ซูเราะฮฺ        อายะหฺ   
         เลือกซูเราะฮฺ และ/หรืออายะหฺ ที่ต้องการ
คำ,วลี,ข้อความ   
         กรุณาป้อน คำ, วลี หรือบางส่วนของข้อความ ที่ต้องการค้นหา


91. ซูเราะฮฺ อัชชัมซฺ (Ash-Shams)
ความหมายโดยสรุป

เป็นบัญญัติมักกียะฮฺ มี 15 อายะฮฺ

ซูเราะฮฺอัชชัมซฺ เป็นซูเราะฮฺ มักกียะฮฺ ซึ่งสาธยายถึงเรื่องสำคัญสองเรื่องคือ

1. เรื่องของชีวิตมนุษย์ และสิ่งที่อัลลอฮฺทรงบังเกิดมันมาจากความดีและความชั่ว แนวทางที่ถูกต้องและการหลงทาง

2. เรื่องการล่วงละเมิดขอบเขต โดยมี ซะมูด เป็นตัวอย่าง ซึ่งพวกเขาได้ทำร้ายอูฐ แล้วอัลลอฮฺก็ทรงทำลายล้างพวกเขาอย่างราบคาบ

ซูเราะฮฺได้เริ่มด้วยการสาบานด้วย 7 สิ่ง ที่อัลลอฮฺทรงบังเกิดมา พระองค์ทรงสาบานด้วยดวงอาทิตย์และแสงสว่างของมัน ด้วยดวงจันทร์เมื่อมันโคจรตามหลังดวงอาทิตย์ ด้วยเวลากลางวันเมื่อมันขับไล่ความมืดของเวลากลางคืนด้วยแสงสว่างของมัน ด้วยเวลากลางคืนเมื่อมันปกคลุมจักรวาลด้วยความมืดของมัน แล้วด้วยเดชานุภาพซึ่งทรงสร้างชั้นฟ้าอย่างรัดกุมโดยปราศจากจากเสา ด้วยแผ่นดินซึ่งทรงผันมัน และด้วยชีวิตของมนุษย์ ซึ่งอัลลอฮฺทรงทำให้สมบูรณ์และทรงตบแต่งด้วยความดีงามและความสมบูรณ์แบบ พระองค์ทรงสาบานด้วยสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ว่า มนุษย์จะได้รับความสำเร็จและประสบชัยชนะ ถ้าเขามีความยำเกรงอัลลอฮฺ และเขาจะได้รับความล้มเหลวและขาดทุนถ้าเขาละเมิดขอบเขตและหยิ่งยะโส

แล้วพระทรงกล่าวถึงเรื่องของซะมูดหมู่ชนของนะบีซอและฮ์ เมื่อพวกเขาปฏิเสธร่อซูลของพวกเขา พวกเขาจะละเมิดขอบเขตและก่อความเสียหายในแผ่นดิน พวกเขาได้ฆ่าอูฐ ซึ่งอัลลอฮฺทรงบังเกิดมันจากหินเพื่อเป็นปาฏิหารย์แก่ร่อซูลของพระองค์ คือนะบีซอและฮ์ อะลัยฮิสสลาม เรื่องความหายนะอย่างน่ากลัวของพวกเขานี้จะยังคงเป็นบทเรียนแก่ผู้มีวิจารณญาณ และเป็นแบบอย่างแก่ทุกผู้ปฏิเสธศรัทธา ผู้กระทำความชั่วและผู้ปฏิเสธบรรดาร่อซูลของอัลลอฮฺ



1. ขอสาบานด้วยดวงอาทิตย์ และแสงสว่างของมัน (*1*)

(1)  ตั้งแต่อายะฮฺที่ 1 ถึงอายะฮฺที่ 10 อัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงสาบานด้วยสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างมาและมีความสำคัญยิ่งคือ ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ เวลากลางวัน เวลากลางคืน ชั้นฟ้า แผ่นดิน และชีวิตของมนุษย์ ทั้งนี้เป็นการแสดงออกซึ่งความยิ่งใหญ่แห่งเดชานุภาพของพระองค์ ความเป็นหนึ่งเดียวของพระองค์ในการเป็นพระเจ้า และเป็นการบ่งชี้ถึงผลประโยชน์อันมากมายที่มีอยู่ในสิ่งต่างๆ เหล่านั้น ดังนั้นจำเป็นจะต้องมีผู้สร้างและผู้จัดเตรียมเพื่อการเคลื่อนไหวและการเป็นระเบียบของมัน คือข้าขอสาบานด้วยดวงอาทิตย์เมื่อมันได้ทำให้จักรวาลมีแสงสว่าง และขจัดความมืดให้หมดสิ้นไป

2. และด้วยดวงจันทร์ เมื่อโคจรตามหลังมัน (*1*)

(1)  ข้าสาบานด้วยดวงจันทร์ เมื่อมันส่องแสงและโคจรตามหลังดวงอาทิตย์เมื่อมันตกไปแล้ว

3. และด้วยเวลากลางวันเมื่อประกายแสงมัน (จากดวงอาทิตย์)

4. และด้วยเวลากลางคืนเมื่อปกคลุมมัน (*1*)

(1)  ข้าขอสาบานด้วยเวลากลางวันเมื่อประกายแสงด้วยแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ และข้าสาบานด้วยเวลากลางคืนเมื่อมันปกคลุมจักรวาลด้วยความมืดของฉัน

5. และด้วยชั้นฟ้า และที่พระองค์ทรงสร้างมัน

6. และด้วยแผ่นดิน และที่พระองค์ทรงแผ่มัน (*1*)

