ซูเราะฮฺ        อายะหฺ   
         เลือกซูเราะฮฺ และ/หรืออายะหฺ ที่ต้องการ
คำ,วลี,ข้อความ   
         กรุณาป้อน คำ, วลี หรือบางส่วนของข้อความ ที่ต้องการค้นหา


72. ซูเราะฮฺ อัลญิน (Al-Jinn)


1. จงกล่าวเถิดมุฮัมมัดว่า ได้มีวะฮียฺมายังฉันว่า แท้จริงพวกญินจำนวนหนึ่งได้ฟังฉัน (อ่านกุรอาน) และพวกเขากล่าวว่า แท้จริงเราได้ยินกุรอานที่แปลกประหลาด (*1*)

(1)  นักตัฟซีรกล่าวว่า พวกญินได้ยินท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม อ่านอัลกุรอานในการละหมาดฟัจรฺญโดยที่ท่านไม่รู้ว่าพวกเขากำลังฟังการอ่านของท่าน แต่ท่านได้รับการบอกเล่าโดยทางวะฮียฺ โดยมีหลักฐานจากคำตรัสของพระองค์ที่ว่า “ได้มีวะฮียฺมายังฉัน” และสิ่งที่อัลลอฮฺทรงบอกเล่าแก่นะบีของพระองค์ก็ได้ยืนยันไว้ในซูเราะฮฺ อัลกะฮฺก๊อฟ อายะฮฺที่ 29 ว่า “และจงรำลึกได้ให้ญินจำนวนหนึ่งมุ่งไปยังเจ้าเพื่อฟังอัลกุรอาน...” ฯลฯ จุดมุ่งหมายจากการบอกเล่าถึงการได้ยินอัลกุรอานของพวกญินก็เพื่อตำหนิพวกกุเรชและพวกอาหรับในการล่าช้าลังเลใจของพวกเขาต่อการอีมาน ซึ่งแตกต่างกับพวกญินที่ดีกว่าพวกเขาเหล่านั้นที่ตอบรับโดยฉับพลันต่อการอีมานเมื่อได้ยินการอ่านอัลกุรอาน

2. นำไปสู่ทางที่ถูกต้อง ดังนั้นพวกเราจึงศรัทธาต่ออัลกุรอานนั้น และเราจะไม่ตั้งสิ่งใดเป็นภาคีต่อพระเจ้าของเรา

3. และความจริงนั้น ความยิ่งใหญ่แห่งพระเจ้าของเรานั้นทรงสูงส่งยิ่ง พระองค์ไม่มีภริยาและไม่มีบุตร (*1*)

(1)  อัลกุรอานนี้จะนำไปสู่ความจริงและความถูกต้อง พวกเราจึงศรัทธาและเราจะไม่กลับไปสู่การเป็นชิริกต่ออัลลอฮฺดังเช่นที่เราเคยกระทำมาก่อนอีกต่อไปเป็นอันขาด พระองค์ทรงสูงส่งและยิ่งใหญ่ต่อการที่จะตั้งให้พระองค์มีภริยาและบุตร เพราะการมีภริยาเพื่อความต้องการทางเพศและการมีบุตรเพื่อความอบอุ่น อัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงบริสุทธิ์จากสิ่งบกพร่องต่าง ๆ เหล่านี้

4. และแท้จริง คนโง่ในหมู่พวกเราได้กล่าวร้ายต่ออัลลอฮฺอย่างเกินเหตุ

5. และแท้จริงเราคาดคิดว่า มนุษย์และญินจะไม่กล่าวเท็จต่ออัลลอฮฺเป็นอันขาด (*1*)

(1)  มุญาฮิดกล่าวว่า คนโง่หมายถึงอิบลีสเรียกร้องพวกเขาไปสู่การเคารพภักดีสิ่งอื่นจากอัลลอฮฺ การกล่าวร้ายและกล่าวเท็จหมายถึงการตั้งให้พระองค์มีภริยา และมีบุตร เมื่อเราได้ยินอัลกุรอานนี้พวกเราก็ศรัทธาและเรารู้ว่าพวกเขากล่าวเท็จต่ออัลลอฮฺในเรื่องนี้

6. และแท้จริงมนุษย์บางคนเคยขอความคุ้มครองจากญินบางคน ดังนั้นพวกเขา (มนุษย์) จึงทำให้พวกเขา (ญิน)เพิ่มการหยิ่งจองหองยิ่งขึ้น (*1*)

(1)  อะบุสสอู๊ด กล่าวว่า เมื่อมนุษย์เดินผ่านทุ่งที่เปลี่ยวก็เกิดความกลัวจึงกล่าวขึ้นว่า ขอความคุ้มครองต่อเจ้าของทุ่งนี้ให้พ้นจากหมู่ชนที่ชั่วช้านี้ หมายถึงพวกญินและหัวหน้าของพวกเขา เมื่อพวกเขาได้ยินเช่นนั้นก็ทำให้เกิดการหยิ่งผยองมากยิ่งขึ้น

