ซูเราะฮฺ        อายะหฺ   
         เลือกซูเราะฮฺ และ/หรืออายะหฺ ที่ต้องการ
คำ,วลี,ข้อความ   
         กรุณาป้อน คำ, วลี หรือบางส่วนของข้อความ ที่ต้องการค้นหา


69. ซูเราะฮฺ อัลหากเกาะฮฺ (Al-Haqqa)


1. สิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน (วันกิยามะฮฺ)

2. สิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนนั้นคืออะไร (*1*)

(1)  ซูเราะฮฺได้เริ่มกล่าวถึงวันกิยามะฮฺซึ่งเป็นชื่อของซูเราะฮฺคือ อัลหากเกาะฮฺ เป็นวันที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนปราศจากข้อสงสัยใด ๆ ทั้งสิ้นในอายะฮฺต่อมาติดตามด้วยคำถามที่ชวนให้เกิดความสนใจยิ่งขึ้นว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนนั้นคืออะไร? การกล่าวถึงวันกิยามะฮฺซ้ำถึง 2 ครั้ง แสดงให้เห็นถึงความสำคัญและความยิ่งใหญ่ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันนั้น

3. และอันใดเล่าทำให้เจ้ารู้ได้ว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนนั้นคืออะไร ? (*1*)

(1)  เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าวันกิยามะฮฺคืออะไร เพราะเจ้าไม่เคยรู้ว่ามาก่อนเลยถึงความน่าสะพึงกลัวและความร้ายแรงของวันนั้น คำถามของอายะฮฺที่ 2 และที่ 3 จะไม่ได้รับคำตอบ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้อ่านผู้ฟังวาดภาพความสำคัญของวันนั้นว่าจะมีสภาพเป็นอย่างไร

4. พวกซะมูดและพวกอ๊าดได้ปฏิเสธวันกิยามะฮฺ

5. พวกซะมูด ถูกทำลายด้วยเสียงกำปนาทที่น่ากลัว

6. ส่วนพวกอ๊าด ถูกทำลายด้วยลมพายุที่หนาวเหน็บ และเสียงดังก้อง (*1*)

(1)  ในสามอายะฮฺได้กล่าวถึงสิ่งที่ได้เกิดขึ้นแก่ประชาชาติในอดีตที่ปฏิเสธการศรัทธา ไม่ยอมเชื่อฟังการเรียกร้องไปสู่การให้ความเอกภาพแด่อัลลอฮฺ ตะอาลา ทั้งนี้เพื่อเป็นการเตือนพวกกุฟฟารมักกะฮฺให้ระลึกถึงการลงโทษที่จะประสบแก่พวกเขาอย่างแน่นอน หากพวกเขายังคงดื้อรั้นในสิ่งที่ร่อซูลของพวกเขานำมาเผยแผ่พวกซะมูดมีถิ่นพำนักอยู่ที่แคว้นหนึ่งทางเหนือของฮิญาซ เรียกว่า มะดาดินซอและฮฺ พวกนี้อัลลอฮฺทรงลงโทษด้วยเสียงกำปนาทลงสู่บ้านพักของพวกเขา ทำให้ผู้คนล้มตายระเนระนาด สาเหตุเพราะพวกเขาทำร้ายฆ่าอูฐของอัลลอฮฺ ส่วนพวกอ๊าด เพราะความหยิ่งยะโสโอหังของพวกเขา อัลลอฮฺทรงลงโทษพวกเขาด้วยการสั่งลมพายุที่หนาวเหน็บมีเสียงดังก้องลมพายุนี้ได้พัดติดต่อกันอย่างต่อเนื่องถึงเจ็ดคืนกับแปดวัน

7. พระองค์ทรงให้อภัยนั้นเกิดขึ้นแก่พวกเขา เจ็ดคืนกับแปดวันต่อเนื่องกัน แล้วเจ้าจะเห็นหมู่ชนนั้นนอนตายอยู่เช่นนั้นประหนึ่งต้นอินทผลัมที่กลางล้มระเนระนาด

8. แล้วเจ้าเห็นอะไรบ้างหลงเหลือสำหรับพวกเขา (*1*)

(1)  นี่คือสภาพของประชาชาติสมัยก่อนที่ก่อทำชั่ว นอกเหนือไปจากการปฏิเสธไม่เชื่อฟังคำสั่งสอนและการเรียกร้องของบรรดาร่อซูลไปสู่สัจธรรมกล่าวกันว่า ลมพายุได้พัดเอาศีรษะออกจากร่างของพวกอ๊าดคล้อยกับต้นอินทผลัมที่ถูกตัดยอดออกไป

9. ฟิรเอานฺและพวกก่อนหน้าเขา และพวกมุอฺตะฟิกาต (เมืองของพวกลูฏซึ่งถูกพลิกแผ่นดิน) ได้กระทำความผิด

10. พวกเขาได้ฝ่าฝืนต่อร่อซูลแห่งพระเจ้าของพวกเขา ดังนั้นพระองค์จึงทรงลงโทษพวกเขาอย่างหนัก (*1*)

