

101. และส่วนหนึ่งจากผู้ที่พำนักอยู่รอบๆ พวกท่านที่เป็นอาหรับชนบทนั้น เป็นพวกกลับกลอก และในหมู่ชาวมะดีนะฮ์ก็เช่นเดียวกัน พวกเขาเหล่านั้นดื้อรั้นในการกลับกลอก เจ้า(มุฮัมมัด) ไม่รู้จักธาตุแท้ของพวกเขาดอก เรา(อัลลอฮ์) รู้จักพวกเขาดี เราจะลงโทษพวกเขาสองครั้ง(*1*) แล้วพวกเขาจะถูกนำกลับไปสู่การลงโทษอันยิ่งใหญ่ต่อไป(*2*)

(1)  คือจะได้รับการลงโทษในโลกดุนยาด้วยการถูกฆ่า และถูกจับเป็นเฉลย เมื่อตายไปก็จะได้รับการทรมาณในหลุมฝังศพ
(2)  ในส่วนโลกอาคิเราะฮ์ก็จะถูกนำไปสู่การทรมาณในนรกญะฮันนัน

102. และมีชนกลุ่มอื่นที่สารภาพความผิดของพวกเขา โดยที่พวกเขาประกอบกรรมดีปะปนไปกับงานที่ชั่ว(*1*) หวังว่าอัลลอฮ์จะทรงอภัยโทษให้แก่พวกเขา แท้จริงอัลลอฮ์นั้นคือ ผู้ทรงอภัยโทษผู้ทรงเอ็นดูเมตตาเสมอ

(1)  อายะฮ์นี้ถูกประทานลงมาโดยเฉพาะเกี่ยวกับชาย10คนที่ไม่ได้ออกไปร่วมรบในสมรภูมิตะบู๊ก ในจำนวน10 คนนี้ มีเจ็ดคนทรมานตนด้วยการมัดตนเองเข้ากับเสามัสยิด อันเป็นการสารภาพผิด และหวังว่าท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮ์อะลัยฮิวะซัลลัมจะอภัยให้แก่พวกเขา ต่อท่านร่อซูลศ็อลลัลลอฮ์อะลัยฮิวะซัลลัม ไม่ได้ให้ความสนใจต่อการกระทำของพวกเขา อัลลอฮ์ตะอาลา จึงได้ทรงประทานอายะฮ์นี้ลงมา

103. (มุฮัมมัด) เจ้าจงเอาส่วนหนึ่งจากทรัพย์สมบัติของพวกเขาเป้นทาน เพื่อทำให้พวกเขาบริสุทธิ์ และล้างมลทินของพวกเขาด้วยส่วนตัวที่เป็นทานนั้น(*1*) และเจ้าจงขอพรให้แก่พวกเขาเถิด เพราะแท้จริงการขอพรของพวกเจ้านั้น ทำให้เกิดความสุขใจแก่พวกเขา และอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงรอบรู้

(1)  ชายเจ็ดคนหลังจากถูกปล่อยเป็นอิสระแล้วรู้สึกสำนักผิด แล้วมีความประสงค์ที่จะล้างมลทินด้วยการบริจาคทาน จึงไปหาท่านร่อซูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุอะลับฮิวะซัลลัม พร้อมด้วยเงินจำนวนหนึ่ง โยหวังว่าการบริจาคทานแก่คนยากคนจนนั้น จะช่วยชำระล้างการกระทำในอดีต และได้รับการอภัยโทษจากอัลลอฮ์ ตะอาลา ก็เป็นได้พระองค์จึงได้ประทานอายะฮ์นั้นลงมา

104. พวกเขาไม่รู้ดอกหรือว่า แท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงรับการสำนึกผิดจากปวงบ่าวของพระองค์ และทรงรับบรรดาสิ่งที่เป็นทาน(ศ่อดะเกาะฮ์) และแท้จริงอัลลอฮ์นั้นคือ ผู้ทรงอัยโทษ ผู้ทรงเมตตาเสมอ

105. จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด) ว่า “พวกท่านจงทำงานเถิด แล้วอัลลอฮ์จะทรงเห็นการงานของพวกท่าน และร่อซูลของพระองค์และบรรดามุอ์มินก็จะเห็นด้วย และพวกท่านจะถูกนำกลับไปยังพระผู้ทรงรอบร็ในสิ่งเร้นลับและสิ่งเปิดเผยแล้วพระองค์จะทรงแจ้งแกาพวกท่าน ในสิ่งที่พวกท่านทำไว้”

106. และมีชนอีกกลุ่มหนึ่ง(*1*) ที่ยังรอคำบัญชาของอัลลออ์ พระองค์อาจจะทรงลงโทษพวกเขาและพระองค์ก็อาจจะทรงอภัยโทษให้แก่พวกเขาและอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณ

(1)  ชนกลุ่มนี้ อิบนุอับบาสกล่าวว่า มีจำนวน 3 คน คือ กะอุบ อิบนุมาลิก ฮิลาล อิบนุอุมัยยะฮ์ และมุรอเราะฮ์ อิบนุอัรร่อบีอ์ ชายสามคนนี้ได้รีบเร่งไปหาท่านร่อซูลุลลอฮ์ได้ห้ามบรรดาศ่อฮาบะฮ์มิให้เข้าไปสังสรรค์และกล่าวสลามแก่ชาย 3 คน ทั้งนี้จนกว่าอัลลอฮ์จะทรงตัดสินชี้ขาดในเรื่องของพวกเขา

107. และบรรดาผู้ที่ยึดเอามัสยิดหลังหนึ่งเพื่อก่อให้เกิดความเดือดร้อนและปฉิเสธศรัทธาและก่อให้เกิดการแตกแยกระหว่างบรรดามุอ์มินด้วยกัน และเป็นแหล่งส้องสุมสำหรับผู้ที่ทำสงครามต่อต้านอัลลอฮ์และร่อซุลของพระองค์มาก่อนและแน่นอนพวกเขาจะสาบานว่า เราไม่มีเจตนาอื่นใดนอกจากที่ดี และอัลลอฮ์นั้นทรงเป็นพยานยืนยันว่า แท้จริงพวกเขานั้นเป็นพวกกล่าวเท็จอย่างแน่นอน

108. เจ้าอย่าไปร่วมยืนละหมาดในมัสยิดนั้นเป็นอันขาด แน่นอน มัสยิดที่ถูกวางรากฐานบนความยำเกรงตั้งแต่วันแรกนั้นสมควรอย่างยิ่งที่เจ้าจะเข้าไปยืนละหมาดในนั้น เพราะในมัสยิดนั้นมีคณะบุคคลที่ชอบจะชำระตัวให้บริสุทธิ์ และอัลลอฮ์นั้นทรงรักบรรดาผู้ที่ชำระตัวให้สะอาดบริสุทธิ์อยู่เสมอ

109. ผู้ที่วางรากฐานอาคารของเขาบนความยำเกรงต่ออัลลอฮ์ และบนความโปรดปรานนั้นดีกว่าหรือว่าผู้ที่วางรากฐานอาคารของเขาบนริมขอบเหวที่จะพังทลายลง แล้วมันก็พัง นำเขาลงไปในนรกและอัลลอฮ์นั้นจะไม่ชี้แนะทางแก่กลุ่มชนที่อธรรม

110. อาคารของพวกเขาที่ก่อสร้างขึ้นมานั้นยังคงเป็นที่ระแวงสงสัยอยู่ในจิตใจของพวกเขาจนกระทั่งวหัวใจเหล่านั้นจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ และอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณ

