ซูเราะฮฺ        อายะหฺ   
         เลือกซูเราะฮฺ และ/หรืออายะหฺ ที่ต้องการ
คำ,วลี,ข้อความ   
         กรุณาป้อน คำ, วลี หรือบางส่วนของข้อความ ที่ต้องการค้นหา


42. ซูเราะฮฺ อัซซูรอ (Ash-shura)

40. และการตอบแทนความชั่วคือความชั่วเยี่ยงมัน แต่ผู้ใดอภัย และไกล่เกลี่ยคืนดีกันรางวัลตอบแทนของเขาอยู่ที่อัลลอฮฺ แท้จริงพระองค์ไม่ชอบบรรดาผู้อธรรม (*1*)

(1)  คือการตอบแทนการทำร้ายด้วยการช่วยเหลือผู้ที่ถูกข่มเหงอย่างเท่าเทียมและไม่เกินเลย แต่ถ้าผู้ใดอภัยให้แก่ผู้ข่มเหงและไกล่เกลี่ยคืนดีกัน อัลลอฮฺก็จะตอบแทนความดีให้แก่เขา แท้จริงอัลลอฮฺทรงเกลียดผู้ที่เริ่มด้วยการอธรรม และเป็นผู้ทำร้ายเพื่อแก้แค้น

41. แต่ถ้าผู้ใดแก้แค้นตอบแทนหลังจากได้รับความอธรรม ชนเหล่านั้นจะไม่มีทางตำหนิแก่พวกเขา (*1*)

(1)  แต่ถ้าผู้ใดช่วยเหลือผู้ที่ถูกข่มเหงโดยปราศจากการทำร้าย ก็จะไม่เกิดโทษแก่พวกเขา และจะไม่ถูกตำหนิ เพราะพวกเขากระทำในสิ่งที่ได้รับอนุมัติให้กระทำ

42. ส่วนที่จะเกิดโทษนั้นได้แก่บรรดาผู้ที่อธรรมต่อมนุษย์ และก่อความเสียหายให้เกิดขึ้นในแผ่นดินโดยปราศจากความเป็นธรรม ชนเหล่านี้พวกเขาจะได้รับการลงโทษอันเจ็บปวด (*1*)

(1)  แต่ทว่าการลงโทษและการเอาผิดจะได้แก่บรรดาผู้ทำร้ายมนุษย์ด้วยความอธรรมและก่อความเสียหายในแผ่นดินด้วยการทำร้ายเพื่อนมนุษย์ในทางชีวิตและทรัพย์สิน

43. และแน่นอนผู้ที่อดทนและให้อภัย แท้จริงนั่นคือ ส่วนหนึ่งจากกิจการที่หนักแน่นมั่นคง (*1*)

(1)  และสำหรับผู้ที่อดทนต่อการทำร้าย และให้อภัยเพื่อพระพักตร์ของอัลลอฮฺ เพราะการอดทนและการให้อภัยนั้นเป็นกิจการที่น่าสรรเสริญ ซึ่งอัลลอฮฺทรงใช้ให้กระทำ

44. และผู้ใดที่อัลลอฮฺทรงให้เขาหลงทาง ดังนั้นสำหรับเขาจะไม่มีผู้คุ้มครองภายหลังจากพระองค์และเจ้าจะเห็นบรรดาผู้อธรรมเมื่อพวกเขามองเห็นการลงโทษ พวกเขาจะกล่าวว่า มีทางบ้างไหมที่จะกลับไป (ยังโลกดุนยา) (*1*)

(1)  และผู้ใดที่อัลลอฮฺทรงให้เขาหลงทางก็จะไม่มีผู้ช่วยเหลือหรือผู้ชี้แนะไปสู่แนวทางที่ถูกต้อง และเจ้าจะเห็นพวกปฏิเสธศรัทธาขณะที่พวกเขามองเห็นการลงโทษในนรกญะฮันนัม พวกเขาจะขอร้องให้นำกลับไปยังโลกดุนยาเพื่อกระทำความดีด้วยการจงรักภักดีต่ออัลลอฮฺ ตะอาลา

45. และเจ้าจะเห็นพวกเขาถูกนำมาข้างหน้าไฟนรกพวกเขาจะถ่อมตัวลงอย่างน่าสังเวชมองดูอย่างหลบสายตา และบรรดาผู้ศรัทธาจะกล่าวว่า แท้จริงพวกที่ขาดทุนคือ บรรดาผู้ที่ทำตัวของพวกเขาและครอบครัวของพวกเขาให้เสียหายยับเยินในวันกิยามะฮฺ พึงทราบเถิด แท้จริงบรรดาผู้อธรรมนั้นอยู่ในการลงโทษอันถาวร (*1*)

