ซูเราะฮฺ        อายะหฺ   
         เลือกซูเราะฮฺ และ/หรืออายะหฺ ที่ต้องการ
คำ,วลี,ข้อความ   
         กรุณาป้อน คำ, วลี หรือบางส่วนของข้อความ ที่ต้องการค้นหา


43. ซูเราะฮฺ อัซซุครุฟ (Az-Zukhruf)

20. และพวกเขากล่าวอีกว่า หากพระผู้ทรงกรุณาปรานี ทรงประสงค์พวกเราจะไม่เคารพสักการะพวกเขาดอก (มะลาอิกะฮฺ) พวกเขาไม่มีความรู้อันใดในเรื่องนั้น พวกเขาไม่มีอะไรเลยนอกจากคาดคะเนเท่านั้น

21. หรือว่าเราได้ประทานคัมภีร์เล่มนึ่งแก่พวกเขาก่อนหน้านั้น ดังนั้นพวกเขาจึงยึดถือคัมภีร์นั้นไว้อย่างมั่นคง

22. เปล่าเลย พวกเขากล่าวว่า แท้จริงเราได้พบเห็นบรรพบุรุษของเราอยู่ในแนวทางนี้ ดังนั้นเราจึงดำเนินตามแนวทางของพวกเขา (*1*)

(1)  พวกมุชรีกีนเหล่านั้นกล่าวว่า หากอัลลอฮฺทรงประสงค์จากเรามิให้เคารพสักการะบรรดามะลากิกะฮฺ เราก็จะไม่กระทำอัลลอฮฺทรงกล่าวตอบแก่พวกเขาว่า พวกเขาไม่มีความรู้ใด ๆ ถึงความพอพระทัยของอัลลอฮฺ ตะอาลา ในการทำอิบาดะฮฺของพวกเขา ต่อมะลาอิกะฮฺ ดังนั้นพวกเขาจึงกล่าวเท็จทั้งสิ้น เพราะความรู้นั้นจะได้มาโดยทางคัมภีร์หรือนะบี และพวกเขาไม่มีทั้งคัมภีร์และนะบี ดังนั้นพวกเขาจึงคาดคะเนเอาทั้งสิ้น เปล่าเลย อัลลอฮฺมิได้ประทานคัมภีร์และไม่มีนะบีท่านใดมายังพวกเขาก่อนหน้ามุฮัมมัดเพื่อตักเตือนเลย ดังนั้นจึงไม่มีหลักฐานอันใดสำหรับพวกเขา นอกจาการเลียนแบบจากบรรพบุรุษของพวกเขาเท่านั้น พวกเขาจึงดำเนินตามอย่างคนตาบอด

23. และเช่นนั้นแหละ เรามิได้ส่งผู้ตักเตือนคนใดก่อนหน้าเจ้าไปยังเมืองใด เว้นแต่บรรดาผู้ฟุ่มเฟือยของมัน (เมืองนั้น) จะกล่าวว่า แท้จริงเราได้พบเห็นบรรพบุรุษของเราอยู่ในแนวทางนี้ ดังนั้นเราจึงดำเนินตามแนวทางของพวกเขา (*1*)

(1)  อุปมาพวกกุฟฟารเหล่านั้นได้ปฏิบัติตามบรรพบุรุษของพวกเขาโดยปราศจากหลักฐานและข้อพิสูจน์ใด ๆ อุปมัยกลุ่มชนในยุคก่อน ๆ พวกเขาที่เป็นผู้ปฏิเสธศรัทธาได้กระทำมาก่อนแล้ว คือบรรดาผู้ที่อยู่ในความสำราญและหมกหมุ่นอยู่ในเรื่องกามารมณ์เหล่านั้นมิได้ให้ความสนใจที่จะ แสวงหาความจริง จะกล่าวว่าเราได้พบบรรพบุรุษของเราอยู่ในแนวทางหรือศาสนานี้ เราจึงปฏิบัติตามแนวทางของบรรพบุรุษของเรา

24. เขา (ร่อซูลของพวกเขา ) กล่าวว่าหากว่าฉันได้นำมาให้พวกท่าน ซึ่งแนวทางที่ถูกต้องกว่าที่พวกท่านได้พบเห็นบรรพบุรุษของพวกท่านยึดถืออยู่เล่า ? พวกเขากล่าวว่าแท้จริงเราเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธาต่อสิ่งที่พวกท่านถูกส่งมานั้น

