ซูเราะฮฺ        อายะหฺ   
         เลือกซูเราะฮฺ และ/หรืออายะหฺ ที่ต้องการ
คำ,วลี,ข้อความ   
         กรุณาป้อน คำ, วลี หรือบางส่วนของข้อความ ที่ต้องการค้นหา


13. ซูเราะฮฺ อัรเราะอฺดฺ (Ar-Rahdu)

21. และบรรดาผู้เชื่อมสัมพันธ์ที่อัลลอฮทรงบัญชาให้เขาเชื่อมสัมพันธ์ และยำเกรงพระเจ้าของพวกเขา และกลัวการมีบัญชีที่ชั่ว

22. และบรรดาผู้อดทนโดยหวังพระพักตร์ (ความโปรดปราน) ของพระเจ้าของพวกเขา และดำรงการละหมาดและบริจาคสิ่งที่เราได้ให้เป็นปัจจัยยังชีพแก่พวกเขา โดยซ่อนเร้นและเปิดเผย และพวกเขาขจัดความชั่วด้วยความดี ชนเหล่านั้นสำหรับพวกเขาคืนที่พำนักในปั้นปลายที่ดี

23. สวนสวรรค์ทั้งหลายอันสถาพร พวกเขาจะเข้าไปอยู่พร้อมกับผู้ทำดีจากบรรพบุรุษของพวกเขา และคู่ครองของพวกเขา และบรรดาลูกหลานของพวกเขา และมะลาอิกะฮจะเข้ามาหาพวกเขาจากทุกประตู (ของสวนสวรรค์)

24. (พร้อมกับกล่าวว่า) “ความศานติจงมีแต่พวกท่าน เนื่องด้วยพวกท่านได้อดทน มันช่างดีเสียนี่กระไรที่พำนักบั้นปลายนี้”

25. และบรรดาผู้ทำลายพันธะของอัลลอฮฺ หลังจากที่ได้ให้คำมั่นสัญญาแก่พระองค์ และพวกเขาตัดขาดสิ่งที่อัลลอฮฺทรงใช้ให้เขาต่อ และบ่อนทำลายในแผ่นดิน ชนเหล่านี้แหละพวกเขาจะได้รับการสาปแช่ง และจะได้ที่พำนักอันชั่วช้า (*1*)

(1)  สำหรับประเภทของบุคคลที่ขาดสติสัมปชัญญะมีดังนี้คือ 1) ผู้ที่ทำลายพันธะหรือคำมั่นสัญญาที่ได้ให้ไว้ 2) ผู้ที่ตัดขาดญาติ 3) ผู้ที่ก่อความเสียหายหรือบ่อนทำลายในแผ่นดิน บุคคลเหล่านี้จะได้รับการสาบแช่ง และได้รับการตอบแทนคือนรกญะฮันนัม อันเป็นที่พำนักอาศัยของพวกเขา

26. อัลลอฮทรงให้กว้างขวางและทรงให้คับแคบซึ่งปัจจัยยังชีพ แก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ (*1*) และพวกเขาดีใจต่อชีวิตในโลกนี้ และชีวิตของโลกนี้เมื่อเทียบกับโลกอาคิเราะฮแล้ว หาใช่อื่นใดไม่ นอกจากความเพลิดเพลินเท่านั้น

(1)  ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับฮิกมะฮและผลประโยชน์

27. และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธากล่าวว่า “ทำไมสัญญาณจากพระเจ้าของเขาจึงไม่ถูกประทานให้แก่เขา?” จงกล่าวเถิด “แท้จริงอัลลอฮฺทรงให้หลงทางแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และทรงนำทางสู่พระองค์แก่ผู้ที่สำนึกตัว (*1*)

(1)  พวกกุฟฟารกล่าวว่า ทำไมพระเจ้าของมุฮัมมัดจึงไม่ประทานสิ่งที่เป็นปาฏิหาริย์แก่มุฮัมมัดเหมือนกับที่ได้ประทานแก่มูซาและอีซา อัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงใช้ให้มุฮัมมัดแจ้งแก่พวกกุฟฟารว่า การงานทั้งหมดอยู่ในพระหัตถ์ของอัลลอฮฺ มิได้อยู่ที่ฉัน ผู้ที่พระองค์จะให้เขาหลงทางนั้น แม้จะมีสัญญาณหรือปาฏิหาริย์ใดๆ มาปรากฎต่อหน้าพวกเขา พวกเขาก็จะอยู่ในทางที่ผิดอยู่นั่นเอง

