ซูเราะฮฺ        อายะหฺ   
         เลือกซูเราะฮฺ และ/หรืออายะหฺ ที่ต้องการ
คำ,วลี,ข้อความ   
         กรุณาป้อน คำ, วลี หรือบางส่วนของข้อความ ที่ต้องการค้นหา


10. ซูเราะฮฺ ยูนุส (Yunus)

80. เมื่อนักวิทยากลมาแล้ว มูซาได้กล่าวกับพวกเขาว่า “พวกท่านจงโยนสิ่งที่พวกท่านนำมาเพื่อจะโยนเถิด”(*1*)

(1)  สิ่งที่พวกท่านนำมา เป็นต้นว่า เชือกก็ดี หรือไม้เท้าก็ดี

81. เมื่อพวกเขาได้โยนไปแล้ว มูซาได้กล่าวว่า “สิ่งที่พวกท่านนำมานั้นคือวิทยากล(*1*) แท้จริงอัลลอฮ์จะทรงทำลายมัน แท้จริงอัลลอฮ์จะทรงทำลายมัน แท้จริงอัลลอฮ์จะไม่ทรงทำให้การงานของบรรดาผู้บ่อนทำลายดีขึ้น”

(1)  ไม่ใช่สิ่งที่พวกท่านกล่าวหาฉัน

82. “และอัลลอฮ์จะทรงให้สัจธรรมยืนหยัดอยู่ ด้วยคำกล่าวของพระองค์(*1*) และแม้ว่าบรรดาคนชั่วจะเกลียดชังก็ตาม

(1)  คือพระองค์จะทรงให้สัจธรรมสถิตย์อยู่ และทรงสนับสนุนด้วยหลักฐานต่าง ๆ ของพระองค์

83. ไม่มีใครศรัทธาต่อมูซา นอกจากลูกหลานบางคนจากกลุ่มชนของเขา (บะนีอิสรออีล) เนื่องจากความกลัวต่อฟิรเอาน์ และหัวหน้าของพวกเขา จะทำความวุ่นวายแก่พวกเขา(*1*) และแท้จริงฟิรเอาน์นั้นเป็นเป็นผู้หยิ่งผยองในแผ่นดิน และแท้จริงเขาอยู่ในหมู่ผู้ละเมิด(*2*)

(1)  โดยกล่าวว่า ฟิรเอาน์และหัวหน้าของเขาจะลงโทษ และบังคับให้หันเหออกจากศาสนาของพวกเขา
(2)  โดยอ้างตัวว่าเป็นพระเจ้า

84. และมูซากล่าวว่า “โอ้กลุ่มชนของฉัน! หากพวกท่านศรัทธาต่ออัลลอฮ์ พวกท่านก็จงมอบหมายต่อพระองค์ หากพสกท่านเป็นผู้ยอมจำนน(*1*)

(1)  เมื่อมูซาเห็นบรรดามุอ์มินมีความกลัวต่อฟิรเอาน์ จึงกล่าวเช่นนั้น

85. พวกเขากล่าวว่า “แด่อัลลอฮ์เราขอมอบหมาย ข้าแต่พระเจ้าของเราได้ทรงโปรดอย่าให้เราเป็นเครื่องทดลองสำหรับหมู่ชนผู้อธรรมเลย”

86. “และได้ทรงโปรดช่วยเราให้พ้นจากหมู่ชนผู้ปฏิเสธศรัทธา(*1*) ด้วยพระเมตตาของพระองค์ด้วยเถิด”

(1)  จากเล่ห์กลและแผนร้ายของฟิรเอาน์ และพรรคพวกของเขา

87. และเราได้วะฮีย์มายังมูซาและพี่ชายของเขา(ฮารูน) ให้จัดสร้างบ้านให้แก่กลุ่มชนของเจ้าทั้งสองในอียิปต์(*1*)และจงทำบ้านของพวกท่านเป็นกิบละฮ์(*2*) และจงดำรงค์การละหมาด และจงแจ้งข่าวดีแก่บรรดาผู้ศรัทธา

(1)  ทำบ้านให้เป็นที่ละหมาดและทำอิบาดะฮ์
(2)  โดยหันหน้าไปทางกิบละฮ์ อิบน์อัมบาสกล่าวว่า ปรากฏว่าพวกเขามีความกลัว จึงใช้ให้ทำละหมาดในบ้านของพวกเขา

88. และมูซาได้กล่าวว่า “ข้าแต่พระเจ้าของเรา แท้จริงพระองค์ทรงประทานความสำราญและทรัพย์สิน แก่ฟิรเอาน์และหัวหน้าของเขา ในการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้(*1*) ข้าแต่พระเจ้าของเรา โดยพวกเขาจะทำให้(กลุ่มชน) หลงจากแนวทางของพระองค์(*2*) ข้าแต่พระเจ้าของเรา ขอพระองค์ทรงทำลายทรัพย์สินของพวกเขา และทรงโปรดทำให้หัวใจของพวกเขาแข็งกระด้าง เพื่อมิให้พวกเขาศรัทธา จนกว่าพวกเขาจะเห็นการลงโทษอย่างเจ็บปวด”(*3*)

