ซูเราะฮฺ        อายะหฺ   
         เลือกซูเราะฮฺ และ/หรืออายะหฺ ที่ต้องการ
คำ,วลี,ข้อความ   
         กรุณาป้อน คำ, วลี หรือบางส่วนของข้อความ ที่ต้องการค้นหา


9. ซูเราะฮฺ อัต-เตาบะฮฺ (At-Touba)

60. “แท้จริงทานทั้งหลาย(*1*)นั้น สำหรับบรรดาผู้ที่ยากจน(*2*) และบรรดาผู้ที่ขัดสน(*3*) และบรรดาเจ้าหน้าที่ในการรวบรวมมัน(*4*) และบรรดาผู้ที่หัวใจของพวกเขาสนิทสนม(*5*) และในการไถ่ทาส และบรรดาผู้ที่หนี้สินล้นตัว(*6*) และในทางของอัลลอฮ์(*7*) และผู้ที่อยู่ในระหว่างเดินทาง(*8*) ทั้งนี้เป็นบัญญัติอันจำเป็นซึ่งมาจากอัลลอฮ์ และอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณ”

(1)  หมายถึงทรัพย์สินส่วนซะกาต
(2)  คือผู้ที่มีรายได้ไม่พอเลี้ยงครอบครัว
(3)  คือผู้ที่ไม่มีรายได้อะไร และไม่มีเงินที่จะใช้จ่ายในการครองชีพ
(4)  คือเจ้าหน้ามี่ที่ไรับแต่งตั้งให้ไปรวบรวมซะกาตทั้งนี้ดดยแบ่งทรัพย์ซะกาตส่วนนั้นให้เป็นค่าจ้างแก่พวกเขา
(5)  คือผู้ที่อิสลามได้โน้มน้าวจิตใจของเขาให้แก่มุสลิมีน ในการให้ซะกาตส่วนหนึ่งแก่พวกเขานั้น ก็เพื่อจูงใจพวกเขาให้รับนับถืออิสลาม หรือไม่ก็เพื่อเป็นการยับยั้งพวกเขามิให้คิดร้ายต่อมุสลิมีน และเป็นกำลังป้อนกันให้แก่มุสลิมอีกด้วย และยังหมายถึงผู้ที่รับนับถืออิสลามใหม่ ๆ ด้วย ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งในการศรัทธาของเขา
(6)  หมายถึงหนี้สินที่มิได้เกิดขึ้นจากการกระทำที่ฝ่าฝืนบัญญัติศาสนา
(7)  หมายถึงจ่ายไปในการเตรียมกำลังเพื่อต่อสู้ฝ่ายศัตรูที่รุกราน และเพื่อป้องกันและเผยแพร่ซึ่งศาสนาของอัลลอฮ์ตลอดจนในทางอื่นๆ ที่เป็นวิถีทางของพระองค์
(8)  คือที่ขาดค่าใช้จ่ายในระหว่างเดินทาง ทั้งนี้ย่อมเป็นการดำเนินทางที่ได้รับการเห็นชอบด้วยบัญญัติศาสนา

61. “และในหมู่พวกเขานั้นมีบรรดาผู้ที่ก่อความเดือดร้อนแก่นะบี โดยที่พวกเขากล่าวว่า เขาคือหู(*1*) จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ว่า คือหูแห่งความดีสำหรับพวกท่าน(*2*) โดยที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และเชื่อถือต่อผู้ศรัทธาทั้งหลาย(*3*) และเป็นการเอ็นดูเมตตา(*4*) แก่บรรดาผู้ศรัทธาในหมู่พวกท่านและบรรดาผู้ที่ก่อความเดือดร้อนแก่ร่อซูลของอัลลอฮ์(*5*)นั้นพวกเขาจะได้รับการลงโทษอันเจ็บปวด”

(1)  คือพวกเขาเปรียบท่านนะบีว่าประหนึ่งท่านนั้นคือหู ทั้งนี้เป็นการประณามว่าท่านนั้นเป็นคนหูเบา ได้ยินใครบอกใครเล่าเกี่ยวกับพฤติการณ์ของพวกเขาแล้วเชื่อทั้งสิ้นไม่ไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน ซึ่งเป็นการแก้ตัวอย่างหน้าด้านและเป็นกล่าวหาอันรุนแรงมาก
(2)  คือทรงใช้ให้ท่านโต้ตอบไปว่าใช่เป็นหู แต่ที่เป็นหูที่รับฟังสิ่งดี ๆ จนพระเจ้ามาบอกเล่าให้แก่พวกเขาทราบในขณะเดียวกันก็ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ด้วย
(3)  คือเชื่อคำพูดของบรรดาผู้ที่เขาศรัทธาด้วยความจริงใจที่นำมาบอกเล่า
(4)  คือช่วยให้ผู้ศรัทธาได้รับแนวทางดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง และมีความสุข ความราบรื่นในชีวิตความเป็นอยู่
(5)  เช่นกล่าวหาว่าท่านคือหูเป็นต้น