(1)  เจ้าจะเห็นพวกมุชริกีนเหล่านั้นเมื่อถูกนำมาข้างหน้าไฟนรก พวกเขาจะอยู่ในสภาพที่น่าหวาดกลัวน่าสังเวช พวกเขาจะมองดูอย่างหลบสายตาคือ ไม่กล้ามองอย่างเต็มตา ขณะนั้นบรรดาผู้ศรัทธาจะกล่าวว่า บรรดาผู้ที่ขาดทุนอย่างแท้จริงคือผู้ที่ทำตัวของเขาเอง และครอบครัวของเขาให้เสียหายยับเยินในวันกิยามะฮฺด้วยการเข้าไปอยู่ในนรกญะฮันนัมตลอดไป

46. และสำหรับพวกเขาจะไม่มีผู้คุ้มครองให้ความช่วยเหลือแก่พวกเขานอกจากอัลลอฮฺ และผู้ใดที่อัลลอฮฺทรงให้เขาหลงทาง เขาผู้นั้นก็จะไม่มีทาง (ไปสู่การฮิดายะฮฺได้) (*1*)

(1)  คือจะไม่มีผู้ใดให้ความคุ้มครอง หรือช่วยเหลือพวกเขาให้พ้นจากการลงโทษของอัลลอฮฺได้ตามที่พวกเขาได้ตั้งความหวังเอาไว้ในโลกดุนยา

47. จงตอบรับการเรียกร้องของพระเจ้าของพวกเจ้าเถิด ก่อนที่วันหนึ่งจะมาถึง ซึ่งจะไม่มีทางหลีกเลี่ยงไปจากอัลลอฮฺได้ และในวันนั้นสำหรับพวกเจ้าจะไม่มีที่พักพิง และพวกเจ้าก็จะไม่มีทางปฏิเสธด้วย (*1*)

(1)  โอ้มนุษย์เอ๋ย จงตอบรับสิ่งที่พระเจ้าของพวกเจ้าเรียกร้องไปสู่การศรัทธา และการจงรักภักดีเถิด ก่อนที่วันอันน่าสะพึงกลัวจะมาถึง ซึ่งจะไม่มีผู้ใดสามารถจะหลบหลีกไปได้ และพวกเจ้าก็จะไม่มีทางหนีเพื่อไปหาที่พึ่ง ณ แห่งใดได้

48. แต่ถ้าพวกเขาผินหลังให้ (ไม่ยอมรับการเรียกร้อง) ดังนั้นเรามิได้ส่งเจ้ามายังพวกเขาเพื่อเป็นผู้คุ้มกันรักษา หน้าที่ของเจ้ามิใช่อื่นใดนอกจากการเผยแผ่เท่านั้น และแท้จริงถ้าเราจะให้มนุษย์ลิ้มรสความเมตตาจากเรา เขาก็จะยินดีปรีดาต่อความเมตตานั้น และหากเคราะห์กรรมประสบแก่พวกเขา เนื่องจากน้ำมือของพวกเขาได้ประกอบเอาไว้ ดังนั้นแน่นอนมนุษย์นั้นเป็นผู้เนรคุณเสมอ (*1*)

(1)  คือถ้าหากพวกมุชริกีนผินหลังให้กับการศรัทธาและไม่ยอมรับการฮิดายะฮฺแล้ว ดังนั้นเรามิได้ส่งเจ้ามาเพื่อทำหน้าที่ควบคุมการกระทำของพวกเขา แต่หน้าที่อันแท้จริงของเจ้าคือเผยแผ่สาส์นของพระเจ้าของเจ้า แท้จริงเมื่อเราให้เกียรติแก่มนุษย์โดยให้ความโปรดปราน เช่น การมีสุขภาพดี มีฐานะร่ำรวย มีความปลอดภัย พวกเขาก็จะมีความสุขใจ และหยิ่งยะโส และเมื่อเคราะห์กรรมประสบแก่พวกเขา อันเนื่องมาจากการทำบาปของพวกเขา พวกเขาก็จะเนรคุณและดื้อรั้น

49. อำนาจเด็ดขาดแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินนั้นเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮฺ พระองค์ทรงสร้างสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์ พระองค์ทรงประทานลูกหญิงแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และทรงประทานลูกชายแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ (*1*)

