ซูเราะฮฺ        อายะหฺ   
         เลือกซูเราะฮฺ และ/หรืออายะหฺ ที่ต้องการ
คำ,วลี,ข้อความ   
         กรุณาป้อน คำ, วลี หรือบางส่วนของข้อความ ที่ต้องการค้นหา


45. ซูเราะฮฺ อัลญาซียะอฺ (Al-Jathiya)
ความหมายโดยสรุป ของซูเราะฮฺนี้


1. ฮา มีม (*1*)

(1)  ซูเราะฮฺนี้เป็นซูเราะฮฺที่หกในเจ็ดซูเราะฮฺที่เริ่มด้วยอักษรฮามีม และเรียกว่า ฮามีมทั้งเจ็ด หรือตระกูลฮามีม

2. การประทานลงมาขอคัมภีร์นี้จากอัลลอฮฺ ผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงปรีชาญาณ (*1*)

(1)  อัลกุรอานนี้ถูกประทานลงมาจากอัลลอฮฺ ผู้ทรงอำนาจในการปกครองของพระองค์ ผู้ทรงปรีชาญาณในการกระทำของพระองค์

3. แท้จริงในชั้นฟ้าทั้งหลาย และแผ่นดินนั้น แน่นอนย่อมมีสัญญาณหลากหลายสำหรับบรรดาผู้ศรัทธา (*1*)

(1)  ในการสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินตลอดจนสิ่งที่มีอยู่ในมันทั้งสองย่อมเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงเดชานุภาพอันสมบูรณ์ของอัลลอฮฺ และความปรีชาญาณของพระองค์แก่หมู่ชนที่มีความเชื่อมั่นต่อการมาปรากฏของอัลลอฮฺ และความเป็นเอกภาพของพระองค์

4. และในการบังเกิดพวกเจ้า และสิ่งที่พระองค์ทรงให้สัตว์แต่ละชนิดแพร่สะพัดออกไปนั้นย่อมเป็นสัญญาณหลากหลายสำหรับหมู่ชนผู้เชื่อมั่น (*1*)

(1)  ในการสร้างพวกเจ้า โอ้มนุษย์เอ๋ย และการประกอบอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของพวกเจ้าตลอดจนการมีโครงสร้างอย่างสมบูรณ์ของพวกเจ้า อีกทั้งการให้สัตว์ชนิดต่าง ๆ และอื่นจากนั้นแพร่หลายไปทั่วทุกหนทุกแห่งนั้น เป็นสัญญาณถึงเดชานุภาพของอัลลอฮฺที่จะให้มีการฟื้นคืนชีพ แต่สัญญาณเหล่านี้ไม่มีใครมองเห็นนอกจากหมู่ชนผู้ศรัทธาต่อการเป็นพระเจ้าของอัลลอฮฺ ตะอาลา

5. และการสับเปลี่ยนของกลางคืนและกลางวัน และสิ่งที่อัลลอฮฺทรงหลั่งลงมาจากฟากฟ้า เพื่อเป็นปัจจัยยังชีพนั้น พระองค์ทรงให้แผ่นดินมีชีวิตชีวาโดยน้ำฝนหลังจากการแห้งแล้งของมัน และการเปลี่ยนทิศทางเดินของลมย่อมเป็นสัญญาณหลากหลายสำหรับหมู่ชนผู้ใช้สติปัญญา (*1*)

(1)  การหมุนเวียนของกลางคืนและกลางวันอย่างสม่ำเสมอไม่ขาดตอน กลางคืนพร้อมกับความมืดของมันและกลางวันพร้อมแสงสว่างของมันด้วยระบบอย่างรัดกุมละเอียดอ่อนแน่นอน และทรงประทานน้ำฝนลงมาจากฟากฟ้าเพื่อเป็นปัจจัยยังชีพแก่มนุษย์ ตลอดจนให้แผ่นดินที่แห้งแล้งกลับมีชีวิตชีวาขึ้น อีกทั้งการเปลี่ยนทิศทางเดินของลมจากเหนือไปใต้จากลมร้อนเป็นลมหนาวและจากลมอ่อน ๆ เป็นลมพายุ ดังกล่าวมานี้ย่อมเป็นสัญญาณอย่างชัดแจ้งถึงการมีปรากฏของอัลลอฮฺ แก่ผู้มีสติปัญญาใคร่ครวญ

6. นั่นคือสัญญาณต่าง ๆ ของอัลลอฮฺ ซึ่งเราได้สาธยายสัญญาณเหล่านั้นแก่เจ้าด้วยความจริง และสัญญาณต่าง ๆ ของพระองค์ที่พวกเขาจะศรัทธากัน (*1*)

