ซูเราะฮฺ        อายะหฺ   
         เลือกซูเราะฮฺ และ/หรืออายะหฺ ที่ต้องการ
คำ,วลี,ข้อความ   
         กรุณาป้อน คำ, วลี หรือบางส่วนของข้อความ ที่ต้องการค้นหา


31. ซูเราะฮฺ ลุกมาน (Luqman)
ความหมายโดยสรุป

เป็นบัญญัติมักกียะฮฺ มี 34 อายะฮฺ

ซูเราะฮฺลุกมาน เป็นซูเราะฮฺมักกียะฮฺ มีเป้าหมายในการเยียวยาเกี่ยวกับหลักการศรัทธาโดยเน้นถึงหลักการสำคัญ ๆ 3 ประการของการศรัทธา นั่นก็คือ การให้ความเป็นเอกภาพการเป็นนะบี การฟื้นคืนชีพและการตอบแทน เช่นเดียวกับสภาพของซูเราะฮฺมักกียะฮฺอื่น ๆ

ซูเราะฮฺนี้เริ่มด้วยการกล่าวถึงคัมภีร์แห่งปรัชญา ซึ่งเป็นปาฏิหาริย์ที่ยั่งยืนของมุฮัมมัด โดยได้นำหลักฐานยืนยันให้ประจักษ์ถึงความเป็นเอกะของพระเจ้าแห่งสากลโลก กล่าวถึงหลักฐานแห่งเดชานุภาพอันยิ่งใหญ่ ความสวยงามอันน่าประหลาดในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล ที่มีระบบอันรัดกุมสอดคล้องแห่งการสร้างในชั้นฟ้าและแผ่นดิน ในดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ ในกลางวันและกลางคืน ในขุนเขาและน่านน้ำ ในคลื่นลมและสายฝน ในพืชผล และต้นไม้ และในทุกสิ่งที่มนุษย์ได้พบเห็นจากหลักฐานแห่งเดชานุภาพ และความเป็นเอกภาพของพระเจ้าแห่งสากลโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้จิตใจและสติปัญญายอมรับ และยอมจำนนต่อหลักฐานที่ปรากฏอยู่ต่อหน้าเขา โดยมิต้องสงสัยหรือลังเลแต่อย่างใด

นอกจากนี้ ยังเป็นการเตือนพวกมุชริกีนให้ตระหนักถึงหลักฐานแห่งเดชานุภาพและความเป็นเอกภาพ ที่ปรากฏออกมาในจักรวาลอันกว้างใหญ่และสวยงาม และสร้างความสั่นสะเทือนให้แก่พวกเขาอีกด้วย “นี่คือการสร้างของอัลลอฮฺ ดังนั้นพวกเจ้าจงแสดงให้ข้า (อัลลอฮฺ) เห็นซิว่า อันใดเล่าที่เขาเหล่านั้นได้สร้างมันขึ้นมาอื่นจากพระองค์ แต่ว่าบรรดาผู้อธรรมต่างหากที่อยู่ในการหลงผิดอย่างชัดแจ้ง”

ซูเราะฮฺนี้จบลงด้วยการเตือนให้รำลึกถึงวันอันน่าหวาดกลัว ที่ทรัพย์สินและบุตรหลานจะไม่อำนวยประโยชน์อันใดเลย “โอ้มนุษย์เอ๋ย จงยำเกรงพระเจ้าของพวกเจ้าเถิด และจงกลัววันหนึ่งที่พ่อไม่อาจจะช่วยลูกของเขาได้”

ชื่อของซูเราะฮฺ

ซูเราะฮฺลุกมานถูกเรียกชื่อนี้เพราะได้กล่าวถึงเรื่องของ “ลุกมานอัลฮะกีม” หรือ “ลุกมานนักปรัชญา” ที่ประมวลไว้ด้วยคุณค่าแห่งปรัชญา เคล็ดลับของการรู้จักอัลลอฮฺและคุณลักษณะของพระองค์ ประณามการชิริก ใช้ให้มีมรรยาทที่ดีงาม และห้ามปรามให้ละเว้นการกระทำที่น่ารังเกียจไม่เป็นที่ยอมรับ อีกทั้งยังประมวลไว้ด้วยการสั่งเสียที่มีคุณค่า ซึ่งอัลลอฮฺทรงสอนให้เขาพูดออกมา และนั่นคือปรัชญาและความเฉลียวฉลาดที่ลุกมานได้รับจากพระเจ้าของเขา