25. ดังนั้นเราได้ตอบแทนพวกเขา บัดนี้จงดูเถิดว่าบั้นปลายของบรรดาผู้ปฏิเสธนั้นจะเป็นเช่นไร (*1*)

(1)  นะบีทุก ๆ ท่านก็ได้กล่าวแก่หมู่ชนของเขาขณะที่เตือนพวกเขาให้ตระหนักถึงการลงโทษของอัลลอฮฺ ว่า พวกท่านจะปฏิบัติตามบรรพบุรุษของพวกท่าน ถึงแม้ว่าฉันได้นำมาให้พวกท่านซึ่งศาสนาที่ดีกว่า และถูกต้องกว่าสิ่งที่พวกเขาได้อยู่กระนั้นหรือ? พวกเขาจะกล่าวว่า เราขอปฏิเสธสิ่งที่พวกท่านนำมา เช่นในเรื่องของการเตาฮีด การอีมาน การฟื้นคืนชีพ และการตอบแทน ดังนั้นเราจึงได้ตอบแทนประชาชาติที่ปฏิเสธศรัทธาด้วยการลงโทษนานาชนิด ดังนั้นจงคอยดูเถิดสภาพของพวกเขาและทางกลับของพวกเขาจะเป็นเช่นไร

26. และจงรำลึกถึงเมื่ออิบรอฮีมได้กล่าวแก่บิดาของเขา และหมู่ชนของเขาว่า แท้จริงฉันขอปลีกตัวจากสิ่งที่พวกท่านเคารพภักดี

27. นอกจาก (อัลลอฮฺ) ซึ่งทรงบังเกิดฉันเท่านั้น เพราะแท้จริงพระองค์จะทรงชี้แนะทางที่ถูกต้องแก่ฉัน (*1*)

(1)  โอ้มุฮัมมัด จงรำลึกขณะที่อิบรอฮิม อัลค่อลีล ได้กล่าวแก่บิดาของเขา และหมู่ของเขาว่า แท้จริง ฉันขอปลีกตัวออกจากรูปปั้นเหล่านี้ที่พวกท่านเคารพภักดีอื่นจากอัลลอฮฺ นอกจากพระเจ้าของฉันที่ทรงบังเกิดฉัน และสร้างฉันขึ้นมาจากสิ่งที่ไม่มีอะไรเลย พระองค์ก็ทรงชี้แนะทางแก่ฉัน สู่ศาสนาที่เที่ยงแท้และทางแห่งความสุข

28. และเขา (อิบรอฮีม) ได้ทำให้คำกล่าว (ชะฮาดะฮฺ) อยู่คงต่อไปในลูกหลานของเขา หวังว่าพวกเขาจะกลับมาสำนึกผิด (*1*)

(1)  และอิบรอฮีมได้ทำให้คำกล่าวอัตเตาฮีดหรือชะฮาดะฮฺยืนหยัดคงอยู่กับลูกหลานของเขาตลอดไป โดยหวังว่าพวกเขาจะได้สำนึกผิด และบางคนที่ทำชิริกจะได้กลับสู่การอีมานอีก

29. ยิ่งกว่านั้น ข้าได้ให้พวกเขาเหล่านั้น และบรรพบุรุษของพวกเขาหลงระเริงอยู่จนกระทั่งได้มีสัจธรรม (อัลกุรอาน) และร่อซูล ผู้ประกาศสาส์นอย่างชัดแจ้งมายังพวกเขา

30. ครั้งเมื่อได้มีสัจธรรมมายังพวกเขา พวกเขาก็กล่าวว่า นี้คือมายากล และแท้จริง พวกเราเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธาต่อสัจธรรมนั้น (*1*)

