ซูเราะฮฺ        อายะหฺ   
         เลือกซูเราะฮฺ และ/หรืออายะหฺ ที่ต้องการ
คำ,วลี,ข้อความ   
         กรุณาป้อน คำ, วลี หรือบางส่วนของข้อความ ที่ต้องการค้นหา


42. ซูเราะฮฺ อัซซูรอ (Ash-shura)

20. ผู้ใดปรารถนาผลตอบแทนของปรโลกเราจะเพิ่มผลตอบแทนของเขาแก่เขา และผู้ใดปรารถนาผลตอบแทนของโลกดุนยา เราจะให้แก่เขาบางส่วนในสิ่งนั้น และสำหรับเขาจะไม่ได้ส่วนใดอีกในปรโลก (*1*)

(1)  คือต้องการผลตอบแทนของโลกอาคิเราะฮฺด้วยการกระทำของเขา เราจะเพิ่มผลตอบแทนที่ดีแก่เขาสิบเท่าหรือมากกว่านั้น และผู้ใดต้องการผลตอบแทนความสุขสำราญในโลกดุนยาด้วยการกระทำของเขา เราจะให้บางส่วนเท่านั้นส่วนในโลกอาคิเราะฮฺเขาจะไม่ได้ส่วนแห่งการตอบแทนแต่อย่างใด

21. หรือว่าพวกเขามีภาคีต่าง ๆ ที่ได้กำหนดศาสนาแก่พวกเขา ซึ่งอัลลอฮฺมิได้ทรงอนุมัติและหากมิใช่ลิขิตแห่งการตัดสิน (ที่ได้กำหนดไว้ก่อนแล้ว) ก็คงมีการตัดสินใจในระหว่างพวกเขา แท้จริงบรรดาผู้อธรรมสำหรับพวกเขาได้รับการลงโทษอันเจ็บปวด (*1*)

(1)  เป็นคำถามเพื่อยืนยันและปราม คือ หรือว่าพวกกุฟฟารเหล่านั้นมีภาคีที่เป็นชัยฏอนหรือพระเจ้าเป็นเจว็ด ได้บัญญัติให้แก่พวกเขาให้มีการตั้งภาคีและการทรยศ ซึ่งอัลลอฮฺมิได้ทรงอนุมัติให้แก่พวกเขา หากว่าอัลลอฮฺมิได้ทรงลิขิตไว้แต่ก่อนแล้วว่าการตอบแทนและการลงโทษจงมีขึ้นในวันกิยามะฮฺ พระองค์ก็จะทรงตัดสินระหว่างพวกกุฟฟารกับบรรดามุอฺมิน ด้วยการเร่งให้มีการลงโทษแก่ผู้อธรรม และตอบแทนความดีแก่ผู้ศรัทธา

22. เจ้าจะเห็นบรรดาผู้อธรรมเป็นผู้หวั่นกลัวเนื่องจากสิ่งที่พวกเขาขวนขวายเอาไว้ และมันจะต้องเกิดขึ้นแก่พวกเขา (*1*) ส่วนบรรดาผู้ศรัทธาและปฏิบัติความดีต่าง ๆ จะอยู่ในอุทยานแห่งสวนสวรรค์ สำหรับพวกเขาจะได้สิ่งที่พวกเขาปรารถนา ณ ที่พระเจ้าของพวกเจ้านั่นคือความโปรดปรานอันยิ่งใหญ่ (*2*)

(1)  คือในวันกิยามะฮฺ เจ้าจะเห็นบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาในสภาพเช่นนั้น
(2)  ส่วนบรรดาผู้ศรัทธาที่เป็นคนดีจะได้อยู่ในสวนสวรรค์อย่างมีความสุขที่สุด พวกเขาปรารถนาสิ่งใดก็จะได้ตามความปรารถนา ดังนั้นข้อแตกต่างระหว่างบุคคล 2 จำพวกจะเปรียบเทียบกันไม่ได้ ด้วยเหตุนี้อัลลอฮฺ ตะอาลา จึงกล่าวว่า นั่นคือความโปรดปรานอันยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นความโปรดปรานเฉพาะบรรดาผู้ศรัทธา

23. นั่นคือ (ความโปรดปราน) อัลลอฮฺทรงแจ้งข่าวดีแก่ปวงบ่าวของพระองค์ ซึ่งพวกเขาได้ศรัทธาและปฏิบัติความดีต่าง ๆ จงกล่าวเถิดมุฮัมมัด ฉันมิได้ขอร้องค่าตอบแทนใด ๆ เพื่อการนี้ เว้นแต่เพื่อความรักใคร่ในเครือญาติและผู้ใดกระทำความดี เราจะเพิ่มพูนความดีในนั้นให้แก่เขา แท้จริงอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงอภัยผู้ทรงชื่นชม (เพราะการภักดีของพวกเขา) (*1*)