(1)  เหล่านี้คือสัญญาณต่าง ๆ และหลักฐานต่าง ๆ ของอัลลอฮฺ ซึ่งเราได้สาธยายให้เจ้าฟังด้วยความจริงปราศจากการเคลือบแฝงใด ๆ ดังนั้นเมื่อพวกกุฟฟารมักกะฮฺไม่ยอมเชื่อคำกล่าวของอัลลอฮฺ และหลักฐานต่าง ๆ เหล่านี้แล้ว คำกล่าวอันใดเล่าที่พวกเขาจะเชื่อถือและศรัทธากัน คำตอบก็คือ พวกเขาจะไม่ศรัทธาอย่างแน่นอน

7. ความหายนะจงประสบแด่ทุกคนที่เป็นผู้โกหก ผู้ทำบาปมาก

8. เขาได้ฟังอายาต ( อัลกุรอาน) ของอัลลอฮฺถูกสาธยายแก่เขา แล้วเขาก็ดื้อรั้นอย่างยะโส ประหนึ่งว่าเขาไม่เคยฟังอายาตมาก่อนเลยดังนั้นจงแจ้งข่าวแก่เขาถึงการลงโทษอันเจ็บปวด (*1*)

(1)  ความวิบัติความหายนะจงประสบแด่ทุกคนที่เป็นผู้โกหกกล่าวคำเท็จอยู่เสมอ และผู้กระทำบาปมากนี่คือสัญญาร้ายกาจจากอัลลอฮฺ ตะอาลา ผู้ที่มีลักษณะเช่นนี้ เมื่ออายาตอัลกุรอาน ถูกอ่านให้เขาฟังเขาก็ดื้อรั้นยืนกราน อยู่กับการปฏิเสธศรัทธาหยิ่งยะโส ต่อการศรัทธาในอายาตอัลกุรอานคล้ายกับว่าเขาไม่เคยฟังมาก่อนเลย ดังนั้นมุฮัมมัดจงแจ้งข่าวให้เขาทราบว่า การลงโทษอันเจ็บปวดจะประสบแก่เขาอย่างแน่นอน

9. และเมื่อเขาได้ทราบสิ่งใดจากอายาตของเรา เขาก็ถือเอาอายาตนั้น ๆ เป็นการล้อเลียน ชนเหล่านี้สำหรับพวกเขาจะได้รับการลงโทษอันอัปยศ (*1*)

(1)  คืออาชญากรผู้นี้เมื่อได้ทราบข่าวจาก อายาตต่าง ๆ ที่ประทานลงมาให้แก่มุฮัมมัด เขาก็ถือเป็นการล้อเลียนเยาะเย้ยบรรดาอาชญากรผู้เยาะเย้ยอัลกุรอานนี้ พวกเขาจะได้รับการลงโทษอย่างเจ็บปวดและน่าอัปยศ

10. เบื้องหน้าพวกเขาคือนรกญะฮันมัน และสิ่งที่พวกเขาขวนขวายไว้จะไม่อำนวยประโยชน์อันใดแก่พวกเขาได้ และสิ่งที่พวกเขายึดถือเอาเป็นผู้คุ้มครองอื่นจากอัลลอฮฺ ก็จะไม่อำนวยประโยชน์เช่นกัน และสำหรับพวกเขาจะได้รับการลงโทษอย่างใหญ่หลวง (*1*)

(1)  นรกญะอันนัมกำลังคอยพวกเขาอยู่แล้ว เนื่องด้วยพวกเขาแสร้งปฏิเสธและหยิ่งยะโสต่อความจริงในโลกดุนยา สิ่งที่พวกเขาได้ครอบครองเอาไว้ เช่นทรัพย์สมบัติ และลูกหลาน และสิ่งที่พวกเขาบูชากราบไหว้ โดยยึดถือเอาเป็นผู้คุ้มครองอื่นจากอัลลอฮฺ จะไม่อำนวยประโยชน์อันใดแก่พวกเขา

11. นี่คือแนวทางที่ถูกต้อง (*1*) ส่วนบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออายาต (อัลกุรอาน) แห่งพระเจ้าของพวกเขา สำหรับพวกเขาจะได้รับการลงโทษอันมหันต์อย่างเจ็บปวด (*2*)

(1)  อัลกุรอานนี้ คือแนวทางที่ถูกต้อง และเป็นการชี้นำอย่างสมบูรณ์แก่ผู้ศรัทธา และปฏิบัติตาม
(2)  ส่วนผู้ปฏิเสธศรัทธาต่อกุรอานและผินหลังให้โดยไม่ใยดีต่ออัลกุรอานนั้น พวกเขาจะถูกลงโทษในรูปแบบต่าง ๆ ของการลงโทษอย่างเจ็บปวดและอย่างมหันต์