(1)  ความหมายของอายะฮฺก็คือ มนุษย์นั้นอย่าได้เข้าใจผิดในสิ่งที่เขากำลังครอบครองอยู่ เช่น ทรัพย์สิน และชื่อเสียง พึงรู้เถิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮฺแต่องค์เดียว การควบคุมดูแลกิจการต่าง ๆ เป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์เท่านั้น ทั้งในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน พระองค์ทรงประทานบุตรหญิงหรือบุตรชายแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์

50. หรือพระองค์ทรงประทานรวมให้แก่พวกเขาทั้งหลาย และลูกหญิง และพระองค์ทำให้ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์เป็นหมัน แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงอนุภาพ (*1*)

(1)  และพระองค์ทรงประทานทั้งบุตรชายและบุตรหญิงแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์เช่นกัน และทรงทำให้สามีบางคนเป็นหมันและภริยาบางคนเป็นหมันตามที่พระองค์ทรงประสงค์ ทั้งหมดนี้พระองค์ทรงรอบรู้และทรงอานุภาพ ทั้งนี้เพื่อผลประโยชน์และฮิกมะฮฺ

51. และไม่เป็นการบังควรแก่มนุษย์คนใดที่จะให้อัลลอฮฺตรัสแก่เขาเว้นแต่โดยทางวะฮียฺ หรือโดยทางเบื้องหลังม่าน หรือโดยที่พระองค์จะส่งทูตมา แล้วเขา (มะลัก) ก็จะนำวะฮียฺมาตามที่พระองค์ทรงประสงค์โดยบัญชาของพระองค์ แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงสูงส่งผู้ทรงปรีชาญาณ (*1*)

(1)  ในอายะฮฺนี้ อัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงชี้แจงว่าพระองค์ตรัสแก่บ่าวของพระองค์ 3 วิธีด้วยกันคือการวะฮียฺโดยทางดลใจหรือทางฝัน วิธีการนี้สำหรับบรรดานะบีและบรรดาวะลียฺให้ได้ยินคำตรัสเบื้องหลังม่าน วิธีการนี้สำหรับบรรดานะบีและบรรดาดาวะลียฺการวะฮียฺโดยผ่านทางมะลัก วิธีนี้สำหรับบรรดานะบี

52. และเช่นนั้นแหละเราได้วะฮียฺอัลกุรอาน แก่เจ้าตามบัญชาของเรา เจ้าไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าอะไรคือคัมภีร์ และอะไรคือการศรัทธาแต่ว่าเราได้ทำให้อัลกุรอานเป็นแสงสว่างเพื่อชี้แนะทาง โดยนัยนั้นแก่ผู้ที่เราประสงค์จากปวงบ่าวของเรา และแท้จริงเจ้านั้น จะได้รับการชี้แนะสู่ทางอันเที่ยงธรรมอย่างแน่นอน (*1*)

(1)  ดังที่เราได้เคยวะฮียฺให้แก่บรรดานะบีก่อนเจ้า เช่นเดียวกันเราได้วะฮียฺอัลกุรอานแก่เจ้า ซึ่งครอบคลุมทั้งข้อใช้ ข้อห้ามสัญญาดีและสัญญาร้าย และเจ้าไม่เคยรู้มาก่อนการวะฮียฺเลยว่า อัลกุรอานคืออะไร? และไม่เคยรู้มาก่อนถึงบทบัญญัติแห่งการอีมานทั้งคำพูดและการปฏิบัติ แต่เราได้ทำให้อัลกุรอานนี้เป็นแสงสว่างเป็นดวงประทีปเพื่อที่จะชี้แนะทางแก่ปวงบ่าวของเราที่มีความยำเกรง และเจ้าจะได้รับการชี้แนะไปสู่ศาสนาอิสลาม

53. ทางของอัลลอฮฺ ซึ่งสิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลาย และสิ่งที่อยู่ในแผ่นดินเป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์ พึงทราบเถิดกิจการทั้งหลายย่อมไปสู่อัลลอฮฺ (*1*)

(1)  คือศาสนาของอัลลอฮฺ ซึ่งเป็นแนวทางที่เที่ยงตรงไม่คดเคี้ยว ทุกๆ สิ่งที่อยู่ในจักรวาลนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์ ทั้งการสร้างการเป็นกรรมสิทธิ์และการครอบครอง ทางกลับของกิจการทั้งหลายย่อมกลับไปสู่พระองค์ ทรงชี้ขาดกิจการของปวงบ่าวด้วยการตัดสินที่ยุติธรรม

[ 1] [ 2] [3]


Designed & Developed By Thai Islamic Global Net Team
Copyright (C) 2008 Alquran-Thai.Com All Rights Reserved