ซูเราะฮฺ        อายะหฺ   
         เลือกซูเราะฮฺ และ/หรืออายะหฺ ที่ต้องการ
คำ,วลี,ข้อความ   
         กรุณาป้อน คำ, วลี หรือบางส่วนของข้อความ ที่ต้องการค้นหา


23. ซูเราะฮฺ อัลมุอฺมินูน (Al-Muminun)

101. ดังนั้นเมื่อสังข์ได้ถูกเป่าขึ้น(*1*) ดังนั้นจะไม่มีความสัมพันธ์ทางเครือญาติระหว่างพวกเขาในวันนั้น(*2*) และพวกเขาจะไม่ไต่ถามซึ่งกันและกัน

(1)  เป็นการเป่าสังข์ครั้งที่สองเพื่อการฟื้นคืนชีพในวันกิยามะฮ์
(2)  ที่จะยังประโยชน์ พวกเขาในวันกิยามะฮ์ เพราะความเมตตาก็ดี ความอุดหนุนเกื้อกูลกันก็ดีจะสูญสิ้นไปเนื่องจากความหวาดกลัว ความตกใจ โดยที่ต่างคนก็จะหนีเอาตัวรอด

102. ดังนั้นผู้ใดตราชูของเขาหนัก(*1*) ชนเหล่านั้น พวกเขาเป็นผู้ประสบชัยชนะ(*2*)

(1)  คือความดีของเขาหนักกว่าความชั่ว
(2)  คือเป็นผู้ที่มีความสุขที่ประสบชัยชนะ รอดพ้นจากไฟนรก และได้เข้าสวรรค์

103. และผู้ใดตราชูของเบา(*1*) ชนเหล่านั้นคือบรรดาผู้ที่ทำให้ตัวของพวกเขาขาดทุน(*2*) พวกเขาจะพำนักอยู่ในนรกตลอดกาล

(1)  คือความชั่วมากกว่าความดี
(2)  คือเป็นผู้ที่มีความทุกข์ ซึ่งจะสูญเสียความสุขสำราญของพวกเขาตลอดไป

104. ไฟนรกจะเผาไหม้ใบหน้าของพวกเขา(*1*) และพวกเขาจะมีใบหน้าที่บูดเบี้ยวในนรกนั้น

(1)  ได้กล่าวถึงใบหน้าโดยเฉพาะ ก็เพราะว่ามันเป็นอวัยวะที่มีเกียรติที่สุด

105. โองการทั้งหลายของเรามิได้ถูกนำมาอ่านแก่พวกเจ้าดอกหรือ แล้วพวกเจ้าก็ปฏิเสธไม่ยอมเชื่อมัน(*1*)

(1)  คือโองการที่ชัดแจ้งของอัลกุรอานได้นำมาอ่านให้แก่พวกเจ้าแล้วในโลกดุนยา เจ้าไม่ยอมศรัทธาทั้ง ๆ ที่เป็นที่กระจ่างแจ้งอยู่แล้ว

106. พวกเขากล่าวว่า “ข้าแต่พระเจ้าของเราความชั่วช้าเลวทรามของพวกเราได้เข้ามาครอบงำพวกเรา และพวกเราเป็นหมู่ชนหลงทาง”(*1*)

(1)  คือหลงทางจากแนวทางที่เที่ยงธรรม เพราะเราปฏิบัติตามความใคร่และกิเลส

107. “ข้าแต่พระเจ้าของเรา ขอพระองค์ทรงโปรดเอาพวกเราออกจากนรกด้วยเถิด ถ้าหากเรากลับไปทำความชั่วช้าอีก แน่นอนเราก็เป็นพวกอธรรม(*1*)

(1)  หากเรากลับไปสู่การปฏิเสธและความชั่วช้าอีก หลังจากนั้นเราก็อยู่ในจำพวกที่ล่วงละเมิดขอบเขต

108. พระองค์ ตรัสว่า “พวกเจ้าจงตะเพิดไปจมอยู่ในนั้นเถิด และพวกเจ้าอย่าได้มาพูดกับข้าเลย”(*1*)

(1)  คำว่า “อิคซะอู” เป็นคำกล่าวตะเพิดเพื่อไล่ไปให้พ้นเหมือนกับการไล่สุนัขให้ออกไปให้พ้นและพวกเจ้าอย่ามาพูดกับข้าเพื่อขอยกเว้นการลงโทษเลย

109. แท้จริงมีหมู่ชนกลุ่มหนึ่งจากปวงบ่าวของเรา พวกเขากล่าวว่า “ข้าแต่พระเจ้าของเรา พวกเราได้ศรัทธาต่อพระองค์ ขอพระองค์ทรงโปรดอภัยโทษให้แก่เรา และทรงเมตตาต่อเราด้วย และพระองค์ท่านเท่านั้น ทรงเป็นผู้เมตตาที่ดียิ่ง”(*1*)

(1)  มุญาฮิด กล่าวว่า ชนกลุ่มนั้น หมายถึง บิลาล ค็อบบาบ ศุไฮบ์ และคนอื่น ๆ ในหมู่มุสลีมีน ที่อ่อนแออยากจน ซึ่งอะบูญะฮุล์ และพวกของเขาได้กล่าวเย้ยหยันดูถูก

