ซูเราะฮฺ        อายะหฺ   
         เลือกซูเราะฮฺ และ/หรืออายะหฺ ที่ต้องการ
คำ,วลี,ข้อความ   
         กรุณาป้อน คำ, วลี หรือบางส่วนของข้อความ ที่ต้องการค้นหา


9. ซูเราะฮฺ อัต-เตาบะฮฺ (At-Touba)

40. “ถ้าหากพวกจ้าไม่ช่วยเขา(*1*) ก็แท้จริงนั้นอัลลอฮ์ได้ทรงช่วยเขามาแล้ว ขณะที่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา(*2*)ได้ขับไล่เขาออกไปโดยที่เขาเป็นคนที่สองในสองคน(*3*) ขณะที่ทั้งสอง(*4*)อยู่ในถ้ำนั้นคือขณะที่เขา(*5*)ได้กล่าวแก่สหายของเขา(*6*)ว่า ท่านอย่าเสียใจ แท้จริงอัลลอฮ์ทรงอยู่กับเรา(*7*) แล้วอัลลอฮ์ก็ทรงประทานลงมาแก่เขา(*8*) ซึ่งความสงบใจจากพระองค์ และได้ทรงสนับสนุนเขาด้วยบรรดาไพร่พล ซึ่งพวกเจ้าไม่เห็นพวกเขา และได้ทรงให้ถ้อยคำ(*9*) ของผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาอยู่ในระดับต่ำสุด(*10*)และพจนารถของอัลลอฮ์นั้น คือพจนารถที่สูงสุด(*11*) และอัลลอฮ์คือ ผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงปรีชาญาณ”

(1)  หมายถึงท่านนะบี กล่าวคือ ถ้าพวกเจ้าไม่ช่วยท่านนะบีก็ไม่สำคัญ อัลลอฮ์จะทรงช่วยท่านเอง และก็ได้ทรงช่วยท่านมาแล้ว…….
(2)  หมายถึงพวกมุชริกมักกะฮ์
(3)  คนที่หนึ่งคือ อะบูบักร์
(4)  คือท่านนะบี และอะบูบักร์
(5)  คือท่านนะบี
(6)  คืออะบูบักร์
(7)  หมายถึงผู้ทรงรู้เห็น และพร้อมที่จะทรงช่วยเหลือ
(8)  คือแก่ท่านนะบี กล่าวคือทรงให้ท่านนบีมีความสงบใจ
(9)  หมายถึงคำเรียกร้องและเชิญชวนให้เคารพสักการะเจว็ด
(10)  คือไม่มีทางที่จะชนะได้
(11)  คือมีชัยชนะตลอดกาล

41. “พวกเจ้าจงออกไปกันเถิด ทั้งผู้ที่มีสภาพว่องไว และผู้ที่มีสภาพเชื่องช้า(*1*) และจงเสียสละทั้งด้วยทรัพย์ของพวกเจ้า แลเชีวิตของพวกเจ้าในทางของอัลลอฮ์ นั่นแหละคือสิ่งที่ดียิ่งสำหรับพวกเจ้า หากพวกเจ้ารู้”

(1)  หมายถึงทั้งผู้ที่กระฉับกระเฉงว่องไว และผู้อับอายเชื่องช้า ทั้งผู้ที่มั่งมีและยากจน และทั้งผู้ที่ยังหนุ่มแน่น และผู้สูงอายุรวมความแล้วหมายถึงบุคคลทุกประเภทที่สามารถจะเดินทางไปได้

42. “หากมัน(*1*) เป็นผลได้อันใกล้ และเป็นการเป็นทางที่สะดวกและใกล้แล้วไซร้ แน่นอนพวกเขา(*2*)ก็ปฏิบัติตามเจ้าแล้ว แต่ทว่าระยะทาง(*3*)อันลำบากนั้นไกลแก่พวกเขา และพวกเขาจะสาบานต่ออัลลอฮ์(*4*)ว่า ถ้าหากพวกเราสามารถแล้ว แน่นอนพวกเราก็ออกไปกับพวกท่านแล้ว พวกเขากำลังทำลายชีวิตของพวกเขาเอง(*5*) และอัลลอฮ์นั้นทรงรู้ว่าแท้จริงพวกเขานั้นเป็นผู้กล่าวเท็จ”

