ซูเราะฮฺ        อายะหฺ   
         เลือกซูเราะฮฺ และ/หรืออายะหฺ ที่ต้องการ
คำ,วลี,ข้อความ   
         กรุณาป้อน คำ, วลี หรือบางส่วนของข้อความ ที่ต้องการค้นหา


90. ซูเราะฮฺ อัลบะลัด (Al-Balad)
ความหมายโดยสรุป

เป็นบัญญัติมักกียะฮฺ มี 20 อายะฮฺ

ซูเราะฮฺนี้เป็นซูเราะฮฺมักกียะฮฺ จุดมุ่งหมายของซูเราะฮฺเช่นเดียวกับซูเราะฮฺมักกียะฮฺอื่น ๆ เช่น การยืนยันเกี่ยวกับการเชื่อมั่นและศรัทธา การเน้นหนักในเรื่องการศรัทธา การชำระ และการตอบแทน และข้อแตกต่างระหว่างผู้ทรงคุณธรรมและผู้กระทำความผิด

ซูเราะฮฺได้เริ่มด้วยการสาบานต่อเมืองที่ต้องห้ามซึ่งเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของท่านนะบี อะลัยฮิศศ่อลาตุวัสสลาม เป็นการให้ความยิ่งใหญ่แก่กิจการของท่าน เป็นการยกย่องแก่สถานะอันสูงส่งของท่าน ณ ที่พระเจ้าของท่าน และเป็นการเตือนพวกกุฟฟารว่า การทำร้ายท่านร่อซูลในเมืองที่ปลอดภัยนั้นเป็นบาปขั้นอุกฤษณ์ ณ ที่อัลลอฮฺ ตะอาลา

ซูเราะฮฺได้กล่าวถึงพวกกุฟฟารมักกะฮฺบางคน ซึ่งภาคภูมิใจในพลังของพวกเขา แล้วก็ได้ดื้อรั้นไม่ยอมเชื่อในสัจธรรม และปฏิเสธท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม พวกเขาได้ใช้จ่ายทรัพย์สมบัติออกไปในการอวดอ้าง และการประกวดประชันกัน โดยคิดว่าการจ่ายทรัพย์สมบัติไปนั้นจะช่วยผลักดันการลงโทษของอัลลอฮฺให้พ้นไปจากพวกเขา อัลอายาตได้ตอบโต้พวกเขาด้วยหลักฐานอันเด็ดขาดและข้อพิสูจน์อันชัดแจ้ง

ซูเราะฮฺได้กล่าวถึงความน่ากลัวและความรุนแรงของวันกิยามะฮฺ และสิ่งที่จะปรากฏต่อหน้ามนุษย์ในโลกอาคิเราะฮฺ เช่นความยากลำบาก ความเหนื่อยยากและอุปสรรคนานาประการ ซึ่งเขาไม่สามารถจะแก้ไขหรือผ่านพ้นไปได้ เว้นแต่ด้วยการศรัทธาและการทำความดี

ซูเราะฮฺได้จบลงด้วยการแยกระหว่างบรรดามุอฺมิน ผู้ศรัทธาและพวกปฏิเสธศรัทธาในวันอันยากลำบากนั้น และได้ชี้แจงถึงบั้นปลายของบรรดาผู้มีความสุข และบั้นปลายของบรรดาผู้มีความทุกข์ในวันแห่งการตอบแทน



1. ขอสาบานด้วยเมืองนี้

2. และเจ้านั้นเป็นผู้อาศัยอยู่ในเมืองนี้

3. และขอสาบานด้วยผู้บังเกิดและผู้ถือกำเนิด (*1*)

(1)  อัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงสาบานด้วยเมืองที่ถูกหวงห้าม คือมักกะฮฺ ซึ่งอัลลอฮฺทรงให้มีเกียรติด้วยการให้มีบัยตุลลอฮฺ หรือกะอฺบะฮฺประดิษฐานอยู่ และเจ้ามุฮัมมัดเอ๋ย เป็นผู้พำนักอยู่ ณ เมืองของอัลลอฮฺที่ปลอดภัยและข้าขอสาบานด้วยอาดัมและลูกหลานที่ดี ๆ ของอาดัม

4. โดยแน่นอนเราได้บังเกิดมนุษย์มาเพื่อเผชิญความยากลำบาก (*1*)

(1)  โดยแน่นอนเราได้บังเกิดมนุษย์ให้อยู่ในความยากลำบากตั้งแต่แรกเกิดมาจนกระทั่งลงหลุมฝังศพ อะบุสสะอู๊ดกล่าวว่า อายะฮฺนี้เป็นการปลอบโยนท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ในสิ่งที่ท่านเผชิญกับกับการทำร้ายของพวกกุฟฟารมักกะฮฺ

5. เขาคิดว่าไม่มีผู้ใดจะมีความสามารถเหนือเขากระนั้นหรือ ?

