ซูเราะฮฺ        อายะหฺ   
         เลือกซูเราะฮฺ และ/หรืออายะหฺ ที่ต้องการ
คำ,วลี,ข้อความ   
         กรุณาป้อน คำ, วลี หรือบางส่วนของข้อความ ที่ต้องการค้นหา


66. ซูเราะฮฺ อัตตะหฺรีม (At-Tahrim)


1. โอ้นะบีเอ๋ย ทำไมเจ้าจึงห้ามสิ่งที่อัลลอฮฺได้ทรงอนุมัติแก่เจ้า เพื่อแสวงหาความพึงพอใจบรรดาภริยาของเจ้าเล่า ? และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงอภัย ผู้ทรงเมตตา (*1*)

(1)  เป็นการตำหนิจากอัลลอฮฺแก่ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ทั้งนี้เนื่องจากท่านได้ห้ามตัวของท่านมิให้ไปเกี่ยวข้องกับภริยาชาวอียิปต์ของท่าน คือ มารียะฮฺ มารดาของอิบรอฮีม ในการกระทำเช่นนี้ เพราะเหตุว่าท่านได้ไปร่วมหลับนอนกับมารียะฮฺในบ้านของฮัฟเซาะฮฺ เมื่อนางรู้เรื่องเข้าท่านจึงสาบานว่าจะไม่ไปร่วมหลับนอนกับมารียะฮฺอีกต่อไป ทั้งนี้เพื่อเอาใจฮัฟเซาะฮฺนั่นเอง ดังนั้นอัลลอฮฺจึงตำหนิท่านและทรงอภัยให้แก่ท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม

2. แน่นอนอัลลอฮฺได้ทรงกำหนดแก่พวกเจ้าแล้วในการแก้คำสาบานของพวกเจ้าและอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงคุ้มครองพวกเจ้า และพระองค์เป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณ (*1*)

(1)  โอ้บรรดามุอฺมินเอ๋ย อัลลอฮฺได้ทรงบัญญัติแก่พวกเจ้าแล้ว ซึ่งการแก้คำสาบานคือการไถ่โทษซึ่งปรากฏอยู่ในซูเราะฮฺอัลมาอิดะฮฺ อายะฮฺที่ 89 และอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงคุ้มครองกิจการและช่วยเหลือพวกเจ้า ทรงรอบรู้ในสภาพของปวงบ่างของพระองค์ ทรงปรีชาญาณในการชี้ขาดตัดสินของพระองค์

3. และจงรำลึกขณะที่ท่านนะบีได้บอกความลับเรื่องหนึ่งแก่ภริยาบางคนของเขา ครั้นเมื่อนางได้บอกเล่าเรื่องนี้ (แก่คนอื่น) และอัลลอฮฺได้ทรงแจ้งเรื่องนี้แก่เขา (ท่านนะบี) เขาก็ได้แจ้งบางส่วนของเรื่องนี้ และไม่แจ้งบางส่วน ครั้นเมื่อเขา (ท่านนะบี) ได้แจ้งเรื่องนี้แก่นาง นางได้กล่าวว่า ใครบอกเล่าเรื่องนี้แก่ท่าน ? เขา (ท่านนะบี) กล่าวว่าพระผู้ทรงรอบรู้ พระผู้ทรงตระหนักยิ่ง ทรงแจ้งแก่ฉัน (*1*)

(1)  จงรำลึกขณะที่ท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้บอกความลับแก่ภริยาของท่านคือฮัฟเซาะฮฺบินตฺ และมิให้บอกความลับเรื่องมารียะฮฺแก่ใคร แต่ฮัฟเซาะฮฺได้เล่าเรื่องนี้แก่อาอิชะฮฺ เพราะทั้งสองเป็นเพื่อนรักกัน ดังนั้นอัลลอฮฺจึงทรงแจ้งเรื่องนี้แก่ท่านนะบี โดยผ่านทางญิบรีล แล้วฮัฟเซาะฮฺได้กล่าวกับท่านนะบีว่า โครบอกกับท่านในเรื่องนี้ ? ท่านนะบีตอบว่า พระผู้ทรงรอบรู้ พระผู้ทรงตระหนักยิ่งทรงบอกให้ฉันทราบ

