ซูเราะฮฺ        อายะหฺ   
         เลือกซูเราะฮฺ และ/หรืออายะหฺ ที่ต้องการ
คำ,วลี,ข้อความ   
         กรุณาป้อน คำ, วลี หรือบางส่วนของข้อความ ที่ต้องการค้นหา


38. ซูเราะฮฺ ศอด (Sad)

20. และเราได้ทำให้อาณาจักรของเขาเข้มแข็ง และเราได้ให้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่เขา และการตัดสินชี้ขาดในเรื่องต่าง ๆ (*1*)

(1)  อาณาจักรของนะบีดาวู๊ดเข้มแข็งด้วยการช่วยเหลือการมีศักดิ์ศรีและไพร่พลมากมายจากอัลลอฮฺและเราได้ให้เขาเป็นนะบีมีความเข้าใจในกิจการบริหารอย่างถูกต้อง ดำเนินนโยบายด้วยความสุขุมรอบคอบและเด็ดขาด

21. และมีเรื่องของผู้โต้เถียงมาถึงเจ้า (มุฮัมมัด) บ้างไหม ? เมื่อพวกเขาปีนข้ามกำแพงไปที่มิหฺรอบ (ของดาวู๊ด) (*1*)

(1)  เป็นคำถามเชิงเรียกความสนใจ คือ เจ้ารู้เรื่องของผู้ขัดแย้งกันสองฝ่าย (คือมะลักสองท่านที่จำแลงร่างมาในรูปของชายสองคน) ที่ปีนกำแพงเข้าไปหานะบีดาวู๊ด ขณะที่เขากำลังทำอิบาดะฮฺอยู่ในมัสยิดบ้างไหม ?

22. เมื่อพวกเขาได้เข้ามาหาดาวู๊ด เขาตกใจกลัวพวกเขา พวกเขากล่าวว่า “อย่าได้กลัวเลย เราคือผู้โต้เถียงสองคนคนหนึ่งในพวกเราได้ล่วงเกินอีกคนหนึ่ง (*1*) ดังนั้น ได้โปรดตัดสินระหว่างพวกเราด้วยความยุติธรรมและอย่าได้ลำเอียงไม่เที่ยงธรรม และจงชี้แนะเราสู่แนวทางที่เที่ยงตรง” (*2*)

(1)  นักตัฟซีรอธิบายว่า นะบีดาวู๊ดตกใจจากการกระทำของพวกเขา เพราะได้เข้ามาโดยมิได้รับอนุญาต และมิได้เข้ามาทางประตูในเวลาที่เขากำหนดไว้สำหรับทำอิบาดะฮฺ
(2)  คืออย่าได้รีบเร่งในการตัดสิน และตัดสินให้แก่พวกเราด้วยความยุติธรรม

23. “แท้จริงนี่คือพี่ชายของฉัน เขามีแกะตัวเมีย 99 ตัว และฉันมีแกะตัวเมียตัวเดียวแล้วเขายังพูดว่า เอามันมาให้ฉันซิ และเขาได้ข่มขู่ฉันในคำพูด” (*1*)

(1)  คือเขาได้โต้เถียงและคาดคั้นจนกระทั่งเอาแกะตัวเดียวของฉันไป

24. เขา (ดาวู๊ด) กล่าวว่า “แน่นอน เขาอธรรมต่อท่านในการขอให้นำแกะของท่านไปรวมกับแกะของเขา และแท้จริงส่วนมากของผู้มีหุ้นส่วนร่วมกัน บางคนในพวกเขามักละเมิดสิทธิของอีกคนหนึ่ง เว้นแต่บรรดาผู้ศรัทธาและประกอบความดีทั้งหลาย และพวกเขาเช่นนี้มีน้อย” (*1*) และดาวู๊ดรู้สึกว่าเราได้ทดสอบเขา ดังนั้น เขาจึงได้ขออภัยต่อพระเจ้าของเขา และเขาได้ก้มลงรูกัวะและทบทวนความผิดด้วยความเสียใจ (*2*)

(1)  นะบีดาวู๊ดได้ตัดสินในทันทีโดยมิได้ฟังคำชี้แจงของอีกฝ่ายหนึ่ง
(2)  หลังจากที่ได้ฟังคำตัดสินของนะบีดาวู๊ดแล้ว มะลัก 2 ท่านก็หายวับไปกับตาของนะบีดาวู๊ด นะบีดาวู๊ด จึงรู้ว่าพระเจ้าของเขาได้ทดสอบเขา มันเป็นความผิดพลาดที่เขามิได้รับฟังคำชี้แจงของอีกฝ่ายหนึ่ง ทันทีนั้นเขาก็ก้มลงสุญูดขออภัยต่อพระเจ้าของเขาและร้องไห้