(1)  แต่เรา (อัลลอฮฺ) ได้ให้ชาวมักกะฮฺและบรรพบุรษของพวกเขาเคลิบเคลิ้มอยู่ระยะเวลาหนึ่งด้วยการมีอายุยาวนานและด้วยนิอฺมะฮฺ แต่พวกเขาก็ยังคงหลงระเริงอยู่ด้วยการหมกมุ่นในเรื่องของความรักใคร่ใฝ่ต่ำจนทำให้พวกเขาลืมการรำลึกถึงพระผู้สร้างพวกเขามา ครั้งเมื่ออัลกุรอานได้มีมายังพวกเขาพร้อมทั้งร่อซูลผู้ประกาศสัจธรรมอันชัดแจ้ง โดยได้รับการยืนยันสนับสนุนด้วยสัญญาณต่าง ๆ และสิ่งปาฏิหาริย์ พวกเขาก็ปฏิเสธไม่ยอมศรัทธาและกล่าวว่า ทั้งหมดนี้เป็นมายากลทั้งสิ้น นอกจากนั้นยังได้ดูถูกเหยียบหยามท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ในรูปแบบต่าง ๆ อีกด้วย

31. และพวกเขากล่าวว่า ทำไมอัลกุรอานนี้จึงไม่ถูกประทานลงมาให้แก่ชายผู้มีความสำคัญแห่งสองเมืองนี้ (*1*)

(1)  พวกมุชริกีนมักกะฮฺยังได้กล่าวอีกว่า ทำไมอัลกุรอานนี้จึงไม่ประทานลงมาให้แก่หัวหน้าผู้มีความสำคัญแห่งเมืองมักกะฮฺ และเมืองตออิฟเล่า ? หมายถึง อัลวะลีด อิบนุล มุฆีเราะฮฺแห่งเมืองมักกะฮฺ และอุรวะฮฺ อิบนุ มัสอู๊ด แห่งเมืองตออิฟ โดยพวกเขามีความเห็นว่าการมีเกียรติหมายถึง การมีทรัพย์สินเงินทอง และเห็นว่ามุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ไม่เหมาะสมที่จะได้รับตำแหน่งนี้เพราะเขาเป็นผู้กำพร้าและยากจน

32. พวกเขาเป็นผู้แบ่งปันความเมตตาแห่งพระเจ้าของเจ้า กระนั้นหรือ ? เราต่างหากที่เป็นผู้จัดสรรการทำมาหากินของพวกเขาระหว่างพวกเขาในการมีชีวิตอยู่ในบนโลกนี้ และเราได้เชิดชูบางคนในหมู่พวกเขาเหนือกว่าอีกบางคนหลายชั้น เพื่อบางคนในหมู่พวกเขาจะเอาอีกบางคนมาใช้งาน และความเมตตาของพระเจ้าของเจ้านั้นดียิ่งกว่าที่พวกเขาสะสมไว้ (*1*)

(1)  คือพวกเขาเป็นผู้กำหนดการให้เป็นนะบีแก่ผู้ที่เขาประสงค์ จนกระทั่งพวกเขาเสนอแนะจะให้ผู้ที่มีฐานะเพื่อดำรงตำแหน่งนี้กระนั้นหรือ ? ด้วยเคล็ดลับของเรา เราจึงให้คนนี้มั่งมีคนนั้นยากจนคนโน้นมีฐานะปานกลาง และเราได้ให้แต่ละคนในหมู่พวกเขามีฐานะแตกต่างกันในเรื่องทรัพย์สินและริซกี ทั้งนี้เพื่อให้บางคนรับใช้อีกบางคนเพื่อให้การดำเนินชีวิตเป็นไปอย่างมีระบบและความโปรดปรานของอัลลอฮฺ ตะอาลา แก่เจ้าด้วยการให้เป็นนะบีนั้นดียิ่งกว่าสิ่งที่มวลมนุษย์สะสมไว้จากชิ้นส่วนที่สูญสลายของดุนยา

33. และหากมิใช่มนุษย์ทั้งหลายจะได้เป็นประชาชาติหนึ่งเดียวกันแล้ว แน่นอนเราจะให้ผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาต่อพระผู้ทรงกรุณาปรานีมีบ้านของพวกเขาหลังคาทำด้วยเงิน และบันไดที่พวกเขาขึ้น (ก็ทำด้วยเงิน)

34. และบ้านของพวกเขามีประตูและเตียงนอน (ทำด้วยเงิน) ซึ่งพวกเขาจะนอนเอกเขนกบนมัน

35. และ (เราจะให้เครื่องประดับแก่พวกเขาที่ทำด้วย ) ทองคำ แต่ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราวแห่งชีวิตในโลกนี้เท่านั้น ส่วนในปรโลก ณ ที่พระเจ้าของเจ้านั้นสำหรับบรรดาผู้ยำเกรง (*1*)

