ซูเราะฮฺ        อายะหฺ   
         เลือกซูเราะฮฺ และ/หรืออายะหฺ ที่ต้องการ
คำ,วลี,ข้อความ   
         กรุณาป้อน คำ, วลี หรือบางส่วนของข้อความ ที่ต้องการค้นหา


9. ซูเราะฮฺ อัต-เตาบะฮฺ (At-Touba)

80. “เจ้าจงขออภัยโทษให้แก่พวกเขา(*1*)หรือไม่ก็จงอย่าขออภัยโทษให้แก่พวกเขา(*2*)หากเจ้าขออภัยให้แก่พวกเขาเจ็ดสิบครั้ง(*3*) อัลลอฮ์ก็จะไม่ทรงอภัยให้แก่พวกเขาเป็นอันขาด นั่นก็เพราะว่าพวกเขาได้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และร่อซูลของพระองค์ และอัลลอฮ์ จะไม่ทรงแนะนำกลุ่มชนที่ละเมิด”

(1)  คือถ้าเจ้าปรารถนาจะขออภัยโทษให้แก่พวกเขา ก็จงขอเถิด แต่ก็หาได้รับประโยชน์อันใดไม่
(2)  คือถ้าเจ้าไม่ปรารถนาก็จงอย่าขอให้เลย เพราะการขออภัยโทษให้หรือไม่นั้นย่อมได้ผลเท่ากัน คือพวกเขาไม่ได้รับการอภัยโทษ
(3)  หมายถึงจำนวนมากมายกล่าวคือ หากท่านนะบีจะขออภัยโทษพวกมุนาฟิกมากสักเท่าไรก็ตาม อัลลอฮ์จะไม่ทรงรับ อนึ่งหมายเลขเจ็ด หรือเจ็ดสิบนั้น เป็นหมายเลขที่แสดงจำนวนมาก

81. “บรรรดาผู้ที่ถูกปล่อยให้อยู่เบื้องหลัง(*1*)นั้นดีใจในการที่พวกเขานั่งอยู่เบื้องหลัง(*2*) ของร่อซูลุลลอฮ์ และพวกเขาเกลียดในการที่พวกเขาจะต่อสู้ด้วยทรัพย์ของพวกเขา และชีวิตของพวกเขาในทางของอัลลอฮ์ และพวกเขากล่าวว่า(*3*) ท่านทั้งหลายอย่าออกไปในความร้อนเลย จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ว่า ไฟนรกญะฮัมนัมนั้นร้อนแรงยิ่งกว่า(*4*)หากพวกเขาเข้าใจ”

(1)  คือมุนาฟิกกลุ่มหนึ่งถูกปล่อยไว้ให้อยู่ที่มะดีนะฮ์ เนื่องจากพวกเขาไม่ยอมออกไปยังตะบูก เพื่อทำสงครามต่อต้านศัตรูโดยอ้างเหตุผลต่าง ๆ บังหน้า
(2)  คือดีใจที่พวกเขามิได้ออกไปทำสงครามตะบูก เพราะนอกจากอากาศจะร้อนแล้ว ยังต้องเสี่ยงกับการเสียชีวิตด้วย คำว่า “เบื้องหลังของร่อซูล” นั้นหมายถึงนั่งอยู่ในบ้านโดยมิได้ออกไปกับร่อซูล
(3)  คือกล่าวแก่พวกมุนาฟิกด้วยกัน
(4)  หมายความว่า ถ้าทนความร้อนในโลกนี้ไม่ไหว ไฉนพวกเขาจึงทนไฟนรกได้ ทั้ง ๆที่ไฟนรกร้อนกว่าหลายพันหลายหมื่นกว่า

82. “พวกเขาหัวเราะแต่น้อย และจงร้องไห้มาก ๆ เถิด (*1*) ทั้งนี้เป็นการตอบแทนตามที่พวกเขาขวนขวาย(*2*)ไว้"

(1)  คือเมื่อพิจารณาถึงความผิดของพวกเขาที่จะได้รับการลงโทษแล้ว ก็สมควรแก่พวกเขาที่จะหัวเราะแต่น้อย และร้องไห้มาก ๆ ทั้งนี้เป็นการเสียใจในการกระทำของตน
(2)  กล่าวคือที่ที่พวกเขาจะถูกลงโทษนั้นก็มิใช่อื่นใด เป็นเพียงการตอบแทนตามที่พวกเขากระทำเท่านั้น

