ซูเราะฮฺ        อายะหฺ   
         เลือกซูเราะฮฺ และ/หรืออายะหฺ ที่ต้องการ
คำ,วลี,ข้อความ   
         กรุณาป้อน คำ, วลี หรือบางส่วนของข้อความ ที่ต้องการค้นหา


29. ซูเราะฮฺ อัลอังกะบูต (Al-Ankabut)


1. อะลิฟ ลาม มีม

2. มนุษย์คิดหรือว่า พวกเขาจะถูกทอดทิ้งเพียงแต่พวกเขากล่าวว่าเราศรัทธา และพวกเขาจะไม่ถูกทดสอบ กระนั้นหรือ ?(*1*)

(1)  เปล่าเลยมิใช่เช่นนั้นดอก แต่พวกเขาจะต้องถูกทดสอบเพื่อจะได้แยกผู้สัจจะออกจากมุนาฟิก อิบนุญะซีย์กล่าวว่า อายะฮ์นี้ถูกประทานลงมาแก่หมู่ชนผู้ศรัทธาที่มีสภาพอ่อนแอ ณ นครมักกะฮ์ เช่นอัมมาร อิบนุ ยาซิร และผู้อื่น

3. และโดยแน่นอน เราได้ทดสอบบรรดาก่อนหน้าพวกเขา(*1*)แล้ว ดังนั้นอัลลอฮ์จะทรงจำแนกให้รู้แจ้งถึงบรรดาผู้สัตว์จริง(*2*)และจะทรงจำแนกให้รู้แจ้งถึงบรรดาผู้กล่าวเท็จ

(1)  โดยการทดสอบนานาชนิด อัลบัยฏอวีย์กล่าวว่า ความหมายคือ นั่นเป็นแนวทางอันเก่าแก่ ที่จะต้องเกิดขึ้นแก่ประชาชาติทั้งมวล ไม่ควรที่จะคิดเป็นอย่างอื่น
(2)  ในการกล่าวอ้างการศรัทธาและบรรดาผู้กล่าวเท็จ

4. หรือบรรดาผู้กระทำความชั่วทั่งหลายคิดว่าพวกเขาจะรอดพ้นไปจากเรา ชั่วช้าแท้ ๆ สิ่งที่พวกเขาตัดสินกัน

5. ผู้ใดหวังที่จะพบ อัลลอฮ์ ดังนั้นแท้จริงกำหนดของอัลลอฮ์ย่อมมาถึงแน่นอน(*1*)และพระองค์เป็นทรงได้ยิน ผู้ทรงรอบรู้

(1)  ผู้ใดหวังที่จะได้รับการตอบแทนของอัลลอฮ์ ก็จงอดทนในโลกนี้ต่อการต่อสู้ดิ้นรนเพื่อจงรักภักดีต่ออัลลอฮ์ จนกระทังพบพระองค์ เพื่อการตอบแทนของพระองค์ เพราะการพบกับอัลลอฮ์นั้นใกล้เข้ามาแล้ว และสิ่งที่จะมาถึงนั้นย่อมใกล้ ในอายะฮ์เป็นการปลอบใจ บรรดามุอ์มินีนและเป็นสัญญาแก่พวกเขาที่จะได้รับความดีในโลกแห่งการตอบแทน

6. และผู้ใดต่อสู้ดิ้นรน แท้จริงเขาย่อมต่อสู้ดิ้นรนเพื่อตัวของเราเอง(*1*)แท้จริงอัลลอฮ์นั้น แน่นอน ทรงมั่งมีเหนือประชาชาติทั้งหลาย(*2*)

(1)  คือเมื่อเขาต่อสู้ดิ้นรนด้วยการอดทนต่อการจงรักภักดี และต่อด้านอารมณ์ใฝ่ต่ำแล้ว ผลแห่งการต่อสู่ดิ้นรนก็จะได้แก่ตัวเขาเอง
(2)  พระองค์มิทรงต้องการสิ่งใด ๆ จากบ่าวของพระองค์ การจงรักภักดีของปวงผู้ภักดีก็มิได้เกิดประโยชน์แก่พระองค์ และการทรยศของปวงผู้ทรยศก็มิได้ให้โทษแก่พระองค์เลย

7. และบรรดาผู้ศรัทธาและกระทำความดีทั้งกลายนั้น แน่นอนเราจะลบล้างความชั่วทั้งหลายของพวกเขาไปจากพวกเขา(*1*)และแน่นอนเราจะตอบแทนพวกเขาสิ่งที่ดียิ่ง ซึ่งพวกเขาได้กระทำไว้(*2*)