(1)  หมายถึงการออกไปต่อสู้กับฝ่ายศัตรูนั้นเป็นการได้มาซึ่งทรัพย์เชลยอันรวดเร็ว
(2)  หมายถึงมุนาฟิกที่ไม่ยอมออกไป
(3)  คือระยะทางที่จะเดินทางไปนั้นลำบากและไกลถึง 610 กิโลเมตร
(4)  คือจะสาบานเท็จ เป็นการแก้ตัวแก่ท่านนะบี เมื่อท่านเดินทางกลับจากสงคราม กล่าวคืออัลลอฮ์ทรงประทานโองการนี้แก่ท่านนะบี ก่อนที่ท่านจะเดินทางกลับ
(5)  เนื่องจากการสาบานเท็จของพวกเขา

43. “อัลลอฮ์นั้นได้ทรงอภัยโทษให้แก่เจ้า(*1*)แล้วเพราะเหตุใดเล่าเจ้าจึงอนุมัติให้แก่พวกเขา(*2*) จนกว่าจะได้ประจักษ์แก่เจ้าก่อน(*3*) ซึ่งบรรดาผู้ที่พูดจริง และจนกว่าเจ้าจะได้รู้บรรดาผู้ที่กล่าวเท็จ”

(1)  หมายถึงท่านนะบี
(2)  คือพวกที่ขออนุญาตจากท่านนะบีที่จะไม่ออกไปทำสงครามตะบูก
(3)  คือเจ้าไม่ควรจะรีบด่วนอนุมัติให้แก่พวกเขา จนกว่าจะประจักษ์แก่เจ้าเสียก่อน…..

44. “บรรดาผู้ทีศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และวันปรโลกนั้นจะไม่ขออนุมัติต่อเจ้าในการที่พวกเขาจะเสียสละทั้งด้วยทรัพย์ของพวกเขา และชีวิตของพวกเขา(*1*) และอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้ต่อบรรดาผู้ที่ยำเกรง”

(1)  หมายถึงพวกเขาอยู่ในสภาพเตรียมพร้อมอยู่เสมอ เพราะรู้จักหน้าที่ของตน เมื่อถึงเวลาที่พวกเขาจะเสียสละทรัพย์และชีวิตของเขาแล้ว เขาจะนำทรัพย์ของเขาไปมอบให้แก่ท่านนะบี และเตรียมตัวออกทำการต่อสู้ทันที โดยไม่ต้องขออนุญาตต่อท่านนะบีแต่อย่างใด

45. “แท้จริงที่จะขออนุมัติต่อเจ้านั้นคือบรรดาผู้ที่ไม่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และวันปรโลกและหัวใจของพวกเขาสงสัยเท่านั้น(*1*) แล้วในการสงสัยของพวกเขานั้นเอง พวกเขาจึงลังเลใจ”

(1)  หมายถึงพวกมุนาฟิก

46. “และหากพวกเขาต้องการออกไป(*1*)แน่นอนพวกเขาต้องเตรียมสัมภาระ(*2*)สำหรับการออกไปนั้นแล้ว แต่ทว่าอัลลอฮ์ทรงเกลียดการออกไปของพวกเขาพระองค์จึงได้ทรงกีดขวาง(*3*)พวกเขาไว้ และได้ถูกกล่าวว่า (*4*) ท่านทั้งหลายจงนั่งอยู่กับผู้ที่นั่งทั้งหลาย(*5*)เถิด”

(1)  คืออกไปร่วมกับท่านนะบี
(2)  คือเตรียมพาหนะ เสบียงอาหาร และอาวุธ
(3)  หมายถึงทำพวกเขาเกียจคร้านที่ออกไป
(4)  คือมีผู้แนะนำพวกเขา ซึ่งอาจเป็นชัยฏอนที่มาในร่างของมนุษย์ก็ได้
(5)  หมายถึงเด็ก ๆ ผู้หญิง คนป่วยและคนชรา

47. “หากว่าพวกเขาออกไปในหมู่พวกเจ้าแล้วก็ไม่มีอะไรเพิ่มแก่พวกเจ้า นอกจากความเสียหาย(*1*)เท่านั้น และแน่นอนพวกเขาก็ย่อมฉวยโอกาสยุแหย่ระหว่างพวกเจ้าโดยปรารถนาให้เกิดความวุ่นวายแก่พวกเจ้า(*2*) และในหมู่พวกเจ้านั้นก็มีพวกที่รับฟังพวกเขาอยู่ และอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้ในผู้อธรรมทั้งหลาย”