1. อะลิฟ ลาม มีม (*1*)

(1)  อักษรเหล่านี้เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ชาวอาหรับ แต่พวกเขาไม่สามารถที่จะเรียบเรียงให้เป็นคัมภีร์เช่น คัมภีร์เล่มนี้ได้ หลังจากที่ได้มีการท้าทายกัน จึงนับได้ว่าเป็นหลักฐานอันแจ้งชัดว่า คัมภีร์นี้ถูกประทานลงมาจากพระผู้ทรงปรีชาญาณ ผู้ทรงรอบรู้

2. เหล่านั้นคือบรรดาอายาตแห่งคัมภีร์ที่ชัดแจ้ง

3. (เพื่อ) เป็นแนวทางที่ถูกต้องและเป็นการเมตตาแก่บรรดาผู้กระทำความดี (*1*)

(1)  ที่กล่าวถึงบรรดาผู้กระทำดีก็เพราะว่า พวกเขาเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์ที่มีอยู่ในคัมภีร์นั้น

4. (คือ) บรรดาผู้ดำรงการละหมาด (*1*) และบริจาคซะกาต (*2*) และพวกเขาเชื่อมั่นต่อวันปรโลก

(1)  ปฏิบัติอย่างครบถ้วนทุกประการ
(2)  บริจาคแก่ผู้ที่สมควรได้รับด้วยความสมัครใจ หวังความโปรดปรานจากอัลลอฮฺ

5. ชนเหล่านั้นอยู่บนแนวทางที่ถูกต้องจากพระเจ้าของพวกเขา และชนเหล่านั้นพวกเขาเป็นผู้ประสบความสำเร็จ (*1*)

(1)  คือประสบความสำเร็จและมีความสุขทั้งในโลกนี้และปรโลก

6. และในหมู่มนุษย์มีผู้ซื้อเอาเรื่องไร้สาระ เพื่อทำให้เขาหลงไปจากทางของอัลลอฮฺ (*1*) โดยปราศจากความรู้ และถือเอามันเป็นเรื่องขบขัน ชนเหล่านี้พวกเขาจะได้รับการลงโทษอันอัปยศ

(1)  คือทำให้หลงลืมจากการจงรักภักดีต่ออัลลอฮฺและขัดขวางแนวทางของพระองค์ โดยไม่มีความดีและประโยชน์อันใดเลย อับดุลลอฮฺ อิบนฺมัสอู๊ด และหะซัน อัลบัศรีย์ กล่าวว่า หมายถึงการร้องรำทำเพลง

7. และเมื่ออายาตทั้งหลายของเราถูกอ่านให้แก่เขา เขาก็ผินหลังให้อย่างจองหอง ประหนึ่งว่าเขาไม่ได้ยินอายาตนั้นๆ (*1*) ประหนึ่งว่าในหูของเขานั้นหนวก (*2*) ดังนั้น จงแจ้งข่าวแก่เขาถึงการลงโทษอันเจ็บปวด

(1)  เป็นการกระทำของผู้หยิ่งยะโสที่ไม่ยอมฟังคำพูดของผู้อื่น
(2)  มีของหนักมาอุดหูเพื่อมิให้ฟังอายาตต่าง ๆ ของอัลลอฮฺ

8. แท้จริงบรรดาผู้ศรัทธาและกระทำความดีทั้งหลาย (*1*) พวกเขาจะได้รับสวนสวรรค์หลากหลายอย่างสุขสำราญ (*2*)

(1)  คือมีเจตนาที่ดีและมีความบริสุทธิ์ใจในการทำความดี
(2)  คือเพราะการอีมานและการธำรงไว้ซึ่งแนวทางที่ถูกต้องแห่งบัญญัติของอัลลอฮฺ พวกเขาจะได้รับการตอบแทนด้วยสวนสวรรค์ตลอดกาล โดยอัลลอฮฺ ตะอาลา จะทรงยกย่องให้เกียรติและให้ความโปรดปรานแก่พวกเขาอย่างที่เขาไม่เคยได้พบเห็นและไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย

9. พวกเขาเป็นผู้พำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล สัญญาของอัลลอฮฺนั้นเป็นจริง และพระองค์คือผู้ทรงอำนาจผู้ทรงปรีชาญาณ