(1)  (*1*)เราจะลบล้างความชั่วของพวกเขาที่ได้ประกอบในอดีต เนื่องจากการศรัทธาและการกระทำความดีของพวกเขา(*2*)เพราะจะตอบแทนให้พวกเขาด้วยการงานที่ดียิ่งของพวกเขา นั้นคือการจงรักภักดี

8. และเราได้สั่งเสียงมนุษย์ให้ทำดีต่อบิดามารดาของเขา(*1*)และถ้าทั้งสองบังคับเจ้าเพื่อให้ตั้งภาคีในสิ่งที่เจ้าไม่มีความรู้ เจ้าก็อย่าปฏิบัติตามเขาทั้งสอง(*2*)ยังข้าคือการกลับของพวกเจ้า ดังนั้นข้าจะแจ้งแก่พวกเข้าในสิ่งที่พวกเจ้าได้กระทำไว้(*3*)

(1)  เพราะทั้งสองเป็นต้นเหตุแห่งการ ปรากฏของเขา ดังนั้นหน้าที่ของเขาที่มีต่อทั้งสองคือการทำดีและเชื่อฟัง อัศศอวีย์กล่าวว่าความจริงอัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงใช้ให้ลูก ๆ ทำดีต่อบิดามารดา โดยมิได้ใช้ให้ทั้งสองทำดีต่อลูก ๆ เพราะลูก ๆ นั้นถูกบังเกิดมาในสภาพที่แข็งกระด้างและไม่เชื่อฟังบิดามารดาอยู่แล้ว อัลลอฮ์จึงใช้พวกเขาให้กระทำในสิ่งที่ขัดกับธรรมชาติของพวกเขา ส่วนบิดามารดานั้นถูกหล่อหลอนมาในสภาพแห่งความเมตตาสงสารต่อลูก ๆ พระองค์จึงมอบหมายให้พวกเขาให้คงอยู่ในสภาพที่ถือกำเนิดมา
(2)  อย่าเชื่อฟังทั้งสองในการนี้เพราะไม่มีการเชื่อฟังแก่ผู้ถูกบังเกิดเพื่อให้ทรยศต่ออัลลอฮ์ผู้ให้บังเกิด
(3)  ยังช้าคือการกลับของบรรดาสิ่งที่ถูกบังเกิดทั้งมวล ผู้ศรัทธาของพวกเขาและผู้ปฏิเสธศรัทธาของพวกเขา คนดีของพวกเขาและคนชั่วของพวกเขา ข้าจะเป็นผู้ตอบแทนแก่ทุกคนที่ได้กระทำไว้ ในการนี้เป็นสัญญาดีแก่ผู้ทำดีต่อบิดามารดาและปฏิบัติตามแนวทางที่ถูกต้องและเป็นสัญญาร้ายแก่ผู้ทรยศต่อบิดามารดาและปฏิบัติตามแนวทางที่ไม่ถูกต้อง

9. และบรรดาผู้ศรัทธา และกระทำความดีนั้น แน่นอนเราจะให้พวกเขาเข้าอยู่ในหมู่คนดีทั้งหลาย(*1*)

(1)  อัลกุรฎบีย์กล่าวว่า อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงกล่าวซ้ำถึงลักษณะของบรรดาผู้ศรัทธาที่ปฏิบัติความดี ก็เพื่อที่จะเร่งเร้าจิตใจพวกเขาให้อยากได้ตำแหน่งอันสูงส่งที่พึงจะได้รับ

10. และในหมู่มนุษย์นั้นมีผู้กล่าวว่า เราศรัทธาต่ออัลลอฮ์ ครั้นเมื่อเขาถูกทำร้ายในทางของอัลลอฮ์ เขาก็ถือเอาการทดสอบของมนุษย์ประหนึ่งการลงโทษของอัลลอฮ์(*1*)และเมื่อการช่วยเหลือจากพระเจ้าของเจ้ามาถึง แน่นอนพวกเขาจะกล่าวว่าแท้จริงเราจะร่วมกับพวกท่าน(*2*)และมิใช่อัลลอฮ์เป็นผู้ทรงรู้ดียิ่งในสิ่งที่มีอยู่ในหัวอก ของประชาชาติทั้งหลายดอกหรือ ? (*3*)