(1)  มีความสุขสำราญอย่างล้นเหลือ และมีทรัพย์สมบัติมากมายหลายชนิด
(2)  ในการนี้ผลสุดท้ายเป็นเหตุให้ประชาชน หลงทางออกจากศาสนาของพระองค์
(3)  เป็นการขอพรให้พวกฟิรเอาน์ประสบกับความหายนะ ทั้งนี้ก็เพราะความหยิ่งผยองของฟิรเอาน์ และพรรคพวกของเขามูซาได้รับทราบโดยวะฮุย์ว่าพวกเขาจะไม่ศรัทธา จึงให้ขอพรดังกล่าว อิบนุอับบาสกล่าวว่า มูซาเป็นผู้กล่าวขอพร และฮารูนเป็นผู้กล่าวคำว่า “อามีน” ขอให้พระองค์ทรงรับการขอพรนี้

89. พระองค์ตรัสว่า “การวิงวอนของเจ้าทั้งสองถูกรับแล้ว เจ้าทั้งสองจงดำเนินตามแนวทางที่เที่ยงธรรม และอย่าปฏิบัติตามแนวทางของบรรดาผู้ไม่รู้”(*1*)

(1)  คืออย่าปฏิบัติตามแนวทางของพวกคนโง่ ด้วยการรีบร้อน หรือไม่แน่นอนใจต่อสัญญาของอัลลอฮ์ตะอาลา อัฏฏอบรีย์ กล่าวว่า มูซาได้ยึดมั่นอยู่ หลังจากการเรียกร้องเผยแพร่ศาสนาของพระองค์อยู่เป็นเวลานานถึง 40 ปีหลังจากนั้นอัลลอฮ์ ตะอาลา ก็ทรงให้ฟิรเอาน์จมน้ำตาย

90. และเราได้ให้บะนีอิสรออีลข้ามทะเลพ้นไป(*1*) ดังนั้น ฟิรเอาน์และพลพรรคของเขาได้ติดตามพวกเขา (บะนีอิสรออีล) ไปโดยอธรรมและเป็นศัตรู จนกระทั่งเมื่อการจมน้ำมาถึงเขาแล้ว เขากล่าวว่า “ฉันศรัทธาแล้วว่า แท้จริงไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากผู้ซึ่งบะนีอิสรออีลได้ศรัทธาต่อพระองค์ และฉันคือคนหนึ่งในหมู่ผู้นอบน้อม” (*1*)

(1)  บริเวณคลองสุเอซ
(2)  อิบนุอับบาสกล่าวว่า ญิบรีล อะลัยฮิสสะลาม ได้เอาดินอุดปากฟิรเอาน์ไว้ เพราะเกรงว่าความเมตตาจะมาถึงเขา

91. บัดนี้(*1*) และแน่นอนเจ้าเป็นผู้ทรยศก่อนหน้านี้ และเจ้าเป็นคนหนึ่งในหมู่ผู้บ่อนทำลาย

(1)  บัดนี้เจ้าศรัทธาขณะที่เจ้าเบื่อหน่ายต่อชีวิตแล้ว ก่อนหน้านี้เจ้าเป็นผู้ทรยศต่ออัลลอฮ์

92. ดังนั้น วันนี้เราจะให้ร่างของเจ้าออกจากทะเล(*1*) เพื่อจักได้เป็นสัญญาณแก่ชนรุ่นหลังจากเจ้า(*2*) และแท้จริงส่วนใหญ่ของมนุษย์เฉยเมยต่อสัญญาณต่างๆ ของเรา

(1)  ร่างที่ปราศจากวิญญาณ
(2)  อิบนุอับบาสกล่าวว่า พวกนะบีอิสรออีลบางคนสงสัยในการตายของฟิรเอาน์ อัลลอฮ์ ตะอาลา จึงทรงบัญชาให้ทะเลพาร่างที่ปราศจากวิญญาณของเขาขึ้นมา เพื่อให้เป็นที่ประจักษ์แจ้งถึงการตายและความหายนะของเขา

93. และโดยแน่นอน เราได้ให้บะนีอิสรออีลพำนักอาศัยอยู่ ณ สถานที่อันดี และเราได้ให้ปัจจัยยังชีพที่ดีมากมายแก่พวกเขา ดังนั้น พวกเขามิได้แยกแตกกัน จนกระทั่งคัมภีร์ได้มายังพวกเขา แท้จริงพระเจ้าของเจ้าจะทรงตัดสินระหว่างพวกเขาในวันกิยามะฮ์ ในสิ่งที่พวกเขาขัดแข้งกัน(*1*)

