ซูเราะฮฺ        อายะหฺ   
         เลือกซูเราะฮฺ และ/หรืออายะหฺ ที่ต้องการ
คำ,วลี,ข้อความ   
         กรุณาป้อน คำ, วลี หรือบางส่วนของข้อความ ที่ต้องการค้นหา


89. ซูเราะฮฺ อัลฟัจญรฺ (Al-Fajr)
ความหมายโดยสรุป

เป็นบัญญัติมักกียะฮฺ มี 30 อายะฮฺ

ซูเราะฮฺ อัลฟัจญรฺเป็นซูเราะฮฺ ซึ่งกล่าวถึงเรื่องสำคัญ ๆ 3 เรื่อง ด้วยกันคือ

    1. กล่าวถึงเรื่องราวต่าง ๆ ของบางประชาชาติที่ปฏิเสธต่อบรรดาร่อซูลของอัลลอฮฺ เช่น หมู่ชนอ๊าด ซะมูด และหมู่ชนฟิรเอานฺ พร้อมทั้งได้ชี้แจงถึงสิ่งที่พวกเขาได้รับการลงโทษ และ ความวิบัติเนื่องจากการละเมิดขอบเขตของพวกเขา “เจ้าไม่เห็นดอกหรือว่า พระเจ้าของเจ้ากระทำต่อพวกอ๊าดอย่างไร”
    2. ชี้แจงถึงแนวทางของอัลลอฮฺ ตะอาลา ในการทดสอบปวงบ่าวเกี่ยวกับการมีชีวิตอยู่นี้ด้วยความดีและความชั่ว ความมั่งมีและความยากจน และธรรมชาติของมนุษย์ในการรักและหวงแหนอย่างมากต่อทรัพย์สมบัติของเขา “ส่วนมนุษย์นั้น เมื่อพระเจ้าของเขาทรงทดสอบเขา “ ฯลฯ
    3. วันอาคิเราะฮฺ ความน่ากลัวและความรุนแรงของวันนั้น การแบ่งแยกมนุษย์ในวันกิยามะฮฺเป็นสองพวกคือพวกที่มีความสุขสำราญเบิกบานใจ และพวกที่มีความระทมทุกข์หนักใจ และชี้แจงถึงทางกลับของชีวิตที่ชั่วช้า และชีวิตที่ดีมีความสงบสุข “หามิได้เมื่อแผ่นดิน ถูกทำให้สั่นสะเทือนเป็นผุยผง และพระเจ้าของเจ้าเสด็จมาพร้อมทั้งมะลาอิกะฮฺด้วยเป็นแถว ๆ และวันนั้นนรกญะฮันนัม จะถูกนำมาให้ปรากฏ ในวันนั้นมนุษย์จะรำลึกขึ้นมาได้ แต่การรำลึกนั้นจะมีผลแก่เขาได้อย่างร?” ฯลฯ


1. ขอสาบานด้วยยามรุ่งอรุณ

2. และด้วยค่ำคืนทั้งสิบ

3. และด้วยสิ่งที่เป็น คู่ และที่เป็นคี่

4. และด้วยเวลากลางคืนเมื่อมันโคจรไป (*1*)

(1)  สี่ อย่างที่อัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงสาบานด้วยมัน คือ1. อัลฟัจญรฺยามรุ่งอรุณ หมายถึง ยามรุ่งอรุณของแต่ละวันหรือ ของวันหนึ่งโดยเฉพาะ2. ด้วยค่ำคืนทั้งสิบของต้นเดือนซุลฮิจยะฮฺ ซึ่งมีทั้งวันอะระฟะฮฺ และวันอีดิลอัฎฮา อัลบุคอรีย์ รายงานว่า“ไม่มีวันแห่งการทำงานที่ดี ซึ่งเป็นที่โปรดปรานยิ่ง ณ ที่อัลลอฮฺ ตะอาลา นอกจากสิบวันแรกของเดือนซิลฮิจยะฮฺ3. ทรงสาบานด้วยสิ่งที่เป็นคู่ และสิ่งที่เป็นคี่ทุก ๆ อย่าง เพราะทุกสิ่งนั้นบางทีก็เป็นคู่ บางทีก็เป็นคี่ หรือเป็นการสาบานด้วยสิ่งที่ถูกสร้างคือเป็นเพศผู้และเพศเมียเป็นคู่4. และทรงสาบานด้วยเวลากลางคืนเมื่อมันโคจรไปด้วยการ เคลื่อนไหวของจักรวาลอันน่าประหลาด