(1)  ดังกล่าวนั้นอัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงแจ้งข่าวดีแก่ปวงบ่าวของพระองค์ และปฏิบัติความดี ซึ่งมีอยู่ในคัมภีร์และผ่านทางร่อซูลของพระองค์ เพื่อให้พวกเขาดีใจ และเพิ่มความคิดถึงที่จะพบกับพระองค์ มุฮัมมัดจงกล่าวแก่พวกมุชริกีนเถิดว่า ฉันมิได้ขอค่าจ้างหรือทรัพย์สินแต่อย่างใดในการเผยแผ่สาส์นนี้ เว้นแต่เพื่อรักษาไว้ซึ่งสิทธิแห่งการเป็นเครือญาติ และพวกท่านอย่าได้ทำร้ายฉันจนกว่าฉันจะได้ทำหน้าที่ของฉันอย่างเรียบร้อย

24. หรือพวกเขากล่าวว่า เขา (มุฮัมมัด) ได้อุปโลกน์ความเท็จให้แก่อัลลอฮฺ ดังนั้นหากอัลลอฮฺทรงประสงค์ พระองค์จะทรงผนึกหัวใจเจ้าก็ได้ และอัลลอฮฺทรงขจัดความเท็จให้หมดไป และทรงยืนยันความจริงด้วยคำกล่าวของพระองค์ (อัลกุรอาน) แท้จริงพระองค์ทรงรอบรู้สิ่งที่อยู่ในทรวงอก (*1*)

(1)  หรือพวกกุฟฟารกุเรชกล่าวว่า มุฮัมมัดอุปโลกน์ความเท็จให้แก่อัลลอฮฺ โดยกล่าวอ้าวว่าอัลกุรอานเป็นดำรัสของอัลลอฮฺ และเป็นวะฮียฺของพระองค์ หากมุฮัมมัดได้อุปโลกน์ความเท็จให้แก่อัลลอฮฺจริง พระองค์จะทรงผนึกบนหัวใจของเขาโดยให้ลืมอัลกุรอานที่อยู่ในทรวงอกของเขา และทรงให้ความเท็จสูญหาย และทรงให้ความจริงยืนหยัด และชัดแจ้งด้วยพระดำรัสของพระองค์คืออัลกุรอาน

25. และพระองค์คือผู้ทรงรับการขออภัยโทษจากปวงบ่าวของพระองค์ และทรงอภัยจากความผิดทั้งหลายและพระองค์ทรงรอบรู้สิ่งที่พวกเจ้ากระทำ (*1*)

(1)  นี่คือความโปรดปรานของอัลลอฮฺที่มีต่อปวงบ่าวของพระองค์ คือ ทรงรับการกลับเนื้อกลับตัวของบ่าวของพระองค์ ถ้าหากเขายอมสารภาพด้วยความจริงใจและจะไม่กลับไปประพฤติผิดอีก

26. และพระองค์ทรงตอบรับ (การวิงวอน) ของบรรดาผู้ศรัทธา และพวกเขากระทำความดีทั้งหลาย และพระองค์จะทรงเพิ่มพูนจากความโปรดปรานของพระองค์แก่พวกเขา และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธานั้น พวกเขาจะได้รับการลงโทษอย่างสาหัส (*1*)

(1)  อัลลอฮฺทรงตอบรับการวิงวอนของบรรดามุอฺมินที่ปฏิบัติความดี และพระองค์จะทรงเพิ่มความดีให้แก่พวกเขาอีกนอกเหนือไปจากที่พวกเขาวิงวอน ส่วนบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธานั้นจะได้รับการลงโทษอย่างเจ็บปวดในนรกญะฮันนัม

27. และหากอัลลอฮฺทรงประทานปัจจัยยังชีพอย่างกว้างขวางแก่ปวงบ่าวของพระองค์ แน่นอนพวกเขาก็จะก่อความเสียหายขึ้นในแผ่นดิน แต่พระองค์ทรงประทานให้ตามปริมาณที่พระองค์ทรงประสงค์ แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงตระหนักรู้ ผู้ทรงเห็นต่อปวงบ่าวของพระองค์ (*1*)

(1)  อิบนฺกะซีรกล่าวว่า หากพระองค์ทรงประทานริซกีให้แก่พวกเขาเกินกว่าความต้องการแล้วก็จะทำให้พวกเขาแสดงความเกรี้ยวกราดและอวดดีอวดเด่นซึ่งกันและกัน แต่อัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงประทานริซกีให้แก่ปวงบ่าวให้เป็นไปตามฮิกมะฮฺและผลประโยชน์โดยทั่วไป