(1)  หากมิใช่มนุษย์จะเป็นหมู่ชนเดียวกัน เมื่อพวกเขามองเห็นผู้ปฏิเสธศรัทธา อยู่ในการมีริซกีอย่างกว้างขวาง และพวกเขาได้กลายเป็นประชาชาติเดียวกันในการปฏิเสธศรัทธา เรา (อัลลอฮฺ) ก็จะเจาะจงให้โลกดุนยานี้มีขึ้นเฉพาะพวกปฏิเสธศรัทธาแล้วเราจะให้อาคารบ้านเรือนของพวกเขาทุกชิ้นส่วนทำด้วยเงิน ตลอดจนเครื่องใช้ในบ้านทุกชิ้น และเครื่องประดับสำหรับตกแต่งบ้านภายในบ้าน ก็ทำด้วยเงินหรือทองคำ ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงปัจจัยและ และความสุขสำราญชั่วคราวในการดำรงชีวิตอยู่ในโลกนี้เท่านั้น ส่วนในโลกอาคิเราะฮฺนั้น สวนสวรรค์และความสุขนานาชนิดถูกจัดขึ้นโดยเฉพาะสำหรับบรรดาผู้ยำเกรงเท่านั้น

36. และผู้ใดผินหลังจากการรำลึกถึงพระผู้ทรงกรุณาปราณี เราจะให้ชัยฏอนตัวหนึ่งแก่เขา แล้วมันก็จะเป็นสหายของเขา

37. และแท้จริง พวกมันจะขัดขวางพวกเขาออกจากทางที่ถูกต้อง แต่พวกเขาคิดว่า พวกเขานั้นอยู่ในแนวทางที่ถูกต้องแล้ว (*1*)

(1)  ผู้ใดผินหลังให้อัลกุรอานโดยไม่ศรัทธาและไม่ให้ความสนใจ หรือไม่ศึกษาค้นคว้าหาความเข้าใจแล้ว เราจะให้ชัยฏอนเป็นมิตรคู่เคียงกับเขาตลอดไป แล้วชัยฏอนเหล่านั้นจะขัดขวางล่อลวงพวกเขาทุกวิธีทางเพื่อให้พวกเขาหลงผิดหมกหมุ่นอยู่ในการทำบาปและกระทำความผิด แล้วพวกเขาก็จะหลงจากแนวทางที่ถูกต้อง และคิดว่าพวกเขากำลังอยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง

38. จนกระทั่งเมื่อเขาได้มายังเรา (ในวันกิยามะฮฺ) เขาจะเปรยขึ้นว่า อนิจจา ถ้ระหว่างฉันกับเจ้ามีระยะทางห่างกันเช่นทิศตะวันออกกับทิศตะวันตกก็จะดี ชั่วช้าแท้ ๆ สหายเช่นนี้

39. และในวันนี้มันจะไม่เกิดผลอันใดเลยแก่พวกเจ้า เพราะพวกเจ้าได้อธรรม (แก่ตัวเอง) แม้ว่าพวกเจ้าจะมีหุ้นส่วนร่วมกันในการได้รับโทษก็ตาม (*1*)

(1)  ในวันกิยามะฮฺผู้ปฏิเสธศรัทธาและผู้ที่ผินหลังให้อัลกุรอานจะกล่าวกับชัยฏอนว่า เจ้าเป็นสหายที่สารเลวชั่วช้าจริง ๆหากว่าฉันกับเจ้าได้อยู่ห่างไกลกันเสมือนกับทิศตะวันออกกับทิศตะวันตกก็จะดี ในวันนี้การแก้ตัวใด ๆ จะไม่เกิดผลอันใดแก่พวกเจ้าเลย เพราะพวกเจ้าได้อธรรมแก่ตัวเอง และการได้รับโทษร่วมกันของพวกเจ้าก็จะไม่เกิดประโยชน์อันใดที่จะได้รับการลดหย่อนการลงโทษแต่ประการใด

[ 1] [2] [ 3] [ 4] [ 5] [ Next]


Designed & Developed By Thai Islamic Global Net Team
Copyright (C) 2008 Alquran-Thai.Com All Rights Reserved