4. หากเจ้าทั้งสองกลับเนื้อกลับตัวขออภัยโทษต่อัลลอฮฺ (ก็จะเป็นการดีแก่เจ้าทั้งสอง) เพราะแน่นอนหัวใจของเจ้าทั้งสองก็โอนอ่อนอยู่แล้ว แต่หากเจ้าทั้งสองร่วมกันต่อต้านเขา (ท่านนะบี) แท้จริงอัลลอฮฺ พระองค์เป็นผู้ทรงคุ้มครองเขา อีกทั้งญิบรีล และบรรดาผู้ศรัทธาที่ดี ๆ และนอกจากนั้น มะลาอิกะฮฺก็ยังเป็นผู้ช่วยเหลือสนับสนุนอีกด้วย (*1*)

(1)  หากฮัฟเซาะฮฺและอาอิชะฮฺยอมกลับเนื้อกลับตัวขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺเสียก็จะเป็นการดีแก่เจ้าทั้งสองยิ่งกว่าที่จะรวมกันต่อต้านท่านนะบี เพราะหัวใจของเจ้าทั้งสองก็โอนอ่อนอยู่แล้วถึงความจำเป็นที่จะต้องมีความบริสุทธิ์ใจต่อท่านร่อซูล ด้วยการรักในสิ่งที่ท่านรัก และเกลียดในสิ่งที่ท่านเกลียด แต่ถ้าเจ้าทั้งสองสนับสนุนกันต่อต้านนะบี การต่อต้านนั้นจะไม่เกิดโทษแก่ท่านแต่อย่างใด เพราะที่แน่นอนอัลลอฮฺนั้นทรงเป็นผู้คุ้มครองพิทักษ์รักษาท่าน อีกทั้งญิบรีล บรรดาผู้ศรัทธาที่ดี ๆ คือ อะบูบักร์และอุมัร และนอกจากนั้นบรรดามะลาอิกะฮฺก็ยังเป็นผู้ช่วยเหลือสนับสนุนในการคุ้มครองอีกด้วย

5. หากเขาหย่าพวกนาง บางทีพระเจ้าของเขาจะทรงเปลี่ยนแปลงให้แก่เขามีภริยาที่ดีกว่าพวกนาง เป็นหญิงที่นอบน้อมถ่อมตน เป็นหญิงผู้ศรัทธา เป็นหญิงผู้ภักดี เป็นหญิงผู้ขอลุแก่โทษ เป็นหญิงผู้มั่นต่อการอิบาดะฮฺ เป็นหญิงผู้มั่นต่อการถือศิลอด เป็นหญิงที่เป็นหม้าย และที่เป็นหญิงสาว (*1*)

(1)  นี่คือการขู่สำทับแก่บรรดาภริยาท่านนะบี และเป็นการอบรมที่ดีจากพระเจ้า กล่าวคือหากท่านนะบีหย่าพวกนาง บางทีอัลลอฮฺจะทรงเปลี่ยนแปลงให้แก่ท่านนะบีมีภริยาที่ดีกว่าพวกนาง เป็นมุสลิมมะฮฺที่นอบน้อมถ่อมตน เป็นมุอฺมินผู้ศรัทธา เป็นกอนิตะฮฺผู้ภักดี เป็นตะอิบะฮฺผู้ขอลุแก่โทษ เป็นอาบิดะฮฺผู้มั่นต่อการอิบาดะฮฺ เป็นศอมิมะฮฺผู้มั่นต่อการถือศิลอด หรือผู้มั่นต่อการอพยพเพื่อการใคร่ครวญ และบางคนเป็นหญิงหม้าย บางคนเป็นหญิงบริสุทธิ์ แต่ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม มิได้หย่าพวกนาง และอัลลอฮฺก็มิได้ทรงเปลี่ยนภริยาให้แก่ท่าน เพราะพวกนางเป็นภริยาของท่านทั้งโลกดุนยาและโลกอาคิเราะฮฺ

6. โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย จงคุ้มครองตัวของพวกเจ้าและครอบครัวของพวกเจ้าให้พ้นจากไฟนรก เพราะเชื้อเพลิงของมันคือมนุษย์ และก้อนหิน มีมะลาอิกะฮฺผู้แข็งกร้าวหาญคอยเฝ้ารักษามันอยู่ พวกเขาจะไม่ฝ่าฝืนอัลลอฮฺในสิ่งที่พระองค์ทรงบัญชาแก่พวกเขา และพวกเขาจะปฏิบัติตามที่ถูกบัญชา (*1*)