28. และพระองค์คือผู้ทรงหลั่งน้ำฝนลงมาหลังจากที่พวกเขาหมดหวังกันแล้ว และพระองค์ทรงแผ่กระจายพระเมตตาของพระองค์ และพระองค์เป็นผู้ทรงคุ้มครอง ผู้ทรงได้รับการสรรเสริญ (*1*)

(1)  พระองค์ทรงประทานน้ำฝนลงมาให้แก่พวกเขาหลังจากความแห้งแล้ง และพวกเขาพากันหมดหวังแล้ว และทรงประทานความจำเริญ และความดีต่าง ๆ แก่ปวงบ่าว

29. และหนึ่งจากสัญญาณทั้งหลายของพระองค์ คือการสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และสิ่งที่พระองค์ทรงแพร่กระจายไปทั่วในระหว่างทั้งสองนั้นแก่สิ่งที่มีชีวิตทั้งหลายและพระองค์เป็นผู้ทรงอานุภาพที่จะรวบรวมพวกเขาเมื่อพระองค์ทรงประสงค์ (*1*)

(1)  คือส่วนหนึ่งจากหลักฐานที่แสดงถึงเดชานุภาพของพระองค์ และความประหลายแห่งปรัชญาของพระองค์ที่บ่งชี้ถึงความเป็นเอกภาพของพระองค์ คือ การสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินในรูปแบบอันสวยงามเช่นนี้ และทรงให้สิ่งที่ถูกบังเกิดมาทั้งหลาย เช่น มะลาอิกะฮฺ มนุษย์ ญิน และสัตว์นานชนิดแพร่กระจายไปทั่วทุกหนแห่ง และพระองค์ทรงอานุภาพที่จะรวบรวมสิ่งที่ถูกสร้างมาเหล่านี้ให้ไปชุมนุมกันเพื่อการชำระสอบสวนและการตอบแทนตามเวลาที่พระองค์ทรงประสงค์

30. และเคราะห์กรรมอันใดที่ประสบแก่พวกเจ้า ก็เนื่องด้วยน้ำมือของพวกเจ้าได้ขวนขวายได้ และพระองค์ทรงอภัย (ความผิดให้) มากต่อมากแล้ว (*1*)

(1)  โอ้มนุษย์เอ๋ย เคราะห์กรรมที่ประสบแก่พวกเจ้าทั้งชีวิต และทรัพย์สินก็ดีก็เนื่องมากจากการฝ่าฝืนข้อบัญญัติที่พวกเจ้าได้กระทำไว้ และพระองค์ทรงอภัยความผิดอย่างมากมายให้แก่พวกเจ้า โดยที่พระองค์ไม่ทรงลงโทษมิฉะนั้นแล้วพวกเจ้าก็จะประสบความหายนะอยู่ร่ำไป

31. และพวกเจ้าไม่สามารถจะหนีรอดไปได้ในแผ่นดินนี้ และอื่นจากอัลลอฮฺ สำหรับพวกเจ้านั้นไม่มีผู้คุ้มครอง และไม่มีผู้ช่วยเหลือ (*1*)

(1)  โอ้พวกมุชริกีนเอ๋ย พวกเจ้าจะไม่รอดพ้นไปจากการลงโทษของอัลลอฮฺไปได้หรอก และพวกเจ้าก็ไม่สามารถที่จะหนีไปจากกฎสภาวะของพระองค์ และจะมีใครที่จะคุ้มครองผลประโยชน์ของพวกเจ้า และช่วยเหลือพวกเจ้าให้พ้นจากการลงโทษของพระองค์ไปได้

32. และหนึ่งจากสัญญาณทั้งหลายของพระองค์คือมีนาวาทั้งหลายเดินราบเรียบอยู่ในท้องทะเลเยี่ยงภูเขา

33. ถ้าพระองค์ทรงประสงค์ พระองค์ก็จะทรงให้ลมหยุดนิ่งแล้วมัน (นาวานั้น) ก็จะหยุดลอยนิ่งอยู่ในท้องทะเลนั้น แท้จริงในการนั้นย่อมเป็นสัญญาณแก่ผู้อดทน ผู้ขอบคุณทุกคน (*1*)

(1)  ส่วนหนึ่งจากหลักฐานที่แสดงถึงเดชานุภาพและอำนาจอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ คือ ให้นาวาน้อยใหญ่เดินอยู่ในท้องทะเลเยี่ยงภูเขาที่ยืนตระหง่านอยู่บนแผ่นดิน ถ้าหากพระองค์ทรงประสงค์ก็จะให้ลมหยุดนิ่งแล้วนาวาเหล่านั้นก็จะหยุดนิ่งอยู่ในท้องทะเลนั้นไม่สามารถจะเดินต่อไปได้ ในการกระทำของพระองค์เช่นนี้ย่อมเป็นบทเรียนแก่มุอฺมินทุกคนที่มีความอดทนต่อความทุกข์ยาก และมุอฺมินทุกคนที่มีความอดทนต่อความทุกข์ยาก และมุอฺมินทุกคนผู้ขอบคุณต่อพระองค์ในยามที่มีความสุข