83. “หากอัลลอฮ์ไทรงให้เจ้ากลับไปยังกลุ่มหนึ่งในหมู่พวกเขา(*1*) แล้วพวกเขาจะขออนุมัติเจ้าเพื่อออกไป(*2*) ก็จงกล่าวเถิดว่า พวกท่านจะไม่ออกไปกับฉันตลอดกาล และจะไม่ต่อสู้ร่วมกับฉันซึ่งศัตรูใด ๆ เป็นอันขาด แท้จริงพวกท่านพอใจต่อการนั่งอยู่แต่ครั้งแรกแล้ว ดังนั้น จะนั่งอยู่กับบรรดาผู้ที่อยู่เบื้องหลัง(*3*)ต่อไปเถิด”

(1)  คือให้หมู่ผู้ที่หลีกเลี่ยงไม่ยอมออกไปทำสงครามตะบู๊ก
(2)  คืออกไปทำการต่อสู้ร่วมกับท่านนะบีครั้งใหม่ที่จะเกิดขึ้น
(3)  คือบรรดาผู้ที่หลีกเลี่ยงไม่ยอมออกไปทำสงคราม

84. “และเจ้า(*1*)จงอย่าละหมาดให้แก่คนใดในหมู่พวกเขาที่ตายไปเป็นอันขาด และจงอย่ายืนที่หลุมศพของเขาด้วย แท้จริงพวกเขานั้นได้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และร่อซูลของพระองค์ และพวกเขาได้ตายลง ขณะที่พวกเขาเป็นผู้ละเมิด”

(1)  หมายถึงท่านนะบี

85. “และจงอย่าให้ทรัพย์สมบัติของพวกเขาและลูก ๆของพวกเขา เป็นที่พึงใจแก่เจ้า แท้จริงอัลลอฮ์ ทรงต้องการที่จะลงโทษพวกเขาด้วยสิ่งเหล่านั้นในโลกนี้ และที่จะให้ชีวิตของพวกเขาออกจากร่างไป ขณะที่พวกเขาเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธาเท่านั้น”(*1*)”

(1)  กล่าวคือการที่พวกเขามีทรัพย์และมีลูก ๆ มากมายนั้นทำให้พวกเขาเข้าใจผิดว่า ที่พวกเขากระทำอยู่นั้นถูกต้องแล้ว พวกเขาจึงไม่คิดที่จะแก้ไขและพิจารณาตัวเอง ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงคงอยู่ในสภาพผู้ปฏิเสธศรัทธาต่อไปและเมื่อพวกเขาตายพวกเขาก็ย่อมตายในสภาพผู้ปฏิเสธศรัทธา และเมื่อนั้นแหละพวกเขาจะได้รับการลงโทษอย่างสาสมกับความดื้อรั้นของพวกเขา

86. “และเมื่อมีซูเราะฮ์หนึ่งซูเราะฮ์ใด(*1*) ถูกประทานลงมาว่า พวกเข่าจงศรัทธาต่ออัลลอฮ์เถิด และจงต่อสู้ด้วยทรัพย์สมบัติและชีวิต ร่วมกับร่อซุลของพระองค์ ผู้ที่มั่งคั่งในหมู่พวกเขา ก็ขออนุญาติต่อเจ้า(*2*) และกล่าวว่า จงปล่อยพวกเราไว้เถิด พวกเราจะได้อยู่กับบรรดาผู้ที่นั่งอยู่(*3*)กัน”

(1)  คือบทหนึ่งบทใดจากอัล-กรุอาน
(2)  คือขออนุญาตที่จะไม่ต่อสู้ร่วมกับร่อซูลลุลลอฮ์ และไม่เสียสละทรัพย์สมบัติ
(3)  หมายถึงบรรดาเด็ก ๆ ผู้หญิง และคนชราซึ่งถูกทิ้งไว้ให้อยู่เบื้องหลัง

87. “พวกเขายินดีในการที่พวกเขาจะอยู่กับบรรดาผู้ที่อยู่เบื้องหลัง(*1*) และได้ถูกประทับตราไว้แล้วบนหัวใจของพวกเขา(*2*)แล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงไม่เข้าใจ”