7. และแท้จริงพวกเขา (มนุษย์) คาดคิดเช่นเดียวกับที่พวกท่าน (ญิน) คาดคิดว่าอัลลอฮฺ จะไม่ทรงแต่งตั้งผู้ใดขึ้น (เป็นร่อซูล) (*1*)

(1)  คือพวกมนุษย์ที่ปฏิเสธศรัทธา เช่นเดียวกับพวกท่าน (ญิน) คาดคิดกันว่า อัลลอฮฺจะไม่ส่งผู้ใดมาเป็นร่อซูลหลังจากตายแล้ว พวกเขาได้ปฏิเสธการฟื้นคืนชีพเช่นเดียวกับพวกท่านได้ปฏิเสธในเรื่องนี้

8. และแท้จริงเราได้ค้นคว้าหาข่าว ณ ชั้นฟ้า แต่เราได้พบ ณ ที่นั่งเต็มไปด้วยยามเฝ้าผู้เข้มแข็งและเปลวเพลิง

9. และแท้จริงเราเคยนั่ง ณ สถานที่นั่งในท้องฟ้านั้นเพื่อฟัง แต่ขณะนี้ผู้ใดนั่งฟังเขาก็จะพบเปลวเพลิงถูกเตรียมไว้สำหรับเขา (*1*)

(1)  ญินได้กล่าวว่า พวกเราได้ขึ้นไปบนชั้นฟ้า เพื่อจะฟังข่าวคราวจากชั้นฟ้า แต่เราได้พบ ณ ชั้นฟ้านั้นเต็มไปด้วยมะลาอิกะฮฺอย่างหนาแน่น ซึ่งทำหน้าที่เป็นยามเฝ้า และเปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้ ซึ่งจะใช้ขว้างขับไล่ผู้ที่พยายามเข้าไปใกล้ ซึ่งสมัยก่อนร่อซูลมุฮัมมัดเราเคยใช้เป็นที่นั่งเพื่อฟังข่าวคราวจากท้องฟ้า เพื่อนำไปแจ้งแก่นักพยากรณ์

10. และแท้จริงเราไม่รู้ดอกว่า ความชั่วร้ายนั้นจะถูกให้มีขึ้นแก่ผู้ที่อยู่ในแผ่นดินนี้ หรือว่าพระเจ้าของพวกเขาปรารถนาแนวทางที่ถูกต้องแก่พวกเขา (*1*)

(1)  เราพวกญินไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า การที่ท้องฟ้าเต็มไปด้วยยามเฝ้า และเปลวเพลิงนั้นเพื่อการลงโทษที่อัลลอฮฺทรงประสงค์จะให้เกิดแก่ชาวโลก หรือด้วยความปรารถนาดีของพระองค์ที่จะให้พวกเขาเป็นคนดีอยู่ในแนวทางที่ถูกต้องด้วยการส่งร่อซูลมายังพวกเขา

11. และแท้จริงในหมู่พวกเรานั้นมีคนดีและในหมู่พวกเราก็มีคนอื่นจากนั้น พวกเราอยู่ในแนวทางที่แตกต่างกัน (*5*)

(1)  คนอื่นจากนั้นหมายถึง ความดีของพวกเขา (ญิน) ไม่สมบูรณ์ หรือหมู่ชนที่ไม่มีความดีเลย และพวกเราอยู่ในแนวทางที่แตกต่างกันคือมีทั้งดีและเลว มีทั้งผู้ที่มีความยำเกรง และคนชั่ว

12. และแท้จริงเราคาดคิดว่า เราจะไม่รอดพ้นจาก (การลงโทษ) ของอัลลอฮฺในแผ่นดินนี้ และเราจะหนีไม่รอดพ้นไปจากพระองค์ (*1*)

(1)  เรามีความเชื่อมั่นว่า อัลลอฮฺนั้นทรงเดชานุภาพเหนือพวกเรา และเรานั้นอยู่ในเงื้อมพระหัตถ์ของพระองค์ และภายใต้อำนาจของพระองค์ ไม่ว่าเราจะอยู่แห่งหนใด เราจะไม่รอดพ้นจากการลงโทษของพระองค์และเราไม่สามารถที่จะหนีไปไหนได้

13. และแท้จริงเมื่อเราได้ยินอัลกุรอานเราก็ศรัทธาต่ออัลกุรอานนั้น ดังนั้นผู้ใดศรัทธาต่อพระเจ้าของเขา เขาก็จะไม่หวั่นเกรงต่อการขาดทุน และการอยุติธรรม (*1*)