10. พระองค์ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายโดยปราศจากเสาที่พวกเจ้าจะมองเห็นมันได้ (*1*) และทรงปักเทือกเขาไว้อย่างมั่นคงในแผ่นดินเพื่อมิให้มันสั่นคลอนไปกับพวกเจ้า (*2*) และทรงให้สัตว์ทุกชนิดแพร่หลายในมัน (แผ่นดิน)(*3*) และเราได้ให้น้ำ (ฝน) หลั่งลงมาจากฟากฟ้าและเราได้ให้พืชทุกชนิดงอกเงยออกมาเป็นคู่ ๆ อย่างดีงาม (*4*)

(1)  คืออยู่ในสภาพที่ไม่มีสิ่งใดค้ำจุนหรือยึดอยู่กับสิ่งใด นอกจากด้วยเดชานุภาพของอัลลอฮฺผู้ทรงสูงส่งยิ่งใหญ่
(2)  แล้วพวกเจ้าจะประสบกับความหายนะด้วยการหกคะเมน หรือบ้านช่องจะพังพินาศด้วยการสั่นสะเทือนของมัน
(3)  คือให้มันแพร่หลายไปทั่วทุกมุมโลกจากสัตว์ทุกประเภท ทั้งที่ใช้เป็นอาหารและเป็นพาหนะ ไม่มีใครรู้จำนวนและสีสรรของมัน นอกจากพระผู้สร้างมัน
(4)  คือมีประโยชน์มากมาย มีรูปร่างและสีสรรสวยงาม

11. นี่คือการสร้างของอัลลอฮฺ (*1*) ดังนั้น พวกเจ้าจงแสดงให้ข้า (อัลลอฮฺ) เห็นซิว่า อันใดเล่าที่เขาเหล่านั้นได้สร้างมันขึ้นมาอื่นจากพระองค์ แต่ว่าบรรดาผู้อธรรมต่างหากที่อยู่ในการหลงผิดอย่างชัดแจ้ง

(1)  คือสิ่งที่พวกเจ้า (มุชริกีน) เห็นอยู่กับตานั้น อัลลอฮฺเป็นผู้สร้างมัน พวกเจ้าจงพิจารณาใคร่ครวญดูชั้นฟ้าทั้งหลาย แผ่นดิน มนุษย์ พืชพรรณต่าง ๆ สัตว์ และสิ่งอื่น ๆที่อัลลอฮฺทรงสร้างมัน แล้วพิจารณาดูร่องรอยแห่งเดชานุภาพของพระองค์ และจงบอกข้า (อัลลอฮฺ) ด้วย

12. และโดยแน่นอน เราได้ให้ฮิกมะฮฺ (*1*) แก่ลุกมานว่า “จงขอบพระคุณต่ออัลลอฮฺ” และผู้ใดขอบคุณ แท้จริงเขาก็ขอบคุณตัวของเขาเอง และผู้ใดปฏิเสธ แท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงพอเพียงและทรงได้รับการสรรเสริญ (*2*)

(1)  ฮิกมะฮฺในที่นี้หมายถึงความรู้พิเศษ คือความถูกต้องในการพูด ความเฉลียวฉลาดในความคิดเห็น และการพูดที่สอดคล้องกับความจริง มุญาฮิดกล่าวว่า ฮิกมะฮฺหมายถึงความรู้ความเข้าใจ สติปัญญาที่เฉียบแหลม และความถูกต้องในการพูด ลุกมานมิได้เป็นนะบีแต่เป็นผู้ได้รับความรู้พิเศษจากอัลลอฮฺ มีหะดีษรายงานว่า “ลุกมานมิได้เป็นนะบีแต่เขาเป็นบ่าวที่มีสติปัญญาใคร่ครวญมาก มีความเชื่อมั่นอย่างดี เขารักอัลลอฮฺ ตะอาลา พระองค์ก็รักเขาแล้วทรงประทานฮิกมะฮฺให้แก่เขา”
(2)  คือผู้ใดขอบคุณพระเจ้าของเขา ผลบุญแห่งการขอบคุณย่อมกลับไปหาเขา อัลลอฮฺ ตะอาลา จะไม่ได้อะไรเลยจากการขอบคุณของเขา และการปฏิเสธศรัทธาของผู้ปฏิเสธก็จะไม่เกิดโทษแก่พระองค์