62. “พวกเขาสาบาน(*1*)ด้วยอัลลอฮ์แก่พวกเจ้า เพื่อที่จะให้พวกเจ้าพอใจ และอัลลอฮ์และร่อซูลของพระองค์นั้นเป็นผู้สมควรยิ่งกว่าที่พวกเขาจะทำให้เขาพึงพอใจ(*2*) หากพวกเขาเป็นผู้ศรัทธา

(1)  คืออ้างอัลลอฮ์มาสาบานเท็จแก่บรรดาผู้ศรัทธาว่า พวกเขามิได้กล่าวหาว่าร่อซูลลุลลอฮ์ ว่าคือหู
(2)  หมายถึงให้ร่อซูลุลลอฮ์พึงพอใจ อนึ่งการให้ร่อซูลพึงพอใจแต่เพียงผู้เดียว ทั้ง ที่ ในประโยคมีอัลลอฮ์ระบุอยู่ด้วยนั้นก็เพราะคือการให้ท่านนะบียินดีก็เท่ากับใหัอัลลอฮ์ทรงยินดีเหมือนกัน เพราะท่านนะบีเป็นตัวแทนของพระองค์

63. “พวกเขามิได้รู้ดอกหรือว่า แท้จริงผู้ใดที่ฝ่าฝืนอัลลอฮ์และร่อซูลของพระองค์ แน่นอนสำหรับเขานั้นคือไฟนรกญะฮันนัมโดยที่เขาจะอยู่ในนั้นตลอดกาลนั่นแหละคือความอัปยศอันใหญ่หลวง”

64. “บรรดามุนาฟิก(*1*)นั้นหวั่นเกรงว่า จะมีซูเราะฮ์(*2*) หนึ่งถูกประทานลงมาแก่พวกเขา(*3*) ซึ่งแจ้งให้พวกเขาทราบสิ่งที่อยู่ในใจ(*4*)ของพวกเขา จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ว่า พวกท่านจงเย้ยหยัน(*5*)กันเถิด แท้จริงอัลลอฮ์นั้นจะทรงให้ออกมาซึ่งสิ่ง(*6*)ที่พวกท่านหวั่นเกรง

(1)  คือพวกที่กลับกลอกในการศรัทธา
(2)  คือบทหนึ่งของอัล-กุรอ่าน ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 114 บท
(3)  หมายถึงบรรดาผู้ศรัทธา
(4)  หมายถึงความกลับกลอกของพวกมุนาฟิก และการวางแผนต่อต้านของพวกเขา
(5)  คือเย้ยหยันอัลลอฮ์ โองการของพระองค์และท่านนะบีมุฮัมมัด
(6)  คือกลับกลองของพวกเขา

65. “และถ้าหากเจ้าได้ถามพวกเขา(*1*) แน่นอนพวกเขาจะกล่าวว่า แท้จริงพวกเราเป็นเพียงแต่พูดสนุก, พูดเล่น,เท่านั้นจงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ว่าต่ออัลลอฮ์ และบรรดาโองการของพระองค์และร่อซูลของพระองค์กระนั้นหรือที่พวกท่านเย้ยหยันกัน ?”

(1)  เกี่ยวกับคำพูดของพวกเขาที่กล่าวดูถูกและเย้ยหยันท่านนะบี

66. “พวกท่านอย่าแก้ตัวเลย แท้จริงพวกท่านได้ปฏิเสธศรัทธา(*1*)แล้ว หลังจากการมีศรัทธาของพวกท่าน หากเราจะอภัยโทษให้แก่กลุ่มหนึ่งในหมู่พวกเจ้า(*2*) เราก็จะลงโทษอีกกลุ่มหนึ่ง(*3*)เพราะว่าพวกเขาเป็นผู้กระทำความผิด”

(1)  คือเนื่องจากพวกเขาเย้ยหยันอัลลอฮ์ และโองการของพระองค์ และเย้ยหยันร่อซูลของพระองค์
(2)  คือกลุ่มที่กลับเนื้อกลับตัวและขออภัยโทษ
(3)  คือกลุ่มที่ดื้อรั้นอยู่ไม่ยอมกลับตัว หรือที่ตายไปโดยมิได้สำนึกผิด และกลับเนื้อกลับตัว