(1)  คือกล่าวเพียงลิ้นของพวกเขาว่าเราศรัทธาต่ออัลลอฮ์ เมื่อคนหนึ่งคนใดในพวกเขาถูกทำร้ายเพราะการศรัทธาของเขา เขาก็จะกลับศาสนา โดยอ้างเอาสิ่งที่มนุษย์ถูกทำร้ายเป็นเหตุให้หันห่างออกจากการศรัทธา ประหนึ่งว่าเป็นการลงโทษอน่างรุนแรงจากอัลลอฮ์ที่ทำให้มนุษย์หันห่างออกจากการปฏิเสธศรัทธา (หมายถึงบรรดามุอ์มิน)
(2)  เมื่อมีชัยชนะเกิดขึ้นแก่บรรดามุอ์มิน หรือมีการพิชิตเมืองหรือยึดทรัพย์สินได้จากเชลยศึก พวกสับปลับก็จะขอมีส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยในการทำสงครามและการขอแบ่งส่วนทรัพย์สินที่ยึดมาได้
(3)  เป็นคำถามที่ให้ยืนยัน คืออัลลอฮ์ มิใช่ผู้ทรงรู้ดียิ่งในสิ่งที่ซ่อนอยู่ในหัวอกทั้งดีและชั่วดอกหรือ ? และสิ่งที่อยู่ในจิตใจของมนุษย์ทั้งการอีมานและการนิฟากดอกหรือ ? แน่นอนพระองค์ทรงรอบรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง และพระองค์ทรงกล่าวยืนยันอีกในอายะฮ์ที่ 11

11. และแน่นอน อัลลอฮ์ทรงรู้ดียิ่งถึงบรรดาผู้ศรัทธา และแน่นอนพระองค์ทรงรู้ดียิ่งถึงพวกมุนาฟิกีน

12. และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาได้กล่าวแก่บรรดาผู้ศรัทธาว่า จงปฏิบัติตามแนวทางของเราและเราจะแบกรับความผิดของพวกท่าน(*1*)และพวกเขามิได้แบกรับความผิดของเขาเหล่านั้นแต่อย่างใด(*2*)แท้จริงพวกเขาเป็นผู้กล่าวเท็จอย่างแน่นอน

(1)  หมายถึงจงปฏิเสธศรัทธาเหมือนกับเรา และปฏิบัติตามศาสนาของเรา แล้วเราจะยอมแบกรับความผิดและการลงโทษหากมีการลงโทษ
(2)  เพราะไม่มีผู้ใดแบกรับความผิดของผู้ใดได้

13. และแน่นอน พวกเขาจะแบกรับความผิดของพวกเขาและความผิดอื่น ๆ (*1*)ร่วมกับความผิดของพวกเขา และแน่นอนพวกเขาจะถูกสอบสวนในวันกิยามะฮ์ในสิ่งที่พวกเขาได้กุขึ้น(*2*)

(1)  คือความผิดของผู้ที่เขาหลอกลวงให้หลงฟิด โดยไม่ขาดตกบกพร่องแต่ประการใด
(2)  เป็นการกล่าวเท็จต่ออัลลอฮ์

14. และโดยแน่นอนเราได้ส่งนูห์ไปยังหมู่ชนของเขา และเขาได้อยู่ร่วมกับพวกเขาหนึ่งพันปีเว้นห้าสิบปี (950 ปี) (*1*)

(1)  นะบีนูห์ ได้เรียกร้องเชิญชวนหมู่ชนของเราไปสู่การให้ความเอกภาพต่ออัลอฮ ตะอาลา เป็นเวลาถึง950ปี หมู่ชนพวกเขาเป็นพวกบูชาเจว็ดและรูปปั้นต่าง ๆ(*2*)ดังนั้นอุทกภัยได้คร่าพวกเขาขณะที่พวกเขาเป็นผู้อธรรม
(2)  คือยืนกรานที่จะอยู่ในสภาพของผู้อธรรม

15. ดังนั้นเราได้ช่วยเขาและพวกพ้องในเรือ(*1*)ให้รอดพ้น และเราได้ทำให้มันเป็นสัญญาณหนึ่งแก่ประชาชาติ(*2*)

(1)  ครอบครัวของเขา ลูกหลานของเขาและบรรดามุอ์มินที่เชื่อฟังปฏิบัติตามเขา
(2)  แก่ประชาชาติหลังจากนูห์ เพื่อเป็นบทเรียนและข้อคิดในการใคร่ครวญพิจารณา

16. และ (จงรำลึกถึง) อิบรอฮีม เมื่อเขากล่าวแก่หมู่ชนของเขาว่า จงเคารพภักดีต่ออัลลอฮ์และจงยำเกรงต่อพระองค์(*1*)นั่นแหละเป็นการดีว่าสำหรับพวกท่าน หากพวกท่านรู้อัลลอฮ์นั้น มันไม่มีอำนาจที่จะให้เครื่องยังชีพแก่พวกท่าน ดังนั้นจงขอเครื่องยังชีพจากอัลลอฮ์เถิด