(1)  เพราะพวกเขามิได้ตั้งใจต่อสู้ และเมื่อได้รับบาดาเจ็บก็จะพากันหนีอันก่อให้เกิดการเสียขวัญแก่บรรดามุมิน
(2)  อันให้เกิดความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน

48. “แท้จริงนั้นพวกเขาได้แสวงหาความวุ่นวาย(*1*) มาก่อนแล้ว และวางแผนต่าง ๆนานา เพื่อต่อต้าน(*2*)เจ้า จนกระทั่งความจริง(*3*)ได้มา และพระบัญชาของอัลลอฮ์ได้ประจักษ์ขึ้น(*4*) ทั้ง ๆ ที่พวกเขาไม่พอใจ”

(1)  กล่าวคือพวกเขาเคยวางแผนที่จะทำให้บรรดามุสลิมเสียขวัญ ขณะที่ออกไปต่อสู้ในสงครามอุฮุดมาแล้ว นั่นคือขณะที่กำลังทหารได้เดินทางไปถึง “อัชเชาฏ” ซึ่งอยู่ระหว่างมะดีนะฮ์ และอุฮุด นั้นดับดุลลอฮ์ บินอมัยบินสะลูน ซึ่งเป็นผู้นำของพวกมุนาฟิกได้นำกำลังทหารซึ่งเป็นมุนาฟิกเช่นเดียวกับเขากลับมะดีนะฮ์จำนวนหนึ่งในสามของทหารทั้งหมด และได้กล่าวแก่ผู้คนว่า “เด็กๆ และผู้ที่ไม่มีปัญญาความคิดอะไรเท่านั้นที่เชื่อฟังท่านนะบี เรื่องอะไรเราจะฆ่าตัวเอง” เขาหมายความว่า ถ้าคนใดในพวกเขาตายในการสู้รบ ก็เหมือนกับว่าได้ฆ่าตัวเอง
(2)  ข้อความดังกล่าวนี้เราถอดเอาแต่ความมุ่งหมายเท่านั้น ซึ่งข้อความตามศัพท์นั้นก็คือ “และพวกเขาได้พลิกกลับกิจการทั้งหลายสำหรับเจ้า” เป็นการเปรียบเทียบว่า กิจการทั้งหลายนั้นเป็นวัตถุ และการพลิกกลับไปกลับมานั้น ก็เพื่อพิจารณาว่าจะมีงานใดบ้างที่จะสามารถกำจัดท่านนะบีมูฮัมมัดได้บ้าง ดังนั้นความมุ่งหมายแห่งสำนวนดังกล่าวนี้คือ “พวกเขาได้วางแผนต่าง ๆนานา เพื่อต่อต้านท่านนะบีและกำจัดท่าน” ดังที่ใช้เป็น(นความหมายของอายะฮ์
(3)  หมายถึงชัยชนะ
(4)  คือประจักษ์แก่ผู้คนส่วนใหญ่ว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และมาจากพระองค์โดยแท้จริง

49. “และในหมู่พวกเขา(*1*)นั้นมีผู้ที่กล่าว(*2*)ว่า จงอนุมัติแก่ฉันเถิด และอย่าให้ฉันตกอยู่ในการทำความชั่ว(*3*)เลย พึงรู้เถิดว่า พวกเขาได้ตกอยู่ในการทำความชั่ว(*4*)นั้นแล้ว และแท้จริงนรกญะฮันนัมนั้นล้อมบรรดาผู้ปฏิเสธการศรัทธาอยู่แล้ว”

(1)  คือพวกมุนาฟิก
(2)  คือ อัล-ญัตบินก็อยส
(3)  คือฝ่าฝืนบัญญัติศาสนาเนื่องจากเขาอ้างเท็จว่า ถ้าเขาได้พบเห็นหญิงแห่งบะนี อัล-อัศฟัร แล้ว เขาไม่สามารถที่จะอดใจได้ที่จะทำชั่วกับนาง (บะนีอัล-อัศฟัรนั้น เป็นผู้สืบทอดในการเป็นกษัตริย์แห่งดรมัน) แล้วท่านนะบีก็อนุญาตให้แก่เขา
(4)  คือเนื่องจากฝ่าฝืนคำสั่งของอัลลอฮ์ที่ใช้ให้ออกไปสู้รบ แต่เขาไม่ยอมออกโดยอ้างเท็จแก่ท่านนะบีเป็นข้อแก้ตัว อนึ่งคำว่า “ความชั่ว” นั้นถอดความมาจาก “อัล-ฟิตนะฮ์” ซึ่ง “อัล-ฟิตนะฮ์” นี้มีความหมายหลายนัย เช่น การทดสอบ การก่อความไม่สงบ การหลงผิด การขัดแย้ง และการกระทำความชั่วเป็นต้น