12. อัลลอฮฺ คือผู้ทรงทำให้ทะเลเป็นประโยชน์สำหรับพวกเจ้า เพื่อให้เรือเดินสมุทรแล่นไปตามน่านน้ำโดยพระบัญชาของพระองค์ และเพื่อพวกเจ้าจะได้แสวงหาความโปรดปรานของพระองค์ และเพื่อพวกเจ้าจะได้ขอบคุณ (*1*)

(1)  อัลลอฮฺ ตะอาลา ด้วยเดชานุภาพและเคล็ดลับของพระองค์ ทรงทำทะเลที่กว้างใหญ่ไพศาลให้สงบราบเรียบเป็นประโยชน์สำหรับพวกเจ้า ทั้งนี้เพื่อให้เรือเดินสมุทรได้แล่นไปในท้องทะเลโดยพระบัญชาของพระองค์ และเพื่อพวกเจ้าจะแสวงหาความโปรดปรานของอัลลอฮฺ เพื่อการค้าขาย การค้นคว้าหาทรัพยากรในท้องทะเล เช่น ไข่มุก และจับปลา และเพื่อที่พวกเจ้าจะได้ขอบคุณพระองค์ในสิ่งที่พระองค์ทรงประทานความโปรดปรานแก่พวกเจ้า

13. และพระองค์ทรงทำให้สิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลาย และสิ่งที่อยู่ในแผ่นดินเป็นประโยชน์แก่พวกเจ้า ทั้งหมดนี้มาจากพระองค์แท้จริงในการนั้น แน่นอนย่อมเป็นสัญญาณสำหรับหมู่ชนผู้ใคร่ครวญ (*1*)

(1)  พระองค์ทรงสร้างทุก ๆ สิ่งที่อยู่ในจักรวาลนี้ เช่น ดวงดาวต่าง ๆ ภูเขา ทะเล แม่น้ำ พืชผัก และต้นไม้ เพื่อเป็นประโยชน์แก่พวกเจ้า ทั้งหมดนี้มาจากความโปรดปรานความเมตตาและการมีพระคุณของพระองค์องค์เดียว ดังกล่าวมานี้ย่อมเป็นบทเรียนและข้อคิดแก่หมู่ชนที่ใคร่ครวญถึงการสร้างอันน่าประทับใจของพระองค์

14. จงกล่าวเถิดมุฮัมมัดแก่บรรดาผู้ศรัทธาให้พวกเขาอภัยแก่บรรดาผู้ที่ไม่หวังในวันทั้งหลายของอัลลอฮฺ เพื่อพระองค์จะทรงตอบแทนแก่หมู่ชนตามที่พวกเขาได้ขวนขวายเอาไว้ (*1*)

(1)  อินนฺกะซีร กล่าวว่า บรรดามุสลิมถูกใช้ให้อดทนต่อการทำร้ายของพวกมุชริกีน และพวกอะฮฺลุลกิตาบ เพราะพวกเขาไม่เกรงกลัวการลงโทษของอัลลอฮฺ และไม่ศรัทธาต่อวันอาคิเราะฮฺ ทั้งนี้เพื่อที่พระองค์ทรงตอบแทนแก่พวกเขาตามที่พวกเขาได้กระทำไว้

15. ผู้ใดกระทำความดีก็จะได้แก่ตัวของเขาเอง และผู้ใดกระทำความชั่ว ก็จะตกหนักแก่ตัวของเขาเองแล้วพวกเจ้าย่อมจะกลับไปหาพระเจ้าของพวกเจ้า (*1*)

(1)  การกระทำความดี หรือกระทำความชั่วของแต่ละคนในโลกดุนยานี้ย่อมได้แก่ตัวของเขาเอง แล้วมนุษย์เอ๋ย หลังจากชีวิตนี้ พวกเจ้าจะต้องกลับไปหาพระองค์เพื่อรับการตอบแทนตามผลงานของพวกเจ้าทั้งดีและชั่ว

16. และโดยแน่นอนเราได้ประทานคัมภีร์และข้อชี้ขาดตัดสินและการเป็นนะบีแก่วงศ์วานของอิสรออีล และเราได้ให้ปัจจัยยังชีพจากสิ่งดีๆ แก่พวกเขา และเราได้ยกย่องพวกเขาให้เหนือประชาชาติทั้งหลายในยุคนั้น (*1*)