(1)  พวกฟิรเอานฺประชาชาติขิงนะบีมูซา และประชาชาติก่อนพวกฟิร เอานฺ ซึ่งซูเราะฮฺนี้ได้ระบุไว้ว่าเป็นพวกใดและพวกมุอตะฟิกาต ซีงเป็นหมู่บ้านของพวกลู๊ฏ พวกหลังนี้ถูกลงโทษด้วยการพลิกแผ่นดินประชาชาติดังกล่าวมานี้ ได้กระทำความผิดคือดื้อดึง ไม่ปฏิบัติตามคำเรียกร้องและสั่งสอนของบรรดาร่อซูล ดังนั้นอัลลอฮฺจึงทรงลงโทษอย่างหนักและสาสมกับความผิดที่ได้ก่อกรรมทำไว้

11. เมื่อน้ำท่วมสูงขึ้น แท้จริงเราได้บรรทุกพวกเจ้าไว้ในเรือของนูหฺ

12. เพื่อเราจักได้ทำให้มันเป็นเครื่องเตือนสติแก่พวกเจ้า และหูที่สำเหนียกจะได้จดจำมันไว้อย่างแม่นยำ (*1*)

(1)  สภาพของน้ำท่วม สภาพเรือของนะบีนูหฺ และสภาพหมู่ชนของนะบีนูหฺที่กำลังจมน้ำตาย เพราะไม่เชื่อฟังและปฏิบัติตามคำเรียกร้องเชิญชวนของนะบีนูหฺ สภาพของการลงโทษดังกล่าวมานี้ย่อมเป็นบทเรียนแก่ประชาชาติใดก็ตามที่ปฏิเสธดื้อดึง และต่อต้านขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่อันเที่ยงธรรมของบรรดาร่อซูล

13. ครั้นเมื่อเสียงเป่าครั้งแรกถูกเป่าขึ้นโดยสังข์ (เป็นสัญญาณแจ้งให้ทราบถึงวันกิยามะฮฺ)

14. แผ่นดินและเทือกเขาจะถูกยกขึ้นแล้วมันทั้งสองจะถูกกระแทกกันแตกกระจายเป็นผุยผง

15. ในวันนั้นวันกิยามะฮฺก็จะเกิดขึ้น

16. และชั้นฟ้าก็จะแยกออก แล้วมันก็จะอ่อนกำลังลงอย่างไม่เป็นระเบียบในวันนั้น (*1*)

(1)  อัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงแจ้งให้เราทราบว่าเมื่อได้เกิดการเป่าสังข์ครั้งแรกขึ้น หลังจากนั้นเหตุการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ก็จะเกิดขึ้นเป็นสัญญาณแจ้งให้มนุษย์ทราบว่า วันกิยะมะฮฺได้เกิดขึ้นแล้วสภาพจะเป็นอย่างไร?เมื่อแผ่นดินที่มนุษย์เหยียบย่ำอยู่อย่างปลอดภัย และภูเขาที่เรียงรายอย่างสูงตระหง่านได้ลอยขึ้นไปบนฟากฟ้า และได้หมดกำลังลงหลังจากนั้นก็หล่นลงมานั่นแหละคือวันกิยามะฮฺหรือวากิอะฮฺได้เกิดขึ้นแล้วอย่างแน่นอน หลังจากนั้นชั้นฟ้าทั้งหลายก็จะแตกแยกออกและอ่อนกำลังลงอย่างไม่เป็นระเบียบ นี่คือสภาพของแผ่นดินภูเขาและชั้นฟ้าตามที่อัลกุรอานได้แจ้งให้เราทราบ เราไม่อาจล่วงรู้ได้นอกเหนือไปกว่านั้น

17. และมะลักก็จะปรากฏอยู่บนเวหาและ (มะลาอิกะฮฺ) จำนวนแปดท่านจะทูนบังลังก์แห่งพระเจ้าของเจ้าไว้เบื้องบนพวกเขาในวันนั้น

18. วันนั้นพวกเจ้าจะถูกนำมาอยู่ต่อหน้าพระองค์ ไม่มีความลับอันใดจะถูกปิดบังแก่พวกเจ้า (*1*)

(1)  ในวันนั้นมะลงอิกะฮฺ จะปรากฏตนอยู่บนเวหาท่ามกลางท้องฟ้าที่แตกกระจัดกระจาย มะลาอิกะฮฺจำนวน 8 ท่านหรือ 8 แถว ซึ่งพระองค์ทรงทราบดียิ่ง เราไม่รู้บัลลังก์มีสภาพเป็นอย่างไร ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งเร้นลับแต่มีความลับชนิดอื่น คือสิ่งที่มนุษย์ได้ปฏิบัติไว้ในโลกดุนยาจะถูกนำมาเปิดเผยให้เห็นเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาในวันนั้น

19. ส่วนผู้ที่บันทึกของเขาถูกนำมายื่นให้ทางเบื้องขวาของเขา เขาจะกล่าวว่า มาอ่านบันทึกของฉันซิ

20. ความจริงฉันนึกทีเดียวว่า ฉันจะได้พบบัญชีของฉัน

[1] [ 2] [ 3] [ Next]


Designed & Developed By Thai Islamic Global Net Team
Copyright (C) 2008 Alquran-Thai.Com All Rights Reserved