(1)  เป็นการเรียกร้องของอัลลอฮฺแก่ปวงบ่าวของพระองค์ที่เป็นมุอฺมิน และทรงตักเตือนพวกเขาว่าจงคุ้มครองป้องกันตัวเองและครอบครัวที่ประกอบด้วยภริยาและลูกหลานจากไฟนรกที่ร้อนแรงด้วยการหยุดกระทำสิ่งที่เป็นการฝ่าฝืนต่ออัลลอฮฺและร่อซูลของพระองค์ และการทำความดีที่เป็นการจงรักภักดี เพราะเชื้อเพลิงของไฟนรกนั้นก็คือมนุษย์ที่เป็นผู้ฝ่าฝืนและก้อนหิน และที่นรถนั้นมีมะลาอิกะฮฺทำหน้าที่เฝ้าประตู 19 ท่าน มีจิตใจที่เหี้ยมหาญ แข็งกร้าว ไม่มีความเมตตาต่อผู้ใดได้รับมอบหมายให้ทำการลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืนปฏิเสธศรัทธา พวกเขาจะไม่ฝ่าฝืนหรือขัดแย้งคำบัญชาของพระองค์ และจะปฏิบัติตามสิ่งที่ถูกบัญชา

7. โอ้บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเอ๋ย วันนี้พวกเจ้าอย่าได้แก้ตัวเลย แต่ว่าพวกเจ้าจะถูกตอบแทนตามที่พวกเจ้าได้กระทำไว้ (*1*)

(1)  เป็นการกล่าวแก่พวกกุฟฟารว่า วันนี้พวกเจ้าอย่าได้แก้ตัวเลย เพราะการแก้ตัวจะไม่เกิดประโยชน์แต่อย่างใดแต่ว่าพวกเจ้าจะได้รับการตอบแทนตามผลงานของพวกเจ้า ถ้าผลงานดีก็ได้รับการตอบแทนที่ดี และถ้าผลงานชั่วก็จะได้รับการตอบแทนความชั่ว

8. โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย จงขอลุแก่โทษแด่อัลลอฮฺด้วยการลุแก่โทษอย่างจริงจังเถิดบางทีพระเจ้าของพวกเจ้าจะลบล้างความผิดของพวกเจ้าออกจากพวกเจ้า และจะทรงให้พวกเจ้าเข้าสวนสวรรค์หลากหลาย ณ เบื้องล่างสวนสวรรค์นั้นมีลำน้ำหลายสายไหลผ่าน (*1*) วันที่อัลลอฮฺจะไม่ทรงทำให้นะบี และบรรดาผู้ศรัทธาร่วมกับเขาต้องอัปยศแสงสว่างของพวกเขาจะส่องจ้าไปเบื้องหน้าของพวกเขาและทางเบื้องขวาของพวกเขา พวกเขาจะกล่าวว่าข้าแต่พระเจ้าของเรา ขอพระองค์ได้ทรงโปรดทำให้แสงสว่างของเราอยู่กับเราตลอดไปและทรงยกโทษให้แก่เราแท้จริงพระองค์ท่านเป็นผู้ทรงอานุภาพเหนือทุกสิ่ง (*2*)