111. แท้จริงอัลลอฮ์นั้นได้ทรงซื้อแล้วจากบรรดาผู้ศรัทธา ซึ่งชีวิตของพวกเขาและทรัพย์สมบัติของพวกเขา โดยพวกเขาจะได้รับสวนสวรรค์เป็นการตอบแทน พวกเขาจะต่อสู้ในทางของอัลลอฮ์แล้วพวกเขาก็จะฆ่าและถูกฆ่า เป็นสัญญาของพระองค์เองอย่างแท้จริง ซึ่งมีอยู่ในคัมภีร์เตารอฮ์ อินญีล และกรุอาน และใครเล่าจะรักษาสัญญาของเขาให้ดียิ่งไปกว่าอัลลอฮ์ ดังนั้น พวกท่านจงชื่นชมยินดีในการขายของพวกท่านเถิด ซึ่งพวกท่านได้ขายมันไป และนั่นคือชัยชนะอันใหญ่หลวง

112. บรรดาผู้กลับเนื้อกลับตัว ผู้กระทำการอิบาดดะฮ์ ผู้กล่าวคำสรรเสริญ ผู้เดินทางเพื่อต่อสู้หรือแสวงหาวิชาความรู้(*1*)ผู้รุกัวะอ์(*2*) ผู้สุญูด(*3*) ผู้กำชับให้ทำความดี ผู้ห้ามปรามให้ละเว้นความชั่วและบรรดาผุ้รักษาขอบเขตของอัลลอฮ์และจงแจ้งข่าวดีแก่บรรดาผู้ศรัทธาเถิด

(1)  นักตัฟซีรบางคนให้ความหมายของคำว่า ฎอัซซาอิหูน” ว่า ผู้ถือศิลอด บางท่านให้ความหมายว่า ผู้ทำการสู้รบในทางของอัลลอฮ์ บางท่านก็ว่าหมายถึง ผู้อพยพหรือเดินทางเพื่อต่อสู้หรือแสวงหาวิชาความรู้
(2)  ลักษณะของผู้โค้งคำนับโดยเอามือทั้งสองจับหัวเข่าทั้งสอง
(3)  ลักษณะของผู้ก้มลงกราบกับพื้น โดยเอาหน้าผากและจมูกจรดพื้น และฝ่ามือทั้งสองจรดพื้น

113. ไม่บังควรแก่นะบีและบรรดาผู้ศรัทธาที่จะขออภัยโทษให้แก่พวกตั้งภาคี และแม้ว่าพวกเขาจะเป็นญาติใกล้ชิดกันก็ตาม ทั้งนี้หลังจากเป็นที่ประจักษ์แก่พวกเขาแล้ว แน่นอนพวกเหล่านั้นเป็นชาวนรก(*1*)

(1)  ขณะที่อะบูฏอลิบลุงของท่านนะบีใกล้จะสิ้นชีวิต ท่านนะบีได้เข้าไปเยี่ยม ขณะนั้นอะบูญะฮุล และอับดุลลอฮ์ อิบนุอะบีอุมัยยะฮ์นั่งรวมอยู่ด้วย ท่านนะบีได้กล่าวขึ้นว่า “โอ้คุณลุง” จงกล่าวคำว่า “ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮ์”แล้วฉันจะเป็นพยานให้แก่ท่าน ณ ที่อัลลอฮ์ อะบูญะอุล และอิบนุอะบัอุมัยยะฮ์ กล่าวสวนขึ้นทันทีว่า “โอ้อะบาฏอลิบ ท่านจะผินหลังให้แก่แนวทางของอัลดุลมุฏฏอลิบกระนั้นหรือ ?” ท่านนะบียังคงกล่าวข้อความนี้แก่ลุงของท่านในที่สุดอะบูฏอลิบได้กล่าวข้อความสุดท้ายขึ้นว่า “ฉันจะอยู่ในแนวทางของอับดุลมุฏฏอลิบ” โดยไม่ยอมกล่าวคำว่า“ลาอิลาฮะลลัลลอฮ์” ท่านนะบีจึงกล่าวว่า “วัลลอฮิ” ฉันจะขออภัยโทษต่ออัลลอฮ์ให้แก่ท่าน (หมายถึงอะบูฏอลิบ)ตราบใดที่ฉันไม่ถูกห้ามในการกระทำเช่นนั้น แล้วอัลลอฮ์ ตะอาลา จึงได้ประทานอายะฮ์ที่ 113 นี้ลงมา