(1)  และข้าสาบานด้วยเดชานุภาพอันยิ่งใหญ่ ซึ่งทรงสร้างชั้นฟ้าและทรงให้รัดกุมในการสร้างมันโดยปราศจากเสาค้ำ และข้าสาบานด้วยแผ่นดินและผู้ทรงแผ่มันออกไปทุกทิศทาง เพื่อใช้เป็นประโยชน์ในการพำนักอาศัยของมนุษย์และสัตว์

7. และด้วยชีวิต และที่พระองค์ทรงทำให้มันสมบูรณ์

8. แล้วพระองค์ทรงดลใจมันให้รู้ทางชั่วของมันและทางสำรวมของมัน (*1*)

(1)  ข้าสาบานด้วยชีวิตมนุษย์ และด้วยสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างมันและทำให้มันมีความสมบูรณ์ส่วนหนึ่งจากการทำให้มันสมบูรณ์ก็คือทรงประทานให้มันมีสติปัญญา ซึ่งสามารถแยกแยะระหว่างความดีกับความชั่วและระหว่างการมีตักวากับความเลวร้าย ดังนั้นพระองค์ทรงดลใจให้มันรู้ทางชั่วของมัน และทางสำรวมของมันคือความยำเกรง

9. แน่นอนผู้ขัดเกลาชีวิตย่อมได้รับความสำเร็จ

10. และแน่นอนผู้หมกมุ่นมัน (ด้วยการทำชั่ว) ย่อมล้มเหลว (*1*)

(1)  นี่คือคำตอบของการสาบาน กล่าวคือผู้ที่ขัดเกลาจิตใจของเขาด้วยการจงรักภักดีต่อัลลอฮฺ และขัดเกลาจากความสกปรกต่าง ๆ เช่นการดื้อดึงและการทำบาปย่อมจะได้รับความสำเร็จและมีชัยชนะ ส่วนผู้ที่ทำให้จิตใจของเขาตกต่ำหรือไร้คุณค่าด้วยการปฏิเสธศรัทธาและการฝ่าฝืนย่อมจะประสบกับความขาดทุน

11. พวกซะมูดได้ปฏิเสธด้วยการละเมิดขอบเขตของพวกเขา

12. เมื่อคนเลวทรามที่สุดของพวกเขาได้รีบรุดไป (ฆ่าอูฐตัวเมีย) (*1*)

(1)  อัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงยกอุทาหรณ์สำหรับผู้ที่ล่วงละเมิดขอบเขตด้วยการฝ่าฝืนข้อใช้ข้อห้ามของพระองค์ คือพวกซะมูดหมู่ชนของนะบีซอและฮิ และคนที่เลวทรามชั่วช้าที่สุดในหมู่พวกเขาก็คือ “กุดารอิบนฺ ซาลิฟ” ซึ่งอัลลอฮฺทรงกล่าวเกี่ยวกับเขาว่า “แต่พวกเขาได้เรียกร้องเพื่อนของพวกเขา (กุดาร) เขาได้จับมัน (อูฐ) ฆ่าด้วยดาบอย่างทารุณ”

13. แล้วร่อซูลของอัลลอฮฺ จึงกล่าวแก่พวกเขาว่า (อย่าทำร้าย) อูฐของอัลลอฮฺ และ(อย่าขัดขวาง)การดื่มน้ำของมัน (*1*)

(1)  แล้วร่อซูลของพวกเขา (ซอและฮฺ) ได้กล่าวแก่พวกเขาว่า พวกท่านจงระวังอย่าทำร้ายอูฐของอัลลอฮฺ และอย่าห้ามมันมิให้ดื่มน้ำในวันที่ถูกกำหนดให้แก่มัน ดังที่พระองค์ทรงกล่าวไว้ในอายะฮฺอื่นว่า “สำหรับมันดื่มน้ำวันหนึ่ง และสำหรับพวกท่าน ก็ดื่มน้ำวันหนึ่งเป็นที่รู้กัน”

14. แต่พวกเขาก็ไม่เชื่อนะบีแล้วพวกเขาก็ได้ฆ่ามัน ดังนั้นพระเจ้าของพวกเขาจึงได้ทำลายล้างพวกเขา เนื่องจากเพราะความผิดของพวกเขา แล้วพระองค์ทรงลงโทษพวกเขาอย่างถ้วนหน้ากัน (*1*)

(1)  คือพวกเขาปฏิเสธคำเตือนของนะบีซอและฮฺ และได้ฆ่าอูฐ ดังนั้นอัลลอฮฺจึงทำลายล้างพวกเขาจนหมดสิ้น เพราะการกระทำความผิดและการละเมิดขอบเขตของพวกเขา คือพระองค์ทรงลงโทษพวกเขาอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่มีใครรอดพ้นไปได้

15. และพระองค์มิทรงหวาดหวั่นต่อปั้นปลายพวกมัน (*1*)

(1)  แน่นอนพระองค์จะไม่ทรงหวั่นเกรงบั้นปลายแห่งการทำลายล้างพวกเขา เสมือนกับบรรดาหัวหน้าหรือบรรดากษัตริย์ไม่มี ความหวั่นเกรงต่อบั้นปลายในการกระทำของพวกเขา เพราะพระองค์ ตะอาลา จะไม่ทรงถูกถามในสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำ

[1]


Designed & Developed By Thai Islamic Global Net Team
Copyright (C) 2008 Alquran-Thai.Com All Rights Reserved