(1)  เป็นการเรียกร้องบรรดามุอฺมินให้ขอลุแก่โทษอย่างรีบด่วนและจริงจังโดยจะไม่กลับไปกระทำความผิดอีก เพราะการกระทำเช่นนั้น พระองค์จะทรงลบล้างและอภัยโทษในความผิดของพวกเจ้าให้แก่พวกเจ้าแล้วพวกเจ้าก็จะได้เข้าสู่สวนสวรรค์หลากหลายที่มีแต่ความร่มเย็นเป็นสุข
(2)  ในวันกิยามะฮฺนั้น อัลลอฮฺจะไม่ทรงทำให้ท่านนะบี และบรรดามุมินร่วมกับท่านนะบี ได้รับความอัปยศทั้งนี้ด้วยการให้พวกเขาได้เข้าสู่สวนสวรรค์ แสงสว่างของพวกเขาจะส่องจ้าไปยังเบื้องหน้า และรอบ ๆ ตัวของพวกเขา ในขณะที่พวกเขา เดินข้ามสะพาน “อัศศิร๊อฎ” ไปสู่สวนสวรรค์ และวิงวอนขอต่อพระเจ้าของพวกเขาให้แสงสว่างนั้นคงอยู่ต่อไปจนกระทั่ง พวกเขาเดินผ่านไปเรียบร้อยแล้ว และวิงวอนของต่อพระองค์ทรงยกโทษแก่พวกเขาด้วย เพราะพระองค์เป็นผู้ทรงอานุภาพเหนือทุกสิ่งที่จะประทานความสำเร็จให้แก่ปวงบ่าวของพระองค์

9. โอ้นะบีเอ๋ย จงต่อสู้กับพวกปฏิเสธศรัทธาและพวกมุนาฟิกีน และจงแข็งกร้าวกับพวกเขา เพราะที่พำนักของพวกเขาคือนรก และมันเป็นทางกลับที่ชั่วช้ายิ่ง (*1*)

(1)  อัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงใช้ให้นะบีของพระองค์ต่อสู้กับพวกกุฟฟารด้วยคมดาบจนกระทั่งพวกเขาจะยอมจำนนรับนับถืออิสลาม และต่อสู้กับพวกมุนาฟิกีนด้วยคำพูดที่แข็งกร้าว และสำนวนที่หนักแน่น และจงปฏิบัติกับพวกเหล่านั้นด้วยความแข็งกระด้าง อย่าใช้ความนุ่มนวลและความอ่อนโยนกับพวกเขา เพราะที่พำนักของพวกเขาในวันกิยามะฮฺคือนรก และนรกนั้นมันชั่วช้าจริง ๆ สำหรับเป็นที่พำนักและทางกลับของบรรดาอาชญากรผู้กระทำผิด

10. อัลลอฮฺทรงยกอุทาหรณ์แก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาถึงภริยาของนูหฺ และภริยาของลู๊ฏ นางทั้งสองอยู่ภายใต้การปกครองของบ่าวที่ดีทั้งสองในหมู่ปวงบ่าวของเรา แต่นางทั้งสองได้ทรยศต่อเขาทั้งสองให้พ้นจากการลงโทษาของอัลลอฮฺแต่ประการใด จึงมีเสียงกล่าวขึ้นว่า เจ้าทั้งสองจงเข้าไปในไฟนรกพร้อมกับบรรดาผู้ที่เข้าไปในมัน (*3*)

(1)  อัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงยกอุทาหรณ์ถึงพวกกุฟฟารในการที่พวกเขาไม่ได้รับประโยชน์อะไรกับความใกล้ชิดกับบรรดามุอฺมินด้วยสภาพภริยาของนะบีนูหฺ และภริยาของนะบีลู๊ฎ ซึ่งนางทั้งสองได้ทรยศต่อศาสนาของนางทั้งสอง นางทั้งสองจึงเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธา ภริยาของนูหฺได้เผยความลับแก่ผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาต่อสามีคือบรรดาหัวหน้าผู้เกรี้ยวกราดของหมู่ชนนูหฺ และว่าสามีของนางเป็นคนบ้า และภริยาของนะบีลู๊ฏผู้ปฏิเสธศรัทธาได้ชี้แนะแก่บรรดาอาชญากรเมื่อเวลามีแขกของนะบีลู๊ฏมาเยือนท่าน เช่นเวลากลางคืน ก็ส่งสัญญาณเป็นแสงไฟ เวลากลางวันก็ส่งสัญญาณเป็นควันไฟ เพื่อให้บรรดาอาชญากรเหล่านั้นมารบกวนแขกของนะบีลู๊ฏ เมื่อนางทั้งสองเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธาดังนั้น ความใกล้ชิดคือการเป็นภริยาของนะบีก็มิได้ช่วยเหลือให้นางพ้นจากการลงโทษไปได้ ในวันกิยามะฮฺมีเสียงกล่าวแก่นางทั้งสองว่า จงเข้าไปอยู่ในนรกพร้อมกับหมู่ชนของนะบีนูหฺและหมู่ชนของนะบีลู๊ฏเถิด