5. ในดังกล่าวนั้นเป็นการสาบาน สำหรับผู้ที่มีปัญญามิใช่หรือ? (*1*)

(1)  ในสิ่งต่าง ๆ ดังกล่าวนั้นเป็นการสาบานที่สมเหตุสมผลแก่ผู้มีสติปัญญามิใช่หรือ?

6. เจ้าไม่เห็นดอกหรือว่า พระเจ้าของเจ้ากระทำต่อพวกอ๊าดอย่างไร ?

7. (แห่ง) อิร็อม พวกมีเสาหินสูงตะหง่าน

8. ซึ่งเยี่ยงนั้นมิได้ถูกสร้างตามหัวเมืองต่าง ๆ (*1*)

(1)  ไม่มีข่าวคราวมาถึงเจ้าบ้างดอกหรือ โอ้มุฮัมมัดว่า อัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงกระทำต่อพวกอ๊าด หมู่ชนของอ๊าดอย่างไรบ้าง? พวกอ๊าดสมัยก่อนซึ่งเป็นชาวอิร็อม ซึ่งมีเสาหินสูงหรืออาคารก่อสร้างสูง พวกเขาพำนักอาศัยอยู่ที่เมืองอัลอ๊ะฮฺก๊อฟเป็นเมืองระหว่างโอมานกับฮะฎ้อระเมาท์ ซึ่งชนเผ่านั้นอัลลอฮฺมิได้ทรงสร้างผู้อื่นใดเสมอเสมือนพวกเขาในด้านความเข้มแข็ง ความแข็งแรง และการมีร่างกายใหญ่โตกำยำดังกล่าวนี้เป็นการขู่สำทับพวกกุฟฟารมักกะฮฺให้ระวังตัวไว้

9. และพวกซะมูดผู้สกัดหิน ณ หุบเขา

10. และฟิรเอานฺ เจ้าแห่งตรึงเสาเต๊นท์ (*1*)

(1)  และพระองค์ทรงกระทำต่อพวกซะมูดอย่างไร พวกเขาเป็นผู้มีร่างกายแข็งแรงใหญ่โตได้สกัดหินตามหุบเขาเป็นที่พำนักอาศัย และฟิรเอานฺซึ่งมีพลพรรคมากมายโดยได้ตรึงเต้นท์เป็นที่อาศัย หรือตรึงเสาเต๊นท์เพื่อทรมานพวกบะนีอิสรออีล

11. บรรดาผู้ละเมิดเหล่านั้นตามหัวเมืองต่าง ๆ

12. แล้วก่อความเสียหายอย่างมากมายในหัวเมืองเหล่านั้น

13. ดังนั้นพระเจ้าของเจ้าจึงกระหน่ำการลงโทษนานาชนิดบนพวกเขา (*1*)

(1)  บรรดาผู้หยิ่งยะโสเหล่านั้นคือ พวกอ๊าด ซะมูดและ ฟิรเอานฺ ซึ่งพวกเขาได้ขัดขืนดื้อรั้นต่อพระบัญชาของอัลลอฮฺและล่วงละเมิดขอบเขตด้วยความอธรรม อีกทั้งได้ก่อความระส่ำระส่ายตามหัวเมืองต่าง ๆด้วยการกดขี่ห่มเหง การฆ่าฟันกัน ดังนั้นอัลลอฮฺ ตะวาลา จึงทรงกระหน่ำการลงโทษอย่างหนักและนานาชนิดเพราะการกระทำความผิดและการล่วงละเมิดขอบเขตของพวกเขา

14. แท้จริงพระเจ้าของเจ้านั้นทรงเฝ้าดูอย่างแน่นอน (*1*)