13. และจงรำลึกเมื่อลุกมานได้กล่าวแก่บุตรของเขา โดยสั่งสอนเขาว่า “โอ้ลูกเอ๋ย เจ้าอย่าได้ตั้งภาคีใด ๆ ต่ออัลลอฮฺ เพราะแท้จริงการตั้งภาคีนั้นเป็นความผิดอย่างมหันต์ โดยแน่นอน“ (*1*)

(1)  การตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺนั้นเป็นที่น่าเกลียดและเป็นการอธรรมอย่างชัดแจ้ง เพราะเป็นการวางของไม่ถูกที่ผู้ใดที่ให้ความเท่าเทียมกันระหว่างผู้สร้างกับสิ่งที่ถูกสร้าง แน่นอนเขาผู้นั้นย่อมเป็นผู้เบาปัญญา

14. และเราได้สั่งการแก่มนุษย์เกี่ยวกับบิดา มารดาของเขา โดยที่มารดาของเขาได้อุ้มครรภ์เขาอ่อนเพลียลงครั้งแล้วครั้งเล่า (*1*) และการหย่านมของเขาในระยะเวลาสองปี เจ้าจงขอบคุณข้า (*2*) และบิดามารดาของเจ้า (*3*)ยังเรานั้น คือการกลับไป

(1)  คือเราได้ใช้ให้เขาทำความดีต่อบิดามารดา โดยเฉพาะมารดาของเขาที่ได้อุ้มครรภ์เขา ซึ่งนางจะอ่อนเพลียลงทุกวัน ตั้งแต่วันตั้งครรภ์จนกระทั่งคลอด
(2)  คือจงขอบคุณพระเจ้าของเจ้าต่อความโปรดปรานแห่งการอีมานและความดีที่ได้ประทานให้แก่เจ้า
(3)  จงขอบคุณบิดามารดาของเจ้าต่อความโปรดปรานแห่งการอบรมเลี้ยงดูเจ้า คือถ้าเขาทั้งสองบังคับให้เจ้าปฏิเสธศรัทธาและตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ เจ้าอย่าได้เชื่อฟังเขาทั้งสองเพราะไม่มีการจงรักภักดีต่อสิ่งที่ถูกบังเกิดในการฝ่าฝืนพระผู้ให้บังเกิด

15. และถ้าเขาทั้งสองบังคับเจ้าให้ตั้งภาคีต่อข้า โดยที่เจ้าไม่มีความรู้ในเรื่องนั้น เจ้าอย่าได้เชื่อฟังปฏิบัติตามเขาทั้งสอง (*4*) และจงอดทนอยู่กับเขาทั้งสองในโลกนี้ด้วยการทำความดี (*5*) และจงปฏิบัติตามทางของผู้ที่กลับไปสู่ข้า (*6*) และยังเรานั้นถือทางกลับของพวกเจ้า ดังนั้น ข้าจะบอกแก่พวกเจ้าในสิ่งที่พวกเจ้าได้กระทำไว้ (*7*)

(1)  แม้ว่าเขาทั้งสองจะเป็นมุชริก ก็มิได้เป็นเหตุให้บุญคุณในการอบรมเลี้ยงดูต้องสูญเสียไป
(2)  ด้วยการให้ความเป็นเอกภาพ การเชื่อฟัง และการทำความดี
(3)  คือพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขาตามผลงานของพวกเขา เคล็ดลับจากการใช้ให้ทำความดีต่อบิดามารดาโดยรวมอยู่กับคำสั่งสอนของลุกมาน ก็เพื่อย้ำถึงสิ่งที่ได้จากอายะฮฺก่อนซึ่งประณามการตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ
(4)  คือความชั่วหรือความผิดนั้นจะน้อยนิดสักปานใดก็ตาม

16. “โอ้ลูกเอ๋ย แท้จริง (หากว่าความผิดนั้น) มันจะหนักเท่าเมล็ดผักสักเมล็ดหนึ่ง (*1*) มันจะซ่อนอยู่ในหิน หรืออยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลาย หรืออยู่ในแผ่นดิน อัลลอฮฺก็จะทรงนำมันออกมา แท้จริง อัลลอฮฺเป็นผู้ทรงเมตตา ผู้ทรงรอบรู้ยิ่ง”