(1)  คือเราศรัทธาต่ออัลกุรอาน และผู้ที่ประทานอัลกุรอานลงมา และเราศรัทธาต่อมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ในสาสน์ของเขา ดังนั้นผู้ใดศรัทธาต่อพระเจ้าของเขาแล้ว เขาไม่ต้องกลัวว่าความดีงามของเขาจะสูญหายไปหรือว่าความชั่วของเขาจะเพิ่มขึ้น

14. และแท้จริงในหมู่พวกเรามีผู้ที่เป็นมุสลิม และในหมู่พวกเรามีผู้อธรรม ดังนั้นผู้ใดนอบน้อม ชนเหล่านั้นพวกเขาได้มุ่งสู่แนวทางที่ถูกต้อง

15. และส่วนบรรดาผู้ที่หันห่างออกจากความจริง พวกเขาก็เป็นฟืนของไฟนรก (*1*)

(1)  คือหลังจากพวกเราได้ฟังอัลกุรอานแล้วในหมู่พวกเราก็มีทั้งผู้ที่นอบน้อมคือเป็นมุสลิม และศรัทธาต่อสาส์นของมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ชนเหล่านั้นคือผู้ที่มุ่งสู่แนวทางที่ถูกต้อง แนวทางแห่งความสันติสุขและความรอดพ้นส่วนบรรดาผู้อธรรมที่หันห่างออกจากความจริงและปฏิเสธศรัทธาพวกเขาก็จะเป็นฟืนเป็นไฟนรกจะได้รับการเผาไหม้เช่นเดียวกับพวกกุฟฟารที่เป็นมนุษย์ได้รับการเผาไหม้คำพูดเกี่ยวกับพวกญินจบลงเพียงนี้ ส่วนคำกล่าวหลังจากนี้เป็นคำตรัสของอัลลอฮฺ ตะอาลา ซึ่งพระองค์ทรนวะฮียฺแก่ร่อซูลของพระองค์

16. และหากพวกเขาธำรงมั่นอยู่บนแนวทางที่เที่ยงธรรม แน่นอนเราก็จะให้พวกเขามีริซกีกว้างขวาง

17. เพื่อเราจะทดสอบพวกเขาในเรื่องนี้ และผู้ใดหันห่างจากการรำลึกถึงพระเจ้าของเขา พระองค์จะให้เขาได้รับการลงโทษอันแสนสาหัส (*1*)

(1)  คือหากพวพกุฟฟารเหล่านั้นศรัทธาและดำรงมั่นอยู่ในบัญญัติของอัลลอฮฺ พระองค์จะให้พวกเขาได้รับริซกีอย่างกว้างขวาง เพื่อเราจะทดสอบพวกเขาไปเรื่อยนี้ว่าพวกเขาจะขอบคุณหรือเนรคุณ?? ดังนั้นผู้ใดผินหลังให้จากการจงรักภักดี และการอิบาดะฮฺต่ออัลลอฮฺแล้ว พระองค์จะให้เขาได้รับการลงโทษตลอดไปโดยไม่ได้รับการพักผ่อนเลย

18. และว่าแท้จริงบรรดามัสยิดนั้นเป็นของอัลลอฮฺ ดังนั้น พวกเจ้าอย่าวิงวอนขอผู้ใดเคียงคู่กับอัลลอฮฺ (*1*)

(1)  และได้มีวะฮียฺมายังฉันว่า บรรดามัสยิดและบ้านสำหรับทำอิบาดะฮฺนั้นเป็นสภานที่เฉพาะแด่อัลลอฮฺพวกเจ้าอย่าได้ เคารพภักดีผู้ใดอื่นจากอัลลอฮฺ และจงให้ความบริสุทธิ์แด่พระองค์เดียวเท่านั้น

19. และว่าแท้จริงเมื่อบ่าวของอัลลอฮฺ (มุฮัมมัด) ยืนขึ้นกล่าววิงวอนขอต่อพระองค์พวกเขา (ญิน) ก็ได้ห้อมล้อมเขาอย่างหนาแน่น (*3*)

(1)  คือเมื่อมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลับฮิวะซัลลัม ยืนขึ้นละหมาดและอ่านอัลกุรอาน พวกเขาก็จะเบียดเสียดห้อมล้อม กันอย่างหนาแน่นเพื่อฟังการอ่านอัลกุรอานของท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม

20. จงกล่าวเถิดมุฮัมมัด ว่า แท้จริงฉันวิงวอนขอต่อพระเจ้าของฉัน และฉันจะมิตั้งผู้ใดเป็นภาคีต่อพระองค์

[1] [ 2] [ Next]


Designed & Developed By Thai Islamic Global Net Team
Copyright (C) 2008 Alquran-Thai.Com All Rights Reserved