6. เขาจึงกล่าวว่า ฉันได้ผลาญทรัพย์สมบัติมามากมายแล้ว

7. เขาคิดว่าไม่มีผู้ใดเห็นเขากระนั้นหรือ ? (*1*)

(1)  มนุษย์ชั่วช้าผู้นี้ซึ่งภูมิใจในความแข็งแรงของเขา คิดหรือว่าอัลลอฮฺ ตะอาลา จะไม่ทรงสามารถอยู่เหนือความเข้มแข็งและการมีพลังของเขา นักตัฟซีรกล่าวว่าอายะฮฺนี้ถูกประทานลงมาเพราะ อะบุลอะชัด อิบนุกิลดะฮฺ ผู้ซึ่งภูมิใจในความแข็งแรงของเขา เขากล่าวเขาได้ผลาญทรัพย์สมบัติเป็นจำนวนมากมายเพื่อต่อต้านและเป็นศัตรูกับมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ทั้งนี้เป็นการโอ้อวดและต้องการชื่อเสียงกาฟิรผู้โอหังผู้นี้คิดหรือว่า อัลลอฮฺ ตะอาลา มองไม่เห็นเขาขณะที่เขาจ่ายออกไป และคิดหรือว่าการกระทำทั้งหมดนั้นจะเป็นที่ซ่อนเร้นแก่พระเจ้าของปวงบ่าว

8. เรามิได้ทำดวงตาทั้งสองข้างให้แก่เขาดอกหรือ ?

9. และลิ้นและริมฝีปากทั้งสองด้วย ? (*1*)

(1)  เรามิได้ให้เขามีดวงตาสองข้างเพื่อใช้ดูดอกหรือ ? และให้เขามีลิ้นเพื่อใช้พูดและแสดงความคิดเห็นออกมาเป็นคำพูดดอก หรือ? และให้เขามีริมฝีปากเพื่อใช้ปิดปากของเขา ทั้งนี้เพื่อใช้ในการกินการดื่มและใช้เป่าตลอดจนสิ่งอื่น ๆ อีก

10. และเราได้ชี้แนะทางแห่งความดี และความชั่วแก่เขาแล้ว

11. กระนั้นก็ดีเขาก็ยังไม่พากเพียรบนทางลำบาก (*1*)

(1)  และเราได้ชี้แนะแนวทางแห่งความดี และความชั่วแก่เขา ทางที่ถูกต้องและทางหลงผิดเพื่อที่เขาจะได้แสวงหาทางแห่งความสุข และปลีกตัวออกจากทางแห่งความชั่ว แต่ทำไมเล่าจึงไม่แจกจ่ายทรัพย์สมบัติของเขาเพื่อให้รอดพ้นจากอุปสรรคและความยากลำบากแทนที่จะใช้จ่ายไปในทางที่เป็นศัตรูและต่อต้านมุฮัมมัดศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม

12. และอันใดเล่าที่จะทำให้เจ้ารู้ว่าทางลำบากนั้นคืออะไร ?

13. คือการปล่อยทาส

14. หรือการให้อาหารในวันยากลำบากแห่งความหิวโหย

15. แก่เด็กกำพร้าที่เป็นญาติใกล้ชิด

16. หรือคนยากจนขัดสนที่มอมอยู่กับฝุ่นดิน (*1*)

(1)  อะไรที่ทำให้เจ้ารู้ได้ว่าทางวิบากนั้นคืออะไร? ทางวิบากนั้นคือ การปล่อยทาสในทางของอัลลอฮฺ ผู้ใดปล่อยทาสมีผลเท่ากับไถ่ตนเองให้พ้นจากไฟนรก หรือให้อาหารแก่คนยากจนในวันแห่งความยากลำบากแก่ผู้หิวโหย และแก่เด็กกำพร้าที่เป็นญาติใกล้ชิดหรือให้อาหารแก่คนยากจนขัดสนที่มีสภาพเปรอะเปื้อนจากฝุ่นดินเพราะขัดสนจริง ๆ

17. แล้วเขาได้อยู่ในหมู่ผู้ศรัทธา และตักเตือนกันให้มีความอดทน และตักเตือนกันให้มีความเมตตา

18. ชนเหล่านี้คือพวกฝ่ายขวา (*1*)

(1)  เขาได้ทำความดีต่าง ๆ ดังกล่าวเพื่อแสวงหาความใกล้ชิดและเพื่อพระพักตร์ของอัลลอฮฺ ตะอาลาพร้อมกันนั้นเขาเป็นผู้ศรัทธาอย่างจริงจัง และเขายังได้ตักเตือนสั่งสอนซึ่งกันและกันให้มีความอดทนต่อการศรัทธา และจงรักภักดีต่ออัลลอฮฺ ตะอาลา และตักเตือนกันให้มีความเมตตาต่อคนยากจนและคนอ่อนแอชนเหล่านั้นซึ่งมีคุณลักษณะดังกล่าว พวกเขาคือชาวสวรรค์ที่จะได้รับบันทึกของพวกเขาทางเบื้องขวาของพวกเขาจะมีความสุขด้วยการเข้าสู่สวนสวรรค์อันบรมสุข

19. ส่วนบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่อสัญญาณต่าง ๆ ของเรา พวกเขาคือพวกฝ่ายซ้าย

20. บนพวกเขานั้นมีไฟนรกครอบคลุมอยู่อย่างมิดชิด (*1*)

(1)  ส่วนบรรดาผู้ต่อต้านการเป็นนะบีของมุฮัมมัด และปฏิเสธอัลกุรอาน พวกเขาคือพวกฝ่ายซ้ายเป็นชาวนรก เพราะพวกเขาจะได้รับบันทึกทางเบื้องซ้ายของพวกเขา บนพวกเขานั้นมีไฟนรกลุกครอบคลุมพวกเขาความอิ่มเอิบและความสดชื่น จะไม่เข้าไปยังสถานที่นั้น และพวกเขาก็จะไม่ได้ออกมาจากมันเป็นอันขาด

[1] [ 2] [ Next]


Designed & Developed By Thai Islamic Global Net Team
Copyright (C) 2008 Alquran-Thai.Com All Rights Reserved