28. “บรรดาผู้ศรัทธา และจิตใจของพวกเขาสงบด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮ พึงทราบเถิด! ด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮเท่านั้นทำให้จิตใจสงบ

29. “บรรดาผู้ศรัทธาและกระทำความดี ความผาสุกย่อมได้แก่พวกเขา และเป็นการกลับไปที่ดียิ่ง”

30. ในทำนองนี้เราได้ส่งเจ้ามายังกลุ่มชนหนึ่ง ซึ่งก่อนหน้านั้นมีกลุ่มชนอื่นได้ล่วงลับไปแล้ว เพื่อเจ้าจะได้บอกกล่าวแก่พวกเขาถึงสิ่งที่เราได้วะฮี(*1*) แก่เจ้า โดยที่พวกเขาปฏิเสธศรัทธาต่อพระผู้ทรงกรุณาปรานี จงกล่าวเถิด “พระองค์คือพระเจ้าของฉัน ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์เฉพาะพระองค์เท่านั้นฉันมอบความไว้วางใจ และยังพระองค์คือการกลับไปของฉัน”(*2*)

(1)  วะฮี คือพระดำรัสของอัลลอฮ ที่ไม้ประทานให้แก่ท่านะบี
(2)  สาเหตุของการประทานอายะฮนี้คือ อิบนอับบาสกล่าวว่า อายะฮนี้ประทานลงมาเนื่องเพราะพวกกุฟฟารมักกะฮ เมื่อท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวแก่พวกเขาว่า พวกท่านจงสุญูดแด่พระผู้ทรงกรุณาปรานี (อัรเราะฮมาน) พวกเขากล่าวว่าและใครคืออัรเราะฮมาน จะให้พวกเราสุญูดตามที่ท่านใช้เรากระนั้นหรือ?อัลลอฮ ตะอาลา จึงประทานอายะฮนี้ลงมา “…..โดยที่พวกเขาปฏิเสธศรัทธาต่อพระผู้ทรงกรุณาปรานี…”

31. และมาตรว่าอัลกุรอาน โดยมันนั้นภูเขาถูกทำให้เคลื่อนที่ได้ หรือโดยมันนั้นแผ่นดินถูกทำให้แยกออกจากกันได้ หรือโดยมันนั้นคนตายถูกทำให้พูดได้(*1*) แต่ทว่าพระบัญชาทั้งมวลเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮ บรรดาผู้ศรัทธายังมิรู้ดอกหรือว่า มาตรว่าอัลลอฮทรงประสงค์ แน่นอนพระองค์จะทรงชี้แนะทางแก่มนุษย์ทั้งมวลก็ได้ และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธานั้น ความหายนะคงจะประสบแก่พวกเขา เนื่องด้วยพวกเขาได้กระทำไว้ หรือจะเกิดขึ้นใกล้ที่พำนักของพวกเขา จนกระทั่งสัญญาณของอัลลอฮจะมาถึง แท้จริงอัลลอฮมิทรงผิดสัญญา

(1)  มาตรว่าอัลกุรอานทำให้ภูเขาเคลื่อนที่ได้ หรือทำให้แผ่นดินแยกออกจากกันได้ หรือทำให้คนตายพูดได้หากเป็นเช่นดังที่ได้กล่าวมาแล้ว คำตอบก็คือ “อัลกุรอานฉบับนี้” เพราะว่ามันเป็นผู้ชี้แนะทางที่ถูกต้อง เป็นผู้ตักเตือนและขู่สำทับ คำตอบดังกล่าวนี้เป็นทัศนะของอัลซุมัคชะรีย์ ส่วนอัชชัซญาจมีทัศนะเป็นคำตอบว่า “พวกเขาจะศรัทธาอย่างแน่นอน” ทั้งนี้ก็เพราะว่าพวกเขาหยิ่งผยอง ดื้อดันอยู่ในทางที่ผิด และบ่อนทำลาย

32. และโดยแน่นอน บรรดาร่อซูลก่อนหน้าเจ้าได้ถูกเย้ยหยันมาแล้ว(*1*) ข้าได้ประวิงเวลาแก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาแล้วข้าได้คร่าพวกเขา ดังนั้นการลงโทษของข้าเป็นเช่นใด?