(1)  หมายถึงพวกเด็ก ๆ ผู้หญิงและคนชรา ซึ่งถูกทิ้งไว้ให้อยู่เบื้องหลัง
(2)  กล่าวคือ บุคคลดังกล่าวประหนึ่งถูกประทับตราบนหัวของพวกเขาแล้วโดยที่ไม่มีสิ่งใดสามารถเข้าสู่หัวใจของพวกเขาได้ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงไม่เข้าใจอะไรได้

88. “แต่ทว่าร่อซูล และบรรดาผู้ที่ศรัทธาซึ่งร่วมอยู่กับท่านนั้น ได้ต่อสู้ด้วยทรัพย์สมบัติของพวกเขา และชีวิตของพวกเขา ชนเหล่านี้แหละสำหรับพวกเขานั้นจะได้รับความดีมากมาย และชนเหล่านี้แหละคือผู้ที่ได้รับความสำเร็จ”

89. “อัลลอฮ์ได้ทรงเตรียมไว้แล้ว สำหรับพวกเขา ซึ่งบรรดาสวนสวรรค์ ที่มีแม่น้ำหลายสายไหลอยู่ภายใต้(*1*)สวนสวรรค์เหล่านั้นโดยที่พวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล นั่นแหละคือชัยชนะอันใหญ่หลวง”

(1)  คำว่า”อยู่ภายใต้” นั้นมิได้หมายความว่า “อยู่ใต้ดิน” หากแต่อยู่บนพื้นดินนั้นเอง เพราะคำว่า “สวนสวรรค์” นั้นคือสถานที่ที่มีต้นไม้ ดังนั้น แม่น้ำที่ไหลอยู่ภายใต้สวนสวรรค์ จึงหมายถึง แม่น้ำที่อยู่บนพื้นดินใต้ต้นไม้ในสวนสวรรค์นั้น

90. “และบรรดาผู้ที่แก้ตัว(*1*)ในหมู่อาหรับชนบทเหล่านั้นได้มา(*2*) เพื่อจะได้ถูกอนุมัติให้แก่พวกเขา(*3*) และบรรดาผู้ที่ปฏิเสธ(*4*)อัลลอฮ์ และร่อซูลของพระองค์นั้นได้นั่งกันอยู่(*5*) การลงโทษอันเจ็บแสบจะประทานแก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาในหมู่พวกเขา”

(1)  คือพวกมุนาฟิกที่อ้างตนว่ามีอุปสรรคไม่สามารถจะออกไปสู้รบได้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในหมู่อาหรับชาวชนบท
(2)  คือมหาท่านะบี
(3)  คือเพื่อจะได้รับอนุมัติจากท่านนะบีให้อยู่บ้านโดยไม่ต้องออกไปสู้รบ
(4)  คือไม่เชื่อฟังอัลลอฮ์
(5)  คือพวกมุนาฟิกชาวชนบทอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งไม่ยอมออกไปสู้รบ โดยนั่งอยู่ที่บ้านเฉย ๆ และมิได้มาหาท่านนะบีเพื่อแก้ตัวอย่างพวกแรกซึ่งก็ถือว่าเป็นพวกปฏิเสธอัลลอฮ์และร่อซูลของพระองค์ด้วย

91. “ไม่มีบาปใด ๆ แก่บรรดาผู้ที่อ่อนแอ, และแก่ผู้ที่ป่วยไข้ และแก่บรรดาผู้ที่ไม่พบสิ่งที่จะบริจาค เมื่อพวกเขาได้แนะนำตักเตือนให้จงรักภักดีต่ออัลลอฮ์ และร่อซูลของพระองค์ ไม่มีทางใดที่จะกล่าวโทษแก่บรรดาผู้กระทำดีได้(*1*) และอัลลอฮ์นั้นคือผู้ทรงอภัยโทษ ผู้ทรงเอ็นดูเมตตา”

(1)  หมายถึงบรรดาผู้ยากจนที่ไม่มีเงินและบริจาคเพื่อเป็นกำลังในการสู้รบและทำหน้าที่แนะนำตักเตือนให้ผู้คนจงรักภักดีต่ออัลลอฮ์และร่อซูล และก็หมายถึงคนทำดีโดยทั่ว ๆ ไปด้วย

92. “และไม่มีบาปใด ๆ แก่บรรดาผู้ที่เมื่อพวกเขามาหาเจ้าเพื่อให้เจ้าจัดให้พวกเขาขี่(*1*) เจ้าได้กล่าวว่า ฉันไม่พบพาหนะที่จะให้พวกท่านขี่บนมันได้ พวกเขาก็ผินหลังกลับโดยที่นัยน์ตาของพวกเขาท่วมท้วนไปด้วยน้ำตา เพราะเสียใจที่พวกเขาไม่พบสิ่งที่พวกเขาจะบริจาค”