34. หรือพระองค์จะทรงทำให้มัน (นาวานั้น) อับปางลงก็ได้ เนื่องด้วย (ความชั่ว) ที่พวกเขาขวนขวายเอาไว้ และพระองค์ทรงอภัย(ความผิดให้) มากต่อมากแล้ว (*1*)

(1)  หรือหากพระองค์ทรงประสงค์ก็จะทำให้เกิดลมพายุ แล้วจะทำให้นาวาเหล่านั้นอับปางลงอันเนื่องมาจากการกระทำความชั่วของพวกเขา แต่พระองค์ทรงอภัยในความผิดให้แก่พวกเขามากต่อมากแล้ว

35. และเพื่อให้บรรดาผู้โต้แย้งเกี่ยวกับสัญญาณทั้งหลายของเราจะได้รู้ว่า สำหรับพวกเขานั้นไม่มีทางที่จะหลบหนีไปได้ (*1*)

(1)  เพื่อให้พวกกุฟฟารที่ชอบโต้แย้งเกี่ยวกับสัญญาณต่าง ๆ ของอัลลอฮฺ ด้วยความเท็จได้รู้ว่า ไม่มีทางหนีและทางรอดสำหรับพวกเขาจากการลงโทษของอัลลอฮฺ

36. และสิ่งใดที่พวกเจ้าได้รับนั้นเป็นเพียงการสนุกสนานเพลิดเพลินแห่งชีวิตของโลกนี้เท่านั้น แต่สิ่งที่มีอยู่ ณ ที่อัลลอฮฺนั้น ดีกว่าและจีรังกว่า สำหรับบรรดาผู้ศรัทธาและพวกเขามอบหมายไว้วางใจแด่พระเจ้าของพวกเขา

37. และบรรดาผู้ที่หลีกเลี่ยงการทำบาปใหญ่และการทำลามก และเมื่อพวกเขาโกรธพวกเขาก็อภัยให้ (*1*)

(1)  โอ้มนุษย์เอ๋ย สิ่งที่พวกเจ้าได้รับเช่นความสุขสำราญในโลกดุนยา และความกว้างในริซกีนั้น มันเป็นความสุขสำราญที่สูญสลาย ที่พวกเจ้าจะได้รับเป็นการชั่วคราว ขณะที่มีชีวิตอยู่เท่านั้น ส่วนสิ่งที่มีอยู่ ณ ที่อัลลอฮฺนั้น ยั่งยืนดียิ่งกว่าเพราะความสุขในโลกอาคิเราะฮฺนั้นยั่งยืนตลอดไปสำหรับผู้ที่ความเชื่อมั่นต่ออัลลอฮฺ และร่อซูลของพระองค์ มีความอดทนต่อการผินหลังให้ความสุขของโลกดุนยาตลอดจนยึดมั่นต่ออัลลอฮฺองค์เดียวในทุกกิจการ และบรรดามุอฺมินที่หลีกเลี่ยงการทำบาปใหญ่เช่นการทำชิริก การฆ่า การอกตัญญูต่อบิดามารดา และการทำซินา และเมื่อพวกเขาโกรธต่อผู้ที่ทำร้ายเขา พวกเขาก็อภัยให้

38. และบรรดาผู้ตอบรับต่อพระเจ้าของพวกเขาและดำรงละหมาด และกิจการของพวกเขามีการปรึกษาหารือระหว่างพวกเขาและเขาบริจาคสิ่งที่เราได้ให้เครื่องปัจจัยยังชีพแก่พวกเขา (*1*)

(1)  อัลบัยฏอวีย์กล่าวว่า อายะฮฺนี้ถูกประทานลงมาเพราะชาวอันศอร เมื่อท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมเรียกร้องเชิญชวนไปสู่การศรัทธาพวกเขาก็ตอบรับปฏิบัติและหมาดครบถ้วนตามเงื่อนไขและรักษาเวลา ปรึกษาหารือกันในเรื่องของดุนยาและศาสนา และบริจาคในสิ่งที่อัลลอฮฺประทานมาให้แก่พวกเขาไปในทางของอัลลอฮฺ

39. และบรรดาผู้ที่เมื่อมีความยุติธรรมเกิดขึ้นแก่พวกเขา พวกเขาก็แก้แค้นตอบแทน (*1*)

(1)  คือแก้แค้นแก่ผู้ที่ทำร้ายพวกเขาและไม่ยอมจำนนต่อการข่มเหงของผู้ทำร้าย

[ 1] [2] [ 3] [ Next]


Designed & Developed By Thai Islamic Global Net Team
Copyright (C) 2008 Alquran-Thai.Com All Rights Reserved