(1)  จนกระทั่งคัมภีร์(อีลเตารอฮ์) ที่มีบัญญัติของอัลลอฮ์ได้มายังพวกเขา เป็นการประณามพวกเขาเพราะการขัดแย้งที่มีสาเหตุมาจากเรื่องศาสนา ศาสนาใช้ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มิให้แตกแยกกัน อัฏฏอบรีย์กล่าวว่า ปรากฏว่าก่อนที่นะบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นร่อซูล พวกเขาเห็นพ้องกันถึงการเป็นนะบีของมุฮัมมัด และยอมรับในการเป็นร่อซูลของท่านแต่เมื่อพวกเขามีความเข้าใจถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต พวกเขาบางคนก็ปฏิเสธ บางคนก็ศรัทธา

94. หากเจ้าอยู่ในการสงสัย(*1*) ในสิ่งที่เราได้ให้แก่เจ้า ก็จงถามบรรดาผู้อ่านคัมภีร์ก่อนเจ้า(เตารอฮ์) โดยแน่นอนสัจธรรมได้มายังเจ้าจากพระเจ้าของเจ้า ดังนั้นเจ้าจงอย่าอยู่ในหมู่ผู้สงสัย

(1)  ในกรณีสมมุติ คือหากเจ้า(มุฮัมมัด) สงสัยก็จงถาม อิบนุอับบาสกล่าวว่า ท่านนะบี ส็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม มิได้สงสัยและมิได้ถาม

95. และเจ้าอย่าเป็นเช่นบรรดาผู้ปฏิเสธโองการทั้งหลายของอัลลอฮ์(*1*) ดังนั้นเจ้าจะอยู่ในหมู่ผู้ขาดทุน

(1)  คือท่านอย่าปฏิเสธสิ่งหนึ่งสิ่งใด ในโองการของอัลลอฮ์

96. แท้จริง บรรดาผู้ที่พระดำรัส(การลงโทษ) ของพระเจ้าของเจ้า ได้บัญญัติแก่พวกเขาแล้วพวกเขาจะไม่ศรัทธา

97. และแม้ว่าทุกสัญญาณได้มายังพวกเขา จนกว่าพวกเขาจะแลเห็นการลงโทษ อย่างเจ็บปวด(*1*)

(1)  เมื่อนั้นแหละพวกเจ้าจึงจะศรัทธา เช่นฟิรเอาน์ได้ยอมศรัทธาหลังจากน้ำท่วมปากแล้ว แต่การศรัทธาของพวกเขาจะไม่เกิดประโยชน์อย่างใดเลย

98. ทำไมถึงไม่มีหมู่บ้านสักแห่งหนึ่งศรัทธา โดยที่การศรัทธาของพวกเขาจะ อำนวยประโยชน์แก่พวกเขา นอกจากกลุ่มชนของยูนุส เมื่อพวกเขาศรัทธา เราได้ปลดเปลื้องการลงโทษอันอัปยศจากพวกเขา ในการมีชีวิตในโลกนี้ และเราได้ยืดเวลาระยะหนึ่งแก่พวกเขา(*1*)

(1)  ก้อตาดะฮ์กล่าวว่ามีรายงานว่า ยูนุสได้กล่าวเดือนกลุ่มชนของเขาถึงการลงโทษ แล้วได้เดินทางออกจากพวกเขา เมื่อพวกเขาค้นหานะบีของพวกเขาไม่พบก็นึกกันว่า การลงโทษนั้นใกล้เข้ามาแล้ว อัลลอฮ์ ตะอาลาจึงทรงให้พวกเขามีความรู้สึกกลับเนื้อกลับตัว(เตาบะฮ์) เมื่ออัลลอฮ์ทรงรู้ถึงความจริงใจของพวกเขา โดยการสารภาพผิดกลับเนื้อกลับตัว เสียใจในการทำผิดที่แล้วมา อัลลอฮ์ตะอาลา จึงทรงปลดเปลื้องการลงโทษจากพวกเขา

99. และหากพระเจ้าของเจ้าจงประสงค์แน่นอนผู้ที่อยู่ในแผ่นดินทั้งมวลจะศรัทธา(*1*) เจ้าจะบังคับมวลชนจนกว่าพวกเจ้าจะเป็นผู้ศรัทธากระนั้นหรือ?(*2*)

(1)  แต่พระองค์ไม่ทรงประสงค์เช่นนั้น โดยที่เป็นการขัดกับฮิกมะฮ์ของพระองค์ พระองค์ทรงประสงค์ให้ปวงบ่วของพระองค์ศรัทธา ด้วยการเลือกปฏิบัติด้วยความสมัครใจ มิใช่ศรัทธาด้วยการบังคับหรือขู่เข็ญ
(2)  อิบนุอับบาสกล่าวด้วยว่า ท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม มีความห่วงใยที่จะให้มวลมนุษย์ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ ดังนั้นพระองค์จึงแจ้งแก่ท่านว่า จะไม่มีผู้ใดศรัทธา นอกจากผู้ที่ถูกบันทึกไว้ก่อนแล้ว และจะไม่มีผู้ใดหลงผิด นอกจากผู้ที่ถูกบันทึกไว้ก่อนแล้วเช่นกัน

[ 1] [ 2] [ 3] [ 4] [5] [ 6] [ Next]


Designed & Developed By Thai Islamic Global Net Team
Copyright (C) 2008 Alquran-Thai.Com All Rights Reserved