(1)  คือจัดพาหนะให้พวกเขาขี่เพื่อไปทำกรรม

93. “แท้จริงทางที่จะกล่าวโทษได้นั้น ก็เพียงแต่บรรดาผู้ที่อนุญาตต่อเจ้า(*1*) ทั้ง ๆ ที่พวกเขาเป็นผู้มั่งมี ซึ่งยินดีที่จะอยู่ร่วมกับบรรดาผู้ที่อยู่เบื้องหลัง และอัลลอฮ์ได้ทรงประทับตราบนหัวใจของพวกเขาแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงไม่รู้อะไร”

(1)  คือขออนุญาตที่จะไปออกรบ และไม่บริจาคทั้งๆ ที่พวกเขามีความมั่งคั่ง

94. พวกเขา(ที่ไม่ออกไปสงครามตะบู๊ก)จะแก้ตัวแก่พวกท่าน เมื่อพวกท่านกลับมายังพวกเขาจงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด) ว่าพวกท่านอย่าแก้ตัวเลยเราจะไม่เชื่อพวกท่านดอก แท้จริงอัลลอฮ์ทรงแจ้งข่าวคราวของพวกท่านแก่เราแล้ว และอัลลอฮ์นั้นทรงเห็นการกระทำของพวกท่าน และร่อซูลของพระองค์ก็เห็นด้วย แล้วพวกท่านก็จะถูกนำลับไปยังพระผู้ทรงรอบรู้แห่งสิ่งเร้นลับและสิ่งเปิดเผย แล้วพระองค์ก็จะทรงแจ้งแก่พวกท่านให้รู้ถึงสิ่งที่พวกท่านกระทำนั้น

95. พวกเขาจะสาบานต่ออัลเลอฮ์แก่พวกท่านเมื่อพวกท่านได้กลับมายังพวกเขา เพื่อให้พวกท่านยกโทษให้พวกเขา ดังนั้นพวกท่านจงผินหลังให้พวกเขาเถิด แท้จริงพวกเขานั้นชั่วร้าย และที่พำนักของพวกเขาคือนรก ทั้งนี้เป็นการตอบแทนในสิ่งที่พวกเขาขวนขวายไว้

96. พวกเขาจะสาบานแก่พวกท่าน เพื่อให้พวกท่านพอใจต่อพวกเขา แล้วหากพวกท่านพอใจต่อพวกเขา แท้จริงอัลลอฮ์นั้นจะไม่ทรงพอพระทัยต่อกลุ่มชนที่ละเมิดฝ่าฝืน

97. บรรดาอาหรับชนบทนั้น เป็นพวกปฏิเสธศรัทธาและพวกกลับกลอกที่ร้ายกาจที่สุด และเป็นการสมควรยิ่งแล้ว ที่พวกเขาจะไม่รู้ขอบเขตในสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงประทานให้แก่ร่อซูลของพระองค์และอัลลออ์นั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณ

98. และในหมู่อาหรับชนบทนั้น มีผู้ถือเอาสิ่งที่ตนบริจาคไปเป็นค่าปรับ และถือว่าเป็นการขาดทุนและพวกเขารอคอยเหตุร้ายที่จะเกิดแก่พวกท่าน เหตุร้ายเหล่านั้นจงประสบแก่พวกเขาเขาเถิดและอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงได้ยินทรงรอบรู้

99. และในหมู่อาหรับชนบทนั้น มีผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺและวันอาคิเราะฮฺ และถือเอาสิ่งที่ตนบริจาคไปนั้นเป็นการใกล้ชิดกับอัลลอฮฺ และเป็นการขอพรของร่อซูล พึงรู้เถิดว่า แท้จริงมันเป็นการทำให้ใกล้ชิดแก่พวกเขา อัลลอฮฺจะทรงให้พวกเขาอยู่ในความเอ็นดูเมตตาของพระองค์ แท้จริงอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงอภัยโทษ ทรงเอ็นดูเมตตาเสมอ

[ 1] [ 2] [ 3] [ 4] [5] [ 6] [ 7] [ Next]


Designed & Developed By Thai Islamic Global Net Team
Copyright (C) 2008 Alquran-Thai.Com All Rights Reserved