11. และอัลลอฮฺทรงยกอุทาหรณ์แก่บรรดาผู้ศรัทธาถึงภริยาของฟิรเอานฺเมื่อนางได้กล่าวว่า ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงโปรดสร้างบ้านหลังหนึ่งให้แก่ข้าพระองค์ ณ ที่พระองค์ท่านในสวนสวรรค์และทรงโปรดช่วยข้าพระองค์ให้พ้นจากฟิรเอานฺ และการกระทำของเขา และทรงโปรดช่วยข้าพระองค์ให้พ้นจากหมู่ชนผู้อธรรม(*1*)

(1)  อัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงยกอุทาหรณ์ถึงผู้ศรัทธาคือภริยาของฟิรเอานฺคือนางอาซิยะฮฺ บินตฺ มะซาฮิมนางได้ศรัทธาต่อนะบีมูซา อะลัยฮิสสลาม เมื่อฟิรเอานฺรู้เรื่องการอีมานของนางต่อนะบีมูซา เขาจึงสั่งให้ฆ่านางเมื่อนางรู้ว่าสามีผู้เกรี้ยวกราดจะฆ่านางแล้ว นางได้วิงวอนต่อพระเจ้าของนางว่า ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ทรงโปรดสร้างบ้านหลังหนึ่งให้แก่ข้าพระองค์ในสวนสวรรค์ ณ ที่พระองค์ท่าน และทรงโปรดช่วยข้าพระองค์ให้พ้นจากฟิรเอานฺ และการกระทำของเขาคือการปฏิเสธศรัทธาและการอธรรม และทรงโปรดช่วยข้าพระองค์ให้พ้นจากหมู่ชนผู้อธรรม คือพวกค๊อพท์ชาวอียิปต์โบราณซึ่งเป็นพลพรรคของฟิรเอานฺ อัลหะซันกล่าวว่า เมื่อนางได้วิงวอนขอดังกล่าว อัลลอฮฺ ตะอาลา ก็ทรงช่วยเหลือให้นางพ้นจากการฆ่าของฟิรเอานฺ

12. และมัรยัมบุตรีของอิมรอน ผู้ซึ่งรักษาพรหมจารีของนาง แล้วเราได้เป่าวิญญาณของเราเข้าไปในนาง และนางได้ศรัทธาต่อบัญญัติต่าง ๆ แห่งพระเจ้าของนาง และ (ได้ศรัทธาต่อ) คัมภีร์ต่าง ๆ ของพระองค์ และนางจึงอยู่ในหมู่ผู้นอบน้อมภักดีทั้งหลาย (*1*)

(1)  อีกอุทาหรณ์หนึ่ง คือ มัรยัมบุตรของอิมรอน ซึ่งนางเป็นผู้รักษาความบริสุทธิ์ในตัวของนางขณะที่เวลานั้นความชั่วและการทำซินากำลังครอบคลุมสังคมนะบีอิสรออีล เช่น สภาพของสังคมในปัจจุบันนี้ ในประเทศอิสรออีล และประเทศอื่น ๆ แต่สภาพสังคมเช่นนั้นก็มิได้ทำให้มัรยัมต้องเสียความบริสุทธิ์ของนาง ดังนั้นอัลลอฮฺจึงทรงยกย่องให้เกียรติแก่นางด้วยการส่งวิญญาณของพระองค์ คือญิบรีลอะลัยอิสสลามไปยังนางแล้วใช้ให้เขาเป่าไปที่แขนเสื้อของนาง ด้วยเดชานุภาพของอัลลอฮฺลมเป่านั้นก็เข้าไปสู่ร่างกายของนาง แล้วนางก็ตั้งครรภ์เป็นอีซา มัรยัมได้อีมานต่อบัญญัติต่าง ๆ ของอัลลอฮฺและบรรดาคัมภีร์ต่าง ๆ ของอัลลอฮฺ และนางเป็นผู้หนึ่งผู้นอบน้อม จงรักภักดี และเป็นผู้ทำอิบาดะฮฺต่ออัลลอฮฺ

[1]


Designed & Developed By Thai Islamic Global Net Team
Copyright (C) 2008 Alquran-Thai.Com All Rights Reserved