(1)  เป็นการปลอบใจท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮอะลัยฮิวะซัลลัม ว่า เหตุการณ์เช่นนี้ได้เกิดขึ้นแล้วแก่บรรดาร่อซูลในอดีต

33. ดังนั้น พระองค์ผู้ทรงเฝ้ามองทุกชีวิตที่มันได้ขวนขวายเอาไว้ (จะเหมือนกับเจว็ดทั้งหลาย) (*1*) กระนั้นหรือ? และพวกเขาได้ตั้งภาคีเทียมอัลลอฮฺ จงกล่าวเถิดมุฮัมมัด “พวกท่านจงกล่าวชื่อพวกมัน หรือพวกท่านจะบอกพระองค์ในสิ่งที่พระองค์ไม่รู้ในแผ่นดิน หรือเป็นเพียงคำพูดที่กล่าวขึ้นมาลอยๆ กระนั้นหรือ? เปล่าเลย! ได้ถูกทำให้เพริศแพร้วแก่บรรดาผู้ปฏิเสธ ซึ่งแผนการณ์ของพวกเขา และถูกปิดกั้นจากแนวทาง (ของอัลลอฮฺ) และผู้ใดที่อัลลอฮฺทรงประสงค์ให้เขาหลงทางสำหรับเขาจะไม่มีผู้ชี้แนะให้เลย

(1)  ข้อความในวงเล็บคือคำตอบ

34. สำหรับพวกเขาจะได้รับการลงโทษในชีวิตของโลกนี้ และแน่นอนการลงโทษในปรโลกนั้นร้ายแรงกว่า และสำหรับพวกเขาไม่มีผู้คุ้มกันจาก (การลงโทษของ) อัลลอฮได้

35. อุปมาสวนสวรรค์ซึ่งบรรดาผู้ยำเกรงได้ถูกสัญญาไว้คือ มีลำน้ำหลายสายไหลผ่านภายใต้มัน ผลไม้และเงาร่มมีอยู่ตลอดกาล(*1*) นั่นคือบั้นปลายของบรรดาผู้ยำเกรง และบั้นปลายของบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา ก็คือไฟนรก

(1)  ผลไม้มีให้กินตลอดกาล ไม่มีขาดตอนหรือหมดฤดู เงาร่มก็เช่นเดียวกันมีอยู่ตลอดเวลา ดวงอาทิตย์ไม่อาจเข้ามากล้ำกรายได้

36. และบรรดาผู้ที่เราได้ให้คัมภีร์แก่พวกเขาต่างก็ดีใจ (*1*) ต่อสิ่งที่ได้ถูกประทานให้แก่เจ้า (อัลกุรอาน) และส่วนหนึ่งจากกลุ่มชนต่าง ๆ มีผู้ปฏิเสะบางส่วนของมัน (อัลกุรอาน) จงกล่าวเถิดมุฮัมมัด “แท้จริงฉันถูกบัญชาให้เคารพภักดีต่ออัลลอฮ และฉันจะไม่ตั้งภาคีเท่าเทียมพระองค์ และยังพระองค์ฉันจะเชิญชวน และยังพระองค์เท่านั้นคือการกลับไปของฉัน”

(1)  คือบรรดาผู้ที่เราได้ให้คัมภีร์อัตเตารอฮและอัลอินญีลแก่พวกเขา ส่วนหนึ่งจากผู้ที่ศรัทธาและเชื่อฟังเจ้าเช่น อับดุลลอฮ อิบนซัลลาม และอัลนะญาชีย์ กษัตริย์แห่งอัลหะบะซะฮหรือเอธิโอเปีน ตลอดจนบริวารของเขา ต่างก็ดีใจต่อการประทานอัลกุรอานลงมาแก่มุฮัมมัด เพราะในคัมภีร์ของพวกเขามีหลักฐานยืนยันถึงข้อเท็จจริงอันนี้