25. ดังนั้น เราได้ให้อภัยแก่เขาในเรื่องนั้น และแท้จริง สำหรับเขานั้นย่อมอยู่ใกล้ชิด ณ ที่เรา และทางกลับที่ดียิ่ง(ในปรโลก)

26. โอ้ดาวู๊ดเอ๋ย ! เราได้แต่งตั้งเจ้าให้เป็นตัวแทนในแผ่นดินนี้ ดังนั้น เจ้าจงตัดสินคดีต่าง ๆ ระหว่างมนุษย์ด้วยความยุติธรรม (*1*) และอย่าปฏิบัติตามอารมณ์ใฝ่ต่ำ มันจะทำให้เจ้าหลงไปจากทางของอัลลอฮฺ (*2*) แท้จริงบรรดาผู้ที่หลงไปจากทางของอัลลอฮฺนั้น (*3*) สำหรับพวกเขาจะได้รับการลงโทษอย่างสาหัส เนื่องด้วยพวกเขาลืมวันแห่งการชำระบัญชี (*4*)

(1)  คือตัดสินด้วยความยุติธรรมที่ตรงกับบทบัญญัติของอัลลอฮฺและความโปรดปรานของพระองค์
(2)  เพราะการตัดสินคดีต่าง ๆ นั้น หากสอดคล้องกับบทบัญญัติของพระเจ้าแล้ว ผลประโยชน์ของมนุษย์ก็จะดำเนินไปอย่างมีระเบียบ และจะอำนวยประโยชน์ให้แก่บุคคลทุกระดับชัน หากว่าการตัดสินคดีนั้นเป็นไปตามความใคร่และอารมณ์ ตลอดจนเป็นไปตามความมุ่งหมายของนักปกครองแล้ว ก็จะนำไปสู่ความหายนะทั้งนักปกครองและประชาชน
(3)  ทางของอัลลอฮฺที่ตั้งอยู่บนการศรัทธา การตักวา และธำรงไว้ซึ่งบทบัญญัติและความยุติธรรมแล้ว
(4)  คือวันกิยามะฮฺ

27. ดังนั้น ความหายนะคือไฟนรกจงประสบแก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา

28. จะให้เราปฏิบัติต่อบรรดาผู้ศรัทธาและกระทำความดีทั้งหลาย เช่นบรรดาผู้บ่อนทำลายในแผ่นดินกระนั้นหรือ?หรือว่าจะให้เราปฏิบัติต่อบรรดาผู้ยำเกรง เช่นบรรดาคนชั่วกระนั้นหรือ? (*2*)

(1)  อิบนฺกะษีรกล่าวว่า อัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงชี้แจงว่า มันมิใช่เป็นความยุติธรรมของพระองค์ และเคล็ดลับของพระองค์ที่จะให้มีความเท่าเทียมกันระหว่างบรรดามุอฺมิน และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วจึงจำเป็นต้องมีการตอบแทนความดีแก่ผู้จงรักภักดี และลงโทษแก่คนชั่ว

29. คัมภีร์ (อัลกุรอาน) เราได้ประทานลงมาให้แก่เจ้าซึ่งมีความจำเริญ เพื่อพวกเขาจะได้พินิจพิจารณาอายาตต่าง ๆของอัลกุรอานและเพื่อปวงผู้มีสติปัญญาจะได้ใคร่ครวญ (*1*)

(1)  คือพินิจพิจารณาและใคร่ครวญด้วยสติปัญญาของพวกเขา เพื่อจิตใจและสติปัญญาจะได้รับแสงสว่าง คือ ฮิ ดายะฮฺ แล้วพวกเขาจะได้ศรัทธา และปฏิบัติตามด้วยความจงรักภักดี แล้วก็จะได้รอดพ้นจากการลงโทษ และได้รับความสุข

30. เราได้ประทาน (บุตร) คือสุลัยมานบ่าวผู้ประเสริฐแก่ดาวู๊ด แท้จริงเขาหันหน้าเข้าสู่เราเสมอ (*1*)

(1)  นักตัฟซีรอธิบายว่า คำว่า “ฮิบะฮฺ” (ประทาน) ในที่นี้หมายถึงให้เป็นนะบี เขาเป็นบ่าวที่ดีประเสริฐเพราะเขาเป็นผู้ที่หันหน้าเข้าหาอัลลอฮฺ ด้วยการกลับเนื้อกลับตัว และขออภัยโทษเสมอ

31. และจงรำลึกเมื่อม้าพันธุ์ดีถูกนำมาเสนอแก่เขาในยามเย็นวันหนึ่ง

32. เขากล่าวว่า “ แท้จริงฉันรักทรัพย์สมบัติ (หมายถึงม้า) จนมันทำให้ฉันลืมการรำลึกถึงพระเจ้าของฉัน” จนกระทั่งดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า (*1*)