50. “หากมีความดีใด ๆ ประสบแก่เจ้าก็ทำให้พวกเขาไม่สบายใจ และหากมีอันตรายใด ๆ ประสบแก่เจ้า(*1*) พวกเขาก็กล่าวว่า แท้จริงพวกเราได้เอากิจการของเราไว้ก่อน(*2*)แล้ว และพวกเขาก็ผินหลังให้(*3*) โดยที่พวกเขาเป็นผู้ปิติยินดี

(1)  คือได้รับการเพลี่ยงพล้ำ
(2)  คือเราได้ปฏิบัติตามความเห็นของเรา โดยที่เราเห็นว่าจะได้รับการเพลี่ยงพล้ำ พวกเราจึงไม่ออกไป พวกเราจึงปลอดภัย
(3)  คือกลับออกไปจากหมู่ผู้ศรัทธา

51. “จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ว่า จะไม่ประสบแก่เราเป็นอันขาด นอกจากสิ่งที่อัลลอฮฺได้กำหนดไว้แก่เราเท่านั้น (*1*) ซึ่งพระองค์เป็นผู้คุ้มครองเรา และแด่อัลลอฮฺนั้น มุอฺมินทั้งหลายจงมอบหมายเถิด”

(1)  คือกำหนดไว้แก่เรา ตามกฏแห่งการกำหนดสภาวะของพระองค์ที่ทรงให้ไว้แก่โลก อย่างไรก็ดีหากพระองค์ทรงประสงค์แล้วสิ่งนั้นจะเกิดขึ้นโดยไม่ต้องผ่านกฏแห่งการกำหนดสภาวะดังกล่าวแต่อย่างใด

52. “จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ว่าพวกท่านจะไม่คอยดูพวกเรา นอกจากหนึ่งในสองสิ่ง(*1*)ทีดีเยี่ยมเท่านั้น และเราก็จะคอยดูพวกท่านในการที่อัลลอฮ์จะทรงให้ประสบแก่พวกท่านด้วยการลงโทษที่มาจากที่พระองค์(*2*) หรือด้วยมือของพวกเรา(*3*) ดังนั้นพวกเจ้าจงคอยดูไปเถิด แท้จริงพวกเราก็จะเป็นผู้คอยดูพร้อมกับพวกท่านด้วย”

(1)  คือชัยชนะพร้อมด้วยเชยศึก และทรัพย์เชลยหนึ่ง และซะฮีดอีกหนึ่ง ซึ่งทั้งสองนั้นนับเป็นสิ่งที่ดีเยี่ยม
(2)  คือให้สายฟ้าฟาดลงมาในหมู่พวกเขา หรือการลงโทษอย่างหนึ่งอย่างใดทำให้พวกเขาพินาศ
(3)  คือทำการประหัดประหารพวกเขา และริบทรัพย์ของพวกเขา เพราะพวกเขาอยู่ในฐานะผู้ปฏิเสธศรัทธา

53. “จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ว่าพวกท่านจงบริจาคกันเถิด ทั้งด้วยสมัครใจหรือด้วยฝืนใจก็ตาม มัน(*1*)จะไม่ถูกรับจากพวกท่านเป็นอันขาดแท้จริงพวกท่านนั้นเป็นพวกที่ละเมิด(*2*)”

(1)  หมายถึงสิ่งที่พวกเขาบริจาค
(2)  คือละเมิดบัญญัติของอัลลอฮ์ และไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของท่านนะบี

54. “ไม่มี่สิ่งใดขัดขวางพวกเขา ในการที่บรรดาสิ่งบริจาคของพวกเขาไม่ถูกรับจากพวกเขานอกจากพวกเขาปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์(*1*) และต่อร่อซูลของพระองค์เท่านั้น และพวกเขาจะไม่มาละหมาด นอกจากพวกเขาจะมีสภาพเกียจคร้าน(*2*)แลพวกเขาจะไม่บริจาค นอกจากพวกเขาจะมีสภาพฝืนใจ(*3*)”