37. และในทำนองนั้น เราได้ให้อัลกุรอานแก่เขาไว้เป็นข้อชี้ขาดที่เป็นภาษาอาหรับ และหากเจ้าปฏิบัติตามความใคร่ของพวกเขา หลังจากหลักฐานได้มายังเจ้าแล้ว(*1*) สำหรับเจ้าจะไม่มีผู้ช่วยเหลือและผู้คุ้มกันจากการลงโทษของอัลลอฮ(*2*)

(1)  คือเชื่อฟังตามคำเรียกร้องเชิญชวนของพวกเขา
(2)  จุดมุ่งหมายก็คือเตือนประชาชาติทั้งหลาย มิให้เชื่อพังความใคร่ของมนุษย์ เพราะเมื่อท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮะลัยฮิวะซัลลัม ถูกเตือนเช่นนี้ จุดมุ่งหมายก็เพื่อเตือนมหาชนทั่วไป

38. และโดยแน่นอน เราได้ส่งบรรดาร่อซูลมาก่อนหน้าเจ้า และเราได้ให้พวกเขามีภริยาและลูกหลาน(*1*) และไม่บังควรแก่ร่อซูลที่จะนำมาซึ่งสัญญาณ (ปาฏิหาริย์) ใดๆ เว้นแต่โดยอนุมัติของอัลลอฮ สำหรับทุกสิ่งอย่างนั้น มีบันทึกไว้แล้ว

(1)  สาเหตุแห่งการประทานอายะฮนี้ อัลกัลบีย์กล่าวว่า พวกยะฮดได้ตำหนิท่านร่อซูลุลอฮว่า เรามองไม่เห็นการปฏิบัติหน้าที่ของชายผู้นี้ (คือท่านนะบี) เลย นอกจากเรื่องของผู้หญิงและการแต่งงาน หากเขาเป็นนะบีตามที่เขาอ้าง แน่นอนเรื่องของการเป็นนะบีจะเป็นที่กังวลแก่เขามากกว่าเรื่องของผู้หญิง อายะฮนี้จึงถูกประทานลงมา เพื่อเป็นการตอบโต้ข้อตำหนิของพวกยะฮูด

39. อัลลอฮฺทรงยกเลิกสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์ และทรงยืนหยัดให้มั่น (สิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์) และที่พระองค์คือแม่บทแห่งคัมภีร์ (อัลลูฮุลมะฮฺฟูซ)(*1*)

(1)  อิบนฺอับบาส กล่าวว่า อัลลอฮฺทรงเปลี่ยนแปลงสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์ แล้วทรงยกเลิก เว้นแต่ความตาย ความเป็น ความทุกข์ ความสุข เพราะสิ่งเหล่านี้ถูกบันทึกไว้เรียบร้อยแล้ว กล่าวกันว่า การยกเลิกและการยืนหยัดให้มั่น มีความหมายคลุมถึงสิ่งทั่ว ๆ ไป เพราะมีรายงานว่า ขณะที่ อุมัร อิบนุ อัลศ็อฏฏอบ กำลังเดินเวียนรอบอัลกะอฺบะฮฺ ท่านร้องไห้พลางกล่าวว่า ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าของข้าพระองค์ หากพระองค์ทรงบันทึกความทุกข์และความผิดแก่ข้าพระองค์แล้ว ขอพระองค์ทรงยกเลิกให้แก่ข้าพระองค์ด้วย เพราะว่าพระองค์นั้นทรงยกเลิกสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์ และทรงยืนหยัดให้มั่น และที่พระองค์นั้นคือรากฐานแห่งคัมภีร์

40. และหากเราจะให้เจ้าเห็นบางสิ่ง ซึ่งเราสัญญากับพวกเขา (ถึงการลงโทษ) หรือเราจะให้เจ้าตาย แท้จริงหน้าที่ของเจ้าคือการเผยแพร่ และหน้าที่ของเราคือการชำระบัญชี

[ 1] [2] [ 3] [ Next]


Designed & Developed By Thai Islamic Global Net Team
Copyright (C) 2008 Alquran-Thai.Com All Rights Reserved