(1)  พระเจ้าของเจ้านั้น โอ้มุฮัมมัดเอ๋ย ทรงเฝ้าดูและติดตามการงานต่าง ๆ ของมนุษย์ และจะทรงตอบแทนผลงานของพวกเขาที่ได้กระทำไว้

15. ส่วนมนุษย์นั้น เมื่อพระเจ้าของเขาทรงทดสอบเขา โดยทรงให้เกียรติเขาและทรงโปรดปรานเขา เขาก็จะกล่าวว่าพระเจ้าของฉันทรงยกย่องฉัน (*1*)

(1)  เมื่ออัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงทดสอบมนุษย์ด้วยการประทานความโปรดปรานหรือนิอฺมะฮฺ พระองค์ทรงให้เกียรติแก่เขาด้วยความมั่งมีและความสะดวกสบาย และทรงให้เขามีความสุขสำราญในโลกนี้ด้วยการมีลูกหลาน มีเกียรติและมีอำนาจ เขาก็จะกล่าวว่า พระเจ้าของฉันทรงประทานความดีต่าง ๆ แก่ฉัน ซึ่งก็เป็นการเหมาะสมดีแล้ว เขาหารู้ไม่ว่าการทดสอบแก่เขานี้ก็เพื่อจะดูว่าเขาจะเป็นผู้ขอบคุณหรือทรยศต่อพระองค์

16. แต่ครั้งเมื่อพระองค์ทรงทดสอบเขาทรงให้การครองชีพของเขาเป็นที่คับแคบแก่เขา เขาก็จะกล่าวว่า พระเจ้าของฉันทรงเหยียดหยามฉัน (*1*)

(1)  แต่เมื่อพระเจ้าของเขาทรงทดสอบเขาด้วยความยากแค้นและให้ริซกีของเขาคับแคบลง เขาก็จะกล่าวด้วยการไม่รู้ถึงเคล็ดลับหรือฮิกมะฮฺของพระองค์ว่า พระเจ้าของฉันทรงเหยียบหยามฉันด้วยการให้ริซกีของฉันคับแคบลง

17. มิใช่เช่นนั้นดอก แต่ว่าพวกเจ้ามิได้ให้เกียรติแก่เด็กกำพร้าต่างหาก

18. และพวกเจ้ามิได้ส่งเสริมกันในการให้อาหารแก่คนยากจนขัดสน (*1*)

(1)  การให้เกียรติมิใช่ด้วยความมั่งมีและการถูกเหยียบหยามมิใช่ด้วยความยากจนดั่งที่พวกเจ้าคาดคิดกัน แต่ว่าการให้เกียรติและการถูกเหยียดหยามนั้นด้วยการจงรักภักดีต่ออัลลอฮฺ และการฝ่าฝืนพระองค์ต่างหาก แต่พวกเจ้าไม่รู้หากแต่ว่าพวกเจ้ากระทำในสิ่งที่ชั่วช้ายิ่งกว่านั้น คือ พวกเจ้าไม่ให้เกียรติแก่เด็กกำพร้าทั้ง ๆที่อัลลอฮฺทรงให้เกียรติแก่พวกเจ้าด้วยการให้มีทรัพย์สินมากมาย และพวกเจ้าไม่ส่งเสริมและสนับสนุนในการให้อาหารแก่คนยากจนขัดสนต่างหาก

19. และพวกเจ้ากินมรดกกันอย่างหมดเกลี้ยง

20. และพวกเจ้ารักสมบัติกันอย่างมากมาย (*1*)

(1)  นอกจากนี้พวกเจ้ายังกินมรดกกันอย่างหนักโดบมราพวกเจ้ามิได้ไต่ถามกันว่ามันเป็นของหะล้าลหรือหะรอมกันแน่? แลพวกเจ้ารักทรัพย์สมบัติอย่างมากมายพร้อมกับมีความตระหนี่และตะกละตะกลามอีกด้วยเป็นการประนามในการสะสมทรัพย์สมบัติและตระหนี่ที่จะบริจาค

[1] [ 2] [ Next]


Designed & Developed By Thai Islamic Global Net Team
Copyright (C) 2008 Alquran-Thai.Com All Rights Reserved