110. พวกเจ้าได้ดูถูกเหยียดหยามพวกเขา จนกระทั่ง (การกระทำเช่นนั้นแก่พวกเขา) ทำให้พวกเจ้าลืมนึกถึงข้า(*1*) และพวกเจ้าก็หัวเราะเยาะเย้ยพวกเขา

(1)  จนกระทั่งพวกเจ้าลืม เพราะการเอาเป็นธุระของพวกเจ้าต่อพวกมุสลีมีนที่อ่อนแอเหล่านั้น และการดูถูกเย้ยหยันของพวกเจ้าต่อพวกเขา จึงทำให้พวกเจ้าลืมไม่จงรักภักดีต่อข้า และไม่อิบาดะฮ์ต่อข้า

111. แท้จริงข้าได้ตอบแทนรางวัลให้แก่พวกเขาแล้วในวันนี้ เพราะพวกเขาอดทน(*1*) แท้จริงพวกเขาเท่านั้นเป็นผู้ได้รับชัยชนะ

(1)  ต่อการกระทำของพวกเจ้า

112. พระองค์ตรัสว่า “พวกเจ้าพำนักอยู่ในแผ่นดินเป็นจำนวนกี่ปี ?”

113. พวกเขากล่าวตอบว่า “เราพำนักอยู่วันหนึ่งหรือส่วนหนึ่งของวัน ขอพระองค์โปรดถามนักคำนวณที่เชี่ยวชาญเถิด”(*1*)

(1)  อิบนุอับบาส กล่าวว่า การทรมานของพวกเขา ทำให้พวกเขาลืมกำหนดเวลาที่พวกเขาพำนักอยู่ในโลกดุนยา

114. พระองค์ตรัสว่า “พวกเจ้ามิได้พำนักอยู่เว้นแต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น หากพวกเจ้ารู้

115. “พวกเจ้าคิดว่า แท้จริงเราได้ให้พวกเจ้าบังเกิดมาโดยไร้ประโยชน์(*1*) และแท้จริงพวกเจ้าจะไม่กลับไปหาเรากระนั้นหรือ ?”(*2*)

(1)  และจะถูกทอดทิ้งโดยไม่มีการตอบแทน และการลงโทษ เช่นเดียวกับที่เราได้ให้ปศุสัตว์บังเกิดมากระนั้นหรือ ?
(2)  เปล่าเลย หาเป็นเช่นนั้นไม่ ! แท้จริงเราได้ให้พวกเจ้าบังเกิดมาเพื่อปฏิบัติตามข้อใช้ ข้อห้าม และเพื่ออิบาดะฮ์ต่อเรา แล้วทุกคนจะต้องกลับไปยังเรา เพื่อการตอบแทน

116. อัลลอฮ์ผู้ทรงสูงส่ง ผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงสัจจะ(*1*) ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ พระเจ้าแห่งบัลลังก์อันทรงเกียรติ(*2*)

(1)  พระองค์ทรงบริสุทธิ์จากการเหลวไหล หรือการไร้สมรรถภาพที่จะทรงให้บังเกิดสิ่งใดโดยเปล่าประโยชน์เพราะพระองค์ทรงรอบรู้ปรีชาญาณ
(2)  พระองค์ทรงกล่าวถึงบัลลังก์ว่าเป็นบัลลังก์อันทรงเกียรติ ก็เพราะว่า ความเมตตาก็ดี ความดีก็ดี และความศิริมงคลก็ดี ถูกประทานมาจากบัลลังก์อันทรงเกียรตินั้น

117. และผู้ใดวิงวอนขอพระเจ้าอื่นคู่เคียงกับอัลลอฮ์ โดยไม่มีหลักฐานพิสูจน์แก่เขาในการนี้ แท้จริงการคิดบัญชีของเขาอยู่ที่พระเจ้าของเขา(*1*) แท้จริงบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาจะไม่ประสบความสำเร็จ(*2*)

(1)  คือการตอบแทนของเขาและการลงโทษของเขาอยู่อัลลอฮ์ คือเป็นหน้าที่ของพระองค์
(2)  ซูเราะฮ์ได้เริ่มด้วยคำกล่าวที่ว่า “แน่นอนบรรดาผู้ศรัทธาได้ประสบความสำเร็จแล้ว” และจบลงด้วยคำกล่าวที่ว่า “แท้จริงบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาจะไม่ประสบความสำเร็จ” เพื่อให้เป็นที่ประจักษ์ถึงความแตกต่างระหว่างสองฝ่าย ดังนั้นความแตกต่างย่อมมีระหว่างตอนเริ่มและตอนจบ

118. และจงกล่าวเถิดมุฮัมมัดว่า “ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงโปรดอภัยและทรงเมตตา และพระองค์ท่านเท่านั้นทรงเป็นผู้เมตตาที่ดียิ่ง”(*1*)

(1)  พระองค์ทรงใช่ให้ร่อซูลของพระองค์ขออภัย และขอความเมตตา ทั้งนี้เป็นการสอนประชาชาติให้รู้จักแนวทางแห่งการสรรเสริญ และการวิงวอนขอพร

[ 1] [ 2] [ 3] [ 4] [ 5] [6]


Designed & Developed By Thai Islamic Global Net Team
Copyright (C) 2008 Alquran-Thai.Com All Rights Reserved