(1)  ความชั่วหรือความผิดจะเล็กน้อยสักปานใด และซ่อนเร้นอยู่ในส่วนลึกของแผ่นดินหรือสูงสุดในท้องฟ้าพระองค์ก็จะนำมันออกมาเพื่อสอบสวน หมายถึงว่าการงานของปวงบ่าวนั้นจะไม่เป็นที่ซ่อนเร้นต่อพระองค์

17. “โอ้ลูกเอ๋ย เจ้าจงดำรงไว้ซึ่งการละหมาด และจงใช้กันให้กระทำความดี และจงห้ามปรามกันให้ละเว้นการทำความชั่ว และจงอดทนต่อสิ่งที่ประสบกับเจ้า (*1*) แท้จริง นั่นคือส่วนหนึ่งจากกิจการที่หนักแน่น มั่นคง” (*2*)

(1)  คือจงอดทนต่อความยากลำบาก ความยากแค้น และภัยพิบัติต่าง ๆ เพราะผู้ที่เรียกร้องไปสู่สัจธรรมนั้นย่อมเผชิญกับการถูกทำร้ายอยู่เสมอ
(2)  ในกิจการดังกล่าวน้นเป็นส่วนหนึ่งจากการที่อัลลอฮฺทรงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ และทรงใช้ให้กระทำ อิบนฺอิบบาส กล่าวว่า ส่วนหนึ่งจากการมีความศรัทธาอย่างแท้จริงคือ การอดทนต่อความทุกข์ยากความลำบากนานาประการ

18. “และเจ้าอย่าหันแก้ม (ใบหน้า) ของเจ้าให้แก่ผู้คนอย่างยะโส และอย่าเดินไปตามแผ่นดินอย่างไร้มรรยาท (*4*)แท้จริง อัลลอฮฺ มิทรงชอบทุกผู้หยิ่งจองหอง และผู้คุยโวโอ้อวด”

(1)  คือเดินอย่างเย่อหยิ่งจองหอง

19. “และเจ้าจงก้าวเท้าของเจ้าพอประมาณ และจงลดเสียงของเจ้าลง (*5*) แท้จริง เสียงที่น่าเกลียดยิ่งคือเสียง(ร้อง) ของลา”

(1)  เพราะการพูดเสียงดังเป็นการกระทำที่น่าเกลียด ซึ่งสุภาพชนที่มีปัญญาแล้วจะไม่กระทำกัน

20. พวกเจ้ามิเห็นดอกหรือว่า แท้จริงอัลลอฮฺทรงอำนวยความสะดวกให้แก่พวกเจ้าสิ่งที่มีอยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและสิ่งที่มีอยู่ในแผ่นดิน (*1*) และพระองค์ได้ทรงประทานความ (*2*) โปรดปรานมากมายของพระองค์อย่างครบครันแก่พวกเจ้า ทั้งที่เปิดเผยและที่ซ่อนเร้นและในหมู่มนุษย์มีผู้โต้เถียงในเรื่องของอัลลอฮฺโดยปราศจากความรู้และปราศจากแนวทางที่ถูกต้องและปราศจากคัมภีร์ที่ให้ความสว่าง (แก่พวกเขา) (*3*)

(1)  สิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้า เช่น ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาวทั้งหลาย และสิ่งที่อยู่ในแผ่นดิน เช่น ภูเขา ต้นไม้ พืชผล แม่น้ำ อื่นจากนั้นอีกมากมายเหลือคณานับ เพื่อพวกเจ้าจะได้ใช้ให้เป็นประโยชน์
(2)  นิอฺมะฮฺที่เปิดเผย เช่น การฟัง การเห็น การมีสุขภาพแข็งแรง การเป็นมุสลิม และที่ซ่อนเร้นเช่นการมีหัวใจ มีสติปัญญาความเข้าใจ การรู้จัก และอื่นจากนั้น
(3)  อัลกุรฏบีย์กล่าวว่า อายะฮฺนี้ถูกประทานลงมาเพราะชาวยิวคนหนึ่งได้มาหาท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม แล้วกล่าวว่า “โอ้มุฮัมมัด บอกฉันซิว่าพระเจ้าของท่านมาจากอะไร” ในทันใดนั้นเองสายฟ้าก็ได้ฟาดลงมาคร่าชีวิตเขาไป

[1] [ 2] [ Next]


Designed & Developed By Thai Islamic Global Net Team
Copyright (C) 2008 Alquran-Thai.Com All Rights Reserved