(1)  เราได้ประทานคัมภัร์อัตเตารอฮฺ และข้อชี้ขาดตัดสินปัญหาต่าง ๆ ระหว่างผู้ขัดแย้งทั้งสองฝ่ายในรูปแบบที่จะให้บรรลุสู่ความยุติธรรม และการเป็นนะบี เช่น มูซา ฮารูน ดาวู๊ด และสุลัยมาน แก่วงศ์วานของอิสรออีล และเราได้ให้ปัจจัยยังชีพที่ดี ๆ เช่นขนมหวานอัลมันและนกอัลซัลวา และเราได้ยกย่องให้เกียรติแก่วงค์วานอิสรออีลเหนือประชาชาติอื่น ๆ ในสมัยนั้น

17. และเราได้ประทานหลักฐานอันชัดแจ้งทั้งหลายแก่พวกเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ พวกเขามิได้ขัดแย้งกันเว้นแต่หลักการ ได้มีความรู้มายังพวกเขาแล้วแต่เนื่องจากความริษยาระหว่างพวกเขากันเอง แท้จริงพระเจ้าจะทรงตัดสินระหว่างพวกเขาในวันกิยามะฮฺ ในสิ่งที่พวกเขาได้ขัดแย้งกันในเรื่องนั้น (*1*)

(1)  เราได้ชี้แจงแก่พวกเขาในคัมภีร์อัตเตารอฮฺ เรื่องของบัญญัติต่าง ๆ และเรื่องเกี่ยวกับมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม อย่างสมบูรณ์ที่สุด พวกเขามิได้ขัดแย้งกันในเรื่องนั้น เว้นแต่หลังจากได้มีหลักฐานและข้อพิสูจน์ต่าง ๆ ถึงความสัจจะของมุฮัมมัด ทั้งนี้เพราะความริษยา ความดื้อรั้น และความต้องการที่จะเป็นหัวหน้าระหว่างพวกเขากันเอง และในวันกิยามะฮฺ อัลลอฮฺ ตะอาลา จะทรงตัดสินระหว่างปวงบ่าวในเรื่องที่พวกเขาขัดแย้งกันเกี่ยวกับเรื่องของศาสนา

18. แล้วเราได้ตั้งเจ้าให้อยู่บนแนวทางหนึ่ง ในเรื่องของศาสนาที่แท้จริง ดังนั้นจงปฏิบัติตามแนวทางนั้น และอย่าได้ปฏิบัติตามอารมณ์ต่ำของบรรดาผู้ไม่รู้ (*1*)

(1)  เราได้ตั้งให้เจ้าอยู่บนแนวทางที่ชัดแจ้งถูกต้องและเหมาะสมในเรื่องของศาสนา ดังนั้นจงปฏิบัติตามสิ่งที่ถูกวะฮียฺให้แก่เจ้าจากพระเจ้าของเจ้า และอย่าได้ปฏิบัติตามอารมณ์ใฝ่ต่ำและการหลงผิดของพวกมุชริกีน

19. แท้จริงพวกเขาไม่อาจจะช่วยเจ้าให้พ้นจากอัลลอฮฺแต่อย่างใด และแท้จริงพวกอธรรมนั้นต่างก็เป็นมิตรซึ่งกันและกัน แต่อัลลอฮฺนั้นทรงเป็นผู้คุ้มครองบรรดาผู้ยำเกรง (*1*)

(1)  พวกเขาไม่สามารถจะปกป้องเจ้าให้พ้นจากการลงโทษหากเจ้ายอมเดินตามการหลงผิดของพวกเขา บรรดาพวกอธรรมนั้นต่างก็อาศัยซึ่งกันและกันในโลกดุนยา ส่วนในโลกอาคิเราะฮฺพวกเขาจะไม่มีมิตร อัลลอฮฺนั้นทรงเป็นผู้ช่วยเหลือและคุ้มครองบรรดามุอฺมินผู้ยำเกรงทั้งในโลกนี้ และโลกหน้า

20. อัลกุรอานนี้เป็นแสงสว่างแก่มวลมนุษย์ และเป็นแนวทางที่ถูกต้องและความเมตตาแก่หมู่ชนที่มีความเชื่อมั่น (*1*)

(1)  อัลกุรอานนี้เป็นแสงสว่างและดวงประทีบแก่มวลมนุษย์ในจิตใจ เป็นคัมภีร์แห่งแนวทางที่ถูกต้องและเมตตาแก่ผู้ที่ศรัทธา และปฏิบัติตามด้วยความจริงใจ

[1] [ 2] [ Next]


Designed & Developed By Thai Islamic Global Net Team
Copyright (C) 2008 Alquran-Thai.Com All Rights Reserved