67. “บรรดามุนาฟิก(*1*)ชาย และบรรดามุนาฟิกหญิงนั้นบางส่วนของพวกเขาต่างมาจากอีกบางส่วน (*2*) ซึ่งพวกเขาจะใช้ให้ปฏิบัติในสิ่งที่ไม่ชอบและห้ามปรามในสิ่งที่ชอบ และกำมือ(*3*)ของพวกเขาไว้ โดยที่พวกเขาลืมอัลลอฮ์ (*4*) แล้วพระองค์ก็ทรงลืมพวกเขา(*5*)บ้าง แท้จริงบรรดามุนาฟิกนั้นพวกเขาคือผู้ละเมิด”

(1)  คือพวกที่กลับกลอกในการศรัทธา
(2)  คือต่างรับทอดอุปนิสัยและความประพฤติมาจากกันและกัน ในการนี้จึงทำให้พวกเขามีนิสัยอย่างเดียวกัน
(3)  เป็นสำนวนที่บ่งถึงการตระหนี่ไม่ยอมจ่ายทรัพย์ในทางของอัลลอฮ์
(4)  คือลืมอัลลอฮ์ ที่ทรงบังเกิดพวกเขา และมีความเมตตากรุณาต่อพวกเขา
(5)  คือปล่อยพวกเขาให้เป็นไปตามความปรารถนาแห่งความใคร่ของพวกเขา โดยที่พวกเขาจะได้รับการตอบแทนตามผลกรรมที่พวกเขาได้ประกอบไว้

68. “อัลลอฮ์ได้ทรงขู่ไว้แก่บรรดามุนาฟิกชาย และบรรดามุนาฟิกหญิง และผู้ปฏิเสธศรัทธาทั้งหลาย ซึ่งไฟนรกญะฮันนัมโดยที่พวกเขาจะอยู่ในนั้นตลอดกาล มันเป็นสิ่งที่พอเพียงแก่พวกเขาแล้ว และอัลลอฮ์ ก็ได้ทรงให้พวกเขาห่างไกลจากความเอ็นดูเมตตาของพระองค์ และสำหรับพวกเขานั้นคือ การลงโทษอันจีรังยั่งยืน”

69. “เช่นเดียวกับบรรดาผู้ที่ก่อนหน้าพวกเจ้า(*1*) ซึ่งพวกเขาเป็นพวกที่มีกำลังแข็งแรงกว่าพวกเจ้า และมีทรัพย์สมบัติและลูก ๆ มากกว่าพวกเจ้า แล้วพวกเขาก็ได้หาความสำราญในสิ่งที่เป็นส่วนได้(*2*)ของพวกเขา พวกเจ้าก็ได้หาความสำราญในสิ่งที่เป็นส่วนได้ของพวกเจ้า เช่นเดียวกับบรรดาผู้ทีก่อนหน้าพวกเจ้าได้หาความสำราญในสิ่งที่เป็นส่วนได้ของพวกเขามาแล้ว และพวกเจ้าพูดกันในสิ่งไร้สาระ(*3*)เช่นเดียวกับพวกเขาพูดคุยกัน ชนเหล่านี้แหละ บรรดาการงานของพวกเขาไร้ผล ทั้งในโลกนี้และปรโลก และชนเหล่านี้แหละพวกเขาคือผู้ขาดทุน”

(1)  คือพวกมุนาฟิกในอดีต
(2)  คือสิ่งที่พวกเขาแสวงหามาได้จากปัจจัยยังชีพ ที่อัลลอฮ์ทรงให้มีในโลก
(3)  ซึ่งส่วนหนึ่งนั้นคือกล่าวคำเย้ยหยันนะบีของพวกเขาและโองการของอัลลอฮ์

70. “มิได้มายังพวกเขาดอกหรือ ซึ่งข่าวคราวของบรรดาผู้ก่อนหน้าพวกเขา คือกลุ่มชนาของนูฮ์ และของอ๊าด และของซะมูด และกลุ่มชนของอิบรอฮีม และชาวมัดยัน(*1*) และชาวอัล-มุตะฟิกาต(*2*) โดยที่บรรดาร่อซูลของพวกเขาได้นำหลักฐานต่าง ๆ อันชัดแจ้งมายังพวกเขา(*3*) ใช่ว่าอัลลอฮ์นั้นจะอธรรมแก่พวกเขาก็หาไม่ แต่ทว่าพวกเขาอธรรมแก่ตัวของพวกเขาเองต่างหาก”