114. และการขออภัยโทษของอิบรอฮีมให้แก่บิดาของเขามิได้ปรากฏขึ้น นอกจากเป็นสัญญาที่เขาได้ให้ไว้แก่บิดาของเขาเท่านั้น แต่เมื่อได้เป็นที่ประจักษ์แก่เขาแล้ว แท้จริงบิดาของเขาเป็นศัตรูของอัลลอฮฺ เขาก็ปลีกตัวออกจากบิดาของเขา แท้จริงอิบรอฮีมนั้นเป็นผู้อ่อนโยน และเป็นผู้มีขันติอดทน

115. และอัลลออ์นั้นจะไม่ทรงให้กลุ่มชนใดหลงผิด หลังจากที่พระองค์ได้ทรงชี้ทางที่ถูกต้องให้แก่พวกเขาแล้ว นอกจากจะป็นที่ประจักษ์แก่พวกเขา ซึ่งสิ่งที่พวกเขาจะยำเกรงเท่านั้น แท้จริงอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้ทุกสิ่ง

116. แท้จริงอัลลอฮ์นั้น อำนาจแห่งบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดินเป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์ พระองค์ทรงให้เป็น ทรงให้ตายและนอกจากอัลลอฮ์แล้วก็ไม่มีผู้คุ้มครองและผู้ช่วยเหลือใด ๆ สำหรับพวกท่าน

117. แท้จริงอัลลอฮ์ทรงอภัยโทษให้แก่ท่านนะบี ชาวมุฮาญิรีน และชาวอันศ้อรแล้ว ซึ่งเขาเหล่านั้นได้ปฏิบัติตามเขา (นะบี)ในยามคับขันหลังจากที่จิตใจของชนกลุ่มหนึ่งในพวกเขา เกือบจะหันเหออกจากความจริง แล้วพระองค์ก็ทรงอภัยโทษให้แก่พวกเขา แท้จริงพระองค์นั้นเป็นผู้ทรงเมตตา ผู้ทรงกรุณาอยู่เสมอ

118. และอัลลอฮ์ทรงอภัยโทษให้แก่ชายสามคน (คือ กะอุบ์ อิบนุมาลิก มุรอเราะฮ์ อิบนุ อัรร่อบีอ์ และฮิลาล อิบนุอุมัยยะฮ์) ที่ไม่ได้ออกไปสงคราม จนกระทั่งแผ่นดินได้คับแคบแก่พวกเขาทั้ง ๆ ที่มันกว้างใหญ่ไพศาล และตัวของพวกเขาก็รู้สึกอึดอัดไปด้วย แล้วพวกเขาก็คาดคิดกันว่าไม่มีที่พึ่งอื่นใดเพื่อให้พ้นจากอัลลอฮ์ไปได้ นอกจากกลับไปหาพระองค์ แล้วพระองค์ก็ทรงอภัยโทษให้พ้นจากอัลลอฮ์ไปได้ นอกจากกลับไปหาพระองค์ แล้วพระองค์ก็ทรงอภัยโทษให้แก่พวกเขา เพื่อพวกเขาจะได้กลับเนื้อกลับตัวสำนักผิดต่อพระองค์ แท้จริงอัลลอฮ์นั้นคือผู้ทรงอภัยโทษ ผู้ทรงเอ็นดูเมตตาเสมอ

119. โอ้ศรัทธาชนทั้งหลาย พึงยำเกรงอัลลอฮ์เถิด และจงอยู่อยู่ร่วมกับบรรดาผู้ที่พูดจริง

[ 1] [ 2] [ 3] [ 4] [ 5] [6] [ 7] [ Next]


Designed & Developed By Thai Islamic Global Net Team
Copyright (C) 2008 Alquran-Thai.Com All Rights Reserved