(1)  การเคารพภักดีต่ออัลลอฮ์ และการยำเกรงต่อพระองค์เป็นการดีแก่พวกท่านกว่าการสักการะบูชาเจว็ดและรูปปั้น หากพวกท่านรู้ว่าความดีนั้นดีกว่าความชั่ว

17. แท้จริงพวกท่านบูชารูปปั้น(*1*)อื่นจากอัลลอฮ์และพวกท่านกุการมุสาขึ้น แท้จริงบรรดาที่พวกท่านบูชาอื่นจากอัลลอฮ์นั้น มันไม่มีอำนาจที่จะให้เครื่องยังชีพแก่พวกท่าน ดังนั้นจงขอเครื่องยังชีพจากอัลลอฮ์เถิด(*2*)และจงเคารพภักดีพระองค์และจงขอบคุณต่อพระองค์(*3*)ยังพระองค์เท่านั้นพวกท่านจะถูกนำกลับไป

(1)  คือรูปปั้นที่มาจากหินที่พวกท่านทำมันขึ้นมาด้วยมือของพวกท่านเอง
(2)  เพราะพระองค์องค์เดียวเท่านั้นเป็นผู้ทรงอานุภาพที่จะกระทำทุก ๆ สิ่ง
(3)  จงขอบคุณต่อความโปรดปรานของพระองค์ที่ประทานต่อปวงบ่าวของพระองค์

18. และหากพวกท่านปฏิเสธ แน่นอนประชาชาติทั้งหลายก่อนพวกท่านก็ได้ปฏิเสธมาแล้ว(*1*)หน้าที่ของร่อซูลนั้นมิใช่อะไรอื่น นอกจากการเผยแพร่อันชัดแจ้ง(*2*)

(1)  หากพวกท่านปฏิเสธก็จะไม่เกิดโทษแก่ฉัน ในการปฏิเสธของพวกท่าน แต่ทว่ามันจะเกิดโทษแก่ตัวของท่านเองเพราะประชาชาติก่อนจากพวกท่านได้ปฏิเสธบรรดาร่อซูลของพวกเขาแล้วการลงโทษของอัลลอฮ์ ก็ได้เกิดขึ้นแก่พวกเขามาแล้ว และพวกท่านก็จะได้รับการลงโทษเช่นเดียวกันพวกเขา
(2)  หน้าที่ของบรรดาร่อซูลนั้นคือการบอกกล่าวคำบัญชาของอัลลอฮ์มิใช่การฮิดายะฮ์ มหาชน

19. และพวกเขามิเห็นดอกหรือว่า อัลลอฮ์ทรงเริ่มการบังเกิดอย่างไร(*1*)แล้วทรงให้เขากลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีก(*2*)แท้จริงนั่นเป็นการง่ายแก่อัลลอฮ์

(1)  คือเริ่มจากไม่มีอะไรเลย
(2)  เมื่อพวกท่านเห็นเดชานุภาพของพระองค์ในการเริ่มและการให้ปรากฎมีขึ้นแล้ว แน่นอนพระองค์ย่อมทรงให้กลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง คือเมื่อพระองค์ทรงประสงค์งานใด พระองค์จะทรงกล่าวกับมันว่าจงเป็น แล้วมันก็จะเป็นขึ้นมา

20. จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) จงท่องเที่ยวไปตามแผ่นดินแล้วพิจารณาดูว่าพระองค์ทรงให้บังเกิดอย่างไร(*1*)แล้วอัลลอฮ์ทรงให้ฟื้นคืนชีพในปรโลก แท้จริงอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงอานุภาพเหนือทุกสิ่ง

(1)  คือพระองค์ทรงให้มหาชนเกิดขึ้นมาอย่างมากมาย โดยมีรูปร่างหน้าตาแตกต่างกัน มีภาษาผิวพรรณ และขนบธรรมเนียมแตกต่างกัน และจงดูถิ่นที่อยู่ในศตวรรษก่อน ๆ และซากปรักหักพังที่พระองค์ทรงทำลายล้างพวกเขาอย่างไร ? เพื่อพวกท่านจะได้ตระหนักถึงมหาเดชานุภาพของอัลลอฮ์ ตะอาลา

[1] [ 2] [ 3] [ 4] [ Next]


Designed & Developed By Thai Islamic Global Net Team
Copyright (C) 2008 Alquran-Thai.Com All Rights Reserved