(1)  คือประชาชนของนะบีชะไอบ ซึ่งเป็นชาวเมืองมัดยัน
(2)  คือประชาชาติของนะบีลูฎ ซึ่งเป็นชาวเมือง อัล-มุตะฟิกาต และเมืองนี้แหละถูกยกขึ้นแล้วพลิกคว่ำกระแทกลงยังที่เดิมจนพื้นที่นั้นยุบลงกลายเป็นทะเลสาย ซึ่งเป็นทราบกันในปัจจุบันนี้ว่า “เด็ซซี – ทะเล ตาย” ทั้งนี้เนื่องจากการลงโทษของอัลลอฮ์ต่อชาวเมืองซึ่งประพฤติชั่ว
(3)  แล้วพวกเขาได้ปฏิเสธหลักฐานเหล่านั้น

71. “และบรรดามุมิน(*1*)ชาย และบรรดามุมินหญิงนั้น บางส่วนของพวกเขาต่างเป็นผู้ช่วยเหลืออีกบางส่วน(*2*) ซึ่งพวกเขาจะใช้ให้ปฏิบัติในสิ่งที่ชอบและห้ามปรามในสิ่งที่ไม่ชอบ และพวกเขาจะดำรงไว้ซึ่งการละหมาดและจ่ายซะกาต และภักดีต่ออัลลอฮ์ และร่อซูลของพระองค์ชนเหล่านี้แหละ อัลลอฮ์จะทรงเอ็นดูเมตตาแก่พวกเขา แท้จริงอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงปรีชาญาณ”

(1)  คือผู้ที่ศรัทธาต่อนะบีที่อัลลอฮ์ทรงส่งมา
(2)  คือต่างเป็นผู้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

72. “อัลลอฮ์ได้ทรงสัญญาแก่บรรดามุมินชายและบรรดามุมินหญิง ซึ่งบรรดาสวนสวรรค์ ซึ่งมีแม่น้ำหลายสายไหลอยู่ภายใต้สวนสวรรค์เหล่านั้น โดยที่พวกเขาจะอยู่ในนั้นตลอดกาล และบรรดาสถานที่พำนัก(*1*) อันดีซึ่งอยู่ในบรรดาสวนสวรรค์แห่งความวัฒนาสถาพร และความปิติยินดี จากอัลลอฮ์นั้นใหญ่กว่า(*2*) นั่นคือ ชัยชนะอันใหญ่หลวง”

(1)  คือทรงสัญญาจะให้ที่พำนักอันดีแก่มุมินชายและหญิงอีกด้วย
(2)  คือใหญ่กว่าสิ่งใดทั้งมวล

73. “โอ้นะบี ! จงต่อสู้บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาและบรรดาผู้กลับกลอกในการศรัทธา (มุนาฟิกีน) และจงเฉียบขาดแก่พวกเขาและที่อยู่ของพวกเขานั้นคือ นรกญะฮันนัม และที่กลับไป(*1*)นั้น ชั่วช้าจริง ๆ

(1)  คือสถานที่ที่พวกเขากลับไปอันได้แก่นรกญะฮันนัม ช่างเป็นที่ที่ชั่วร้ายจริง ๆ

74. “พวกเขาสาบานต่ออัลลอฮ์ว่า พวกเขามิได้พูดและแท้จริงนั้น พวกเขาได้พูดซึ่งถ้อยคำแห่งการปฏิเสธศรัทธา(*1*) และพวกเขาได้ปฏิเสธศรัทธาแล้ว หลังจากการเป็นมุสลิมของพวกเขาและพวกเขามุ่งกระทำในสิ่งที่พวกเขามิได้รับผล(*2*)และพวกเขามิได้ปฏิเสธ และจงเกลียดจงชัง(*3*) นอกจากว่า อัลลอฮ์ และร่อซูลของพระองค์ได้ทรงให้พวกเขามั่งคั่งขึ้นจากความกรุณาของพระองค์(*4*) และหากพวกเขาสำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัว ก็เป็นสิ่งดีแก่พวกเขา และหากพวกเขาผินหลังให้อัลลอฮ์ก็จะทรงลงโทษพวกเขาอย่างเจ็บแสบทั้งในโลกนี้และปรโลก และพวกเขาไม่มีผู้คุ้มครองและผู้ช่วยเหลือใด ๆ ในผืนแผ่นดิน”