(1)  คือความจริงพวกเขาศรัทธาต่ออัลลอฮ์ แต่เนื่องจากพวกเขาปฏิเสธศรัทธาต่อท่านนะบีจึงถือว่าพสกเขาปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์ด้วย เพราะอัลลอฮ์เป็นผู้ส่งท่านนะบีมา
(2)  เนื่องจากพวกเขามืได้มีความศรัทธาด้วยใจจริง
(3)  เพราะไม่เชื่อว่าพวกเขาจะได้รับการตอบแทน นอกจากนั้นยังเป็นกำลังแก่ฝ่ายผู้ศรัทธาด้วย

55. “ดังนั้นจงอย่าให้ทรัพย์สมบัติพวกเขา และอย่าให้ลูก ๆ ของพวกเขาเป็นที่พึงใจแก่เจ้า แท้จริงอัลลอฮ์ทรงต้องการที่จะลงโทษพวกเขาด้วยสิ่งเหล่านั้นในชีวิตแห่งโลกนี้ และที่จะให้ชีวิตของพวกเขาออกจากร่างไป ขณะที่พวกเขาเป็นผุ้ปฏิเสธศรัทธาเท่านั้น

56. “และพวกเขา(*1*)จะสาบานต่ออัลลอฮ์ว่าแท้จริงพวกเขานั้นเป็นพวกของพวกเจ้า และพวกเขาหาใช่เป็นพวกของพวกเจ้าไม่ แต่ทว่าพวกเขานั้นคือ พวกที่หวาดกลัว(*2*)ต่างหาก”

(1)  คือพวกมุนาฟิกแห่งมะดีนะฮ์
(2)  คือหวาดกลัวว่าพวกเขาจะถูกตอบโต้ เช่นเดียวกับพวกมุชริกแห่งมักกอะฮ์ เนื่องจากพวกเขาหลอกลวงบรรดาผู้ศรัทธาว่า พวกเขาก็เป็นผู้ศรัทธาทั้งๆ ที่พวกเขามิได้เป็นผู้ศรัทธา

57. “หากพวกเขาพบที่พักพิง หรือบรรดาถ้ำหรืออุโมง แน่นอนพวกเขาจะหันไปหามัน โดยที่พวกเขาจะไปอย่างรีบด่วน(*1*)”

(1)  หมายความว่าถ้าพวกเขามีทางที่จะหนีให้พ้นจากบรรดาผู้ศรัทธาได้ พวกเขารีบพากันไปทันที เพราะไม่สามารถจะปกปิดความกลับกลอก หรือการเป็นมุนาฟิกของพวกเขาได้ตลอด และเกรงว่าจะถูกเปิดเผย แล้วในขณะนั้นแหละ ภัยอันใหญ่หลวงก็จะประสบแก่พวกเขา

58. “และในหมู่พวกเขานั้นมีผู้ที่ตำหนิเจ้าในเรื่องสิ่งบริจาค(*1*) ถ้าหากพวกเขาได้รับจากสิ่งบริจาคนั้นพวกเขาก็ยินดี และหากพวกเขามิได้รับจากสิ่งบริจาคนั้น ทันใดพวกเขาก็โกรธ”

(1)  หมายถึงเงินหรือทรัพย์สินส่วนซะกาต

59. “และหากพวกเขายินดีต่อสิ่ง(*1*)ที่อัลลอฮ์และร่อซูลของพระองค์ได้ให้แก่พวกเขา และกล่าวว่า อัลลอฮ์นั้นทรงพอเพียงแก่เรา(*2*)แล้วโดยที่อัลลอฮ์จะทรงประทานแก่เราจากความกรุณาของพระองค์และร่อซูลของพระองค์ (ก็จะให้ด้วย) แท้จริงแด่อัลลอฮ์เท่านั้นพวกเราเป็นผู้วิงวอนขอ”

(1)  หมายถึงทรัพย์เชลย
(2)  คือการที่อัลลอฮ์ทรงอยู่กับเรานั้นเป็นการพอเพียงแล้ว เพราะพระองค์ทรงรู้สภาพของพวกเราดีว่า เราควรได้รับความช่วยเหลืออะไรจากพระองค์ ทั้งนี้เมื่อเราดำเนินชีวิตอยู่ในวิถีทางของพระองค์

[ 1] [ 2] [3] [ 4] [ 5] [ 6] [ 7] [ Next]


Designed & Developed By Thai Islamic Global Net Team
Copyright (C) 2008 Alquran-Thai.Com All Rights Reserved