(1)  ในตอนเย็นวันหนึ่งได้มีการนำเอาม้าพันธุ์ดี ๆ จำนวนพัน ๆ มา แสดงต่อหน้านะบีสุลัยมาน ม้าเหล่านี้บิดาของเขาได้มอบไว้ให้แก่เขา เพื่อจะเตรียมไว้ทำสงคราม เพราะความดีงามของม้าทำให้เขาเพลิดเพลินอยู่กับมัน และทำให้เขาลืมละหมาดอัศรฺ จนกระทั่งตะวันตกดิน

33. “จงนำมันกลับมาให้ฉัน” แล้วเขาก็เริ่มลูบขาและคอของมัน (*1*)

(1)  สุลัยมานกล่าวว่า จงนำม้าเหล่านี้กลับมาให้ฉัน เมื่อเขาลูบคลำมันแล้ว เขาได้ฆ่ามันเพื่อแสดงออกซึ่งความใกล้ชิดต่ออัลลอฮฺ และเป็นอาหารแก่คนยากจน เพราะมันได้ทำให้เขาลืมการรำลึกถึงอัลลอฮฺ

34. และโดยแน่นอนเราได้ทดสอบสุลัยมาน และเราได้วางร่างหนึ่งไว้บนเก้าอี้ของเขา แล้วเขาก็ทบทวนความผิดด้วยความเสียใจ (*1*)

(1)  สุลัยมานได้ถูกทดสอบอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ตามคำบอกเล่าของท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ในศ่อเฮียะฮฺ กล่าวว่าเขากล่าวว่า คืนนี้ฉันจะสมสู่กับหญิงที่อยู่ในครอบครอง 100 คน นางทุกคนจะออกลูกเป็นชาย เพื่อจะได้เป็นอัศวินออกทำสงครามในทางของอัลลอฮฺ โดยที่เขามิได้กล่าวคำว่า “อินชาอัลลอฮฺ”ดังนั้นนางเหล่านั้นจึงมิได้คลอดบุตรออกมานอกจากคนเดียว และเป็นอัมพาต เมื่อได้นำมาให้สุลัยมานแล้วก็ได้เอาไปวางไว้ที่เก้าอี้ของเขา สุลัยมานเมื่อได้เห็นเช่นนั้นก็ขออภัยโทษ และกลับเนื้อกลับตัวต่ออัลลอฮฺ ด้วยความเสียใจในความผิดของเขา

35. เขากล่าวว่า “ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงอภัยให้แก่ข้าพระองค์ด้วย ขอพระองค์ทรงประทานอำนาจอันกว้างขวางแก่ข้าพระองค์ ซึ่งไม่คู่ควรแก่ผู้ใดนอกจากข้าพระองค์ แท้จริงพระองค์เท่านั้นเป็นผู้ทรงประทานให้อย่างมากมาย

36. และเราได้ทำให้ลมพัดเฉื่อย ๆ ตามบัญชาของเขาไปยังทิศทางที่เขาต้องการ (*1*)

(1)  คืออย่าให้ผู้อื่นมีอำนาจเช่นเดียวกับข้าพระองค์ เขาได้วิงวอนต่ออัลลอฮฺให้ทรงรับดุอาอฺของเขาแล้วพระองค์ได้ตอบรับคำวิงวอนของเขา ด้วยการให้ลมพัดเฉื่อย ๆ ไปตามบัญชาของเขาที่ต้องการ เพราะมันได้พัดเอาพรมของเขาหรือเรือใบของเขา พัดไปเป็นเวลาหนึ่งเดือน และพัดกลับเป็นเวลาหนึ่งเดือน

37. และ (เราได้ทำให้) บรรดาชัยฏอน (อยู่ใต้คำสั่งของเขา) พวกนั้นทั้งหมดเป็นช่างก่อสร้าง และประดาน้ำ

38. และพวกอื่น ๆ ถูกพันธนาการด้วยโซ่ติดกัน (*1*)

(1)  เราได้ให้บรรดาชัยฏอน ส่วนหนึ่งเป็นช่างก่อสร้างทำบ้านและโรงงาน ส่วนหนึ่งเป็นประดาน้ำในก้นทะเลลึกเพื่อนำเอาไข่มุกออกมา และอีกส่วนหนึ่งที่ดื้อดึงขัดคำสั่งของเขา จะถูกมัดมือไว้กับต้นคอของมัน และถูกพันธนาการไว้ใต้ดิน พวกก็อดยานียฺ ให้ความหมายบรรดาชัยฏอนในที่นี้ คือหัวโจกอันธพาล

39. นี่คือการประทานให้ของเรา (แก่สุลัยมาน) ดังนั้นเจ้าจะให้แก่ใครก็ได้ หรือจะยับยั้งไม่ให้ใครก็ได้ โดยเจ้าจะไม่ถูกสอบสวน

[ 1] [2] [ 3] [ 4] [ 5] [ Next]


Designed & Developed By Thai Islamic Global Net Team
Copyright (C) 2008 Alquran-Thai.Com All Rights Reserved