(1)  คือถ้อยคำที่ทำให้เขาหมดสภาพการเป็นมุสลิม อันได้แก่การกล่าวถากถางท่านนะบี และศาสนาอิสลาม
(2)  คือมุ่งลอบฆ่าท่านนะบีในระหว่างทางบนยอดเขา ขณะที่ท่านเดินทางกลับจากสงครามตะบูก แต่ไม่สำเร็จเพราะอัลลอฮ์ทรงแจ้งให้ท่านนะบีทราบเสียก่อน
(3)  คำว่า “นะเกาะมะ” นั้นมีความหมายหลายนัย แต่ในที่นี้มีความหมายว่า “ปฏิเสธ และจงเกลียดจงชัง” คือปฏิเสธและจงเกลียดจงชังท่านนะบี
(4)  เป็นสำนวนในเชิงประชดบรรดามุนาฟิกเหล่านั้น กล่าวคือแทนที่พวกเขาจะสำนึกในความกรุณาของอัลลอฮ์ และร่อซูลของพระองค์ที่ทำให้พวกเขามั่งคั่งขึ้นด้วยทรัพย์เชลยหลังจากได้เคยยากจนมา กลับทำให้พวกเขาเนรคุณยิ่งขึ้น

75. “และในหมู่พวกเขานั้นมีผู้ที่ได้สัญญาแก่อัลลอฮ์ว่า ถ้าหากพระองค์ได้ทรงประทานแก่พวกเรา ซึ่งส่วนหนึ่งจากความกรุณาของพระองค์แล้วไซร้ แน่นอนเหลือเกิน พวกเราจะบริจาคทานและแน่นอนพวกเราจะได้เป็นผู้อยู่ในหมู่คนดี”

76. “ครั้นเมื่อพระองค์ได้ทรงประทานให้แก่พวกเขา ซึ่งส่วนหนึ่งจากความกรุณาของพระองค์พวกเขาก็ตระหนี่ในส่วนนั้นและได้ผินหลังให้ โดยที่พวกเขาเป็นผู้ผินหลังให้อยู่แล้ว”(*1*)

(1)  คือเนื่องจากพวกเขามีอุปนิสัยเป็นผินหลังให้อยู่แล้ว พวกเขาจึงกล่าฝ่าฝืนคำมั่นสัญญาที่ได้กระทำไว้ แม้แต่สัญญาที่ได้กระทำไว้แก่อัลลอฮ์

77. “แล้วพระองค์ก็ทรงให้การกลับกลอกในหัวใจของพวกเขาเป็นผลลัพธ์(*1*)แก่พวกเขา จนกระทั่งถึงวันที่พวกเขาจะพบพระองค์ เนื่องจากการที่พวกเขาบิดพริ้วต่ออัลลอฮ์ ในสิ่งที่พวกเขาให้สัญญาไว้แก่พระองค์ และเนื่องจากการที่พวกเขาปฏิเสธ(*2*)”

(1)  คือเป็นผลลัพธ์แห่งการงานของพวกเขา
(2)  คือปฏิเสธสัญญาที่ให้ไว้แก่ อัลลอฮ์ ซุบฯ

78. “พวกเขามิได้รู้ดอกหรือว่า แท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงรู้ความเร้นลับของพวกเขา และการพูดซุบซิบของพวกเขา และแท้จริงอัลลอฮ์ เป็นผู้ทรงรอบรู้ในซึ่งสิ่งเร้นลับทั้งหลาย”

79. “พวกที่ตำหนิ(*1*) บรรดาผู้ที่สมัครใจจากหมู่ผู้ศรัทธาในการบริจาคทาน(*2*) และตำหนิผู้ที่ไม่พบสิ่งใด (จะบริจาค)นอกจากค่าแรงงานอันเล็กน้อยของพวกเขา แล้วเย้ยหยันพวกเขา(*3*)นั้น อัลลอฮ์ได้ทรงเย้ยหยันพวกเขา(*4*)แล้วและสำหรับพวกเขานั้น คือการลงโทษอันเจ็บแสบ”

(1)  คือพวกมุนาฟิก
(2)  คือตำหนิว่าบริจาคทานเพื่อโอ้อวด ทั้ง ๆที่พวกเขาบริจาคด้วยความบริสุทธิ์ใจ และในการที่พวกเขาตำหนินั้นก็ใช่อะไรอื่น นอกจากความอิจฉาริษยาที่พวกตนไม่สามารถจะกระทำได้เพราะความตระหนี่
(3)  คือพวกบริจาค
(4)  คืออัลลอฮ์ได้ทรงตอบแทนการเย้ยหยันของพวกเขาแล้ว โดยให้พวกเขาเป็นผู้อัปยศ

[ 1] [ 2] [ 3] [4] [ 5] [ 6] [ 7] [ Next]


Designed & Developed By Thai Islamic Global Net Team
Copyright (C) 2008 Alquran-Thai.Com All Rights Reserved