ซูเราะฮฺ        อายะหฺ   
         เลือกซูเราะฮฺ และ/หรืออายะหฺ ที่ต้องการ
คำ,วลี,ข้อความ   
         กรุณาป้อน คำ, วลี หรือบางส่วนของข้อความ ที่ต้องการค้นหา


19. ซูเราะฮฺ มัรยัม (Maryam)


1. กาฟ ฮา ยา อัยน์ ศอด (*1*)

(1)  โปรดดูคำอธิบายในเชิงอรรถของหนังสือ “ความหมายอัลกุรอานเป็นภาษาไทย” สิบญุซแรกหน้า2

2. (นี่คือ) การกล่าวถึงเมตตาธรรมแห่งพระเจ้าของเจ้า ที่มีต่อซะกะรียาบ่าวของพระองค์

3. เมื่อเขาวิงวอนต่อพระเจ้าของเขา ด้วยการวิงวอนอย่างค่อย ๆ

4. เขากล่าวว่า “ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ แท้จริงกระดูกของข้าพระองค์อ่อนแล้ว(*1*) และศีรษะก็มีประกายหงอกแล้ว และมิเคยปรากฏเลยว่าการวิงวอนของข้าพระองค์ต่อพระองค์นั้นไร้ผล(*2*) โอ้ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์

(1)  หมายถึงกำลังวังชาก็ไม่เหมือนแต่ก่อนแล้ว
(2)  ขอพระองค์ทรงรับการวิงวอนของข้าพระองค์ด้วยเทอญ

5. “และแท้จริงข้าพระองค์กลัวลูกหลานของข้าพระองค์ ภายหลัง (การตายของ) ข้าพระองค์(*1*) และภริยาของข้าพระองค์ก็เป็นหมันด้วย ดังนั้นขอพระองค์ทรงโปรดประทานทายาที่ดีจากพระองค์แก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด”

(1)  ข้าพระองค์กลัวว่าบรรดาลูกหลานของข้าพระองค์จะทำลายศาสนา หลังจากข้าพระองค์ได้ตายไปแล้ว

6. “ผู้ซึ่งจะสืบทายาทแทนข้าพระองค์ และสืบทายาทจากตระกูลของยะอ์กูบ(*1*) และขอพระองค์ทรงโปรดให้เขาเป็นที่โปรดปรานด้วยเถิด ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์”

(1)  คือสืบทายาททางด้านวิชาความรู้และการเป็นนะบี

7. โอ้ ซะกะรียาเอ๋ย ! แท้จริงเราจะแจ้งข่าวดีแก่เจ้าซึ่งลูกคนหนึ่ง ชื่อของเขาคือยะห์ยา(*1*) เรามิเคยตั้งชื่อผู้ใดมาก่อนเลย

(1)  โดยผ่านทางมะลาอิกะฮ์ ดังเช่นในซูเราะฮ์อาลอิมรอน อายะฮ์ที่ 39 กล่าวไว้มีความว่า “และมะลาอิกะฮ์ได้เรียกเขาขณะที่เขากำลังยืนละหมาดอยู่ในอัลมิห์รอบว่า แท้จริงอัลลอฮ์ทรงแจ้งข่าวดีแก่สูเจ้าด้วยยะห์ยา…

8. เขากล่าวว่า “ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะมีลูกได้อย่างไร(*1*) ในเมื่อภริยาของข้าพระองค์ก็เป็นหมัน และข้าพระองค์ได้บรรลุสู่ความแก่ชราแล้ว !”(*2*)

(1)  เป็นคำถามที่ประหลาดใจและดีใจในเวลาเดียวกัน
(2)  นักตัฟซีรกล่าวกันว่า ขณะนั้นเขามีอายุ 120 ปี และภริยาของเขามีอายุ 98 ปี

9. เขา (มลัก)(*1*) กล่าวว่า “กระนั้นก็ดี พระเจ้าของเจ้าได้ตรัสว่า มันง่ายสำหรับข้า และแน่นอนข้าได้บังเกิดเจ้ามาก่อน เมื่อเจ้ายังมิได้เป็นสิ่งใด”(*2*)

(1)  มะลัก เป็นเอกพจน์ของคำว่า มะลาอิกะฮ์
(2)  นำตัฟซีรอธิบายว่า ในการให้บังเกิดมิใช่ว่าเป็นเรื่องง่ายหรือยากสำหรับอัลลอฮ์ เพราะสื่อแห่งการให้บังเกิด สำหรับคนหนุ่มหรือคนแก่ คนมีเกียรติหรือคนต่ำต้อย อยู่ในสภาพเดียวกันหมดคือ พระดำรัสของพระองค์ที่ว่า “จงเป็น แล้วมันก็จะเป็นขึ้น”

10. เขากล่าวว่า “ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงโปรดทำให้มีสัญญาณ แก่ข้าพระองค์ด้วย” พระองค์ตรัสว่าสัญญาณของเจ้าคืออย่าพูดกับผู้คนเป็นเวลาสามคืน ทั้ง ๆ ที่เจ้าอยู่ในสภาพที่สมบูณ์”(*1*)

(1)  คือไม่ได้เป็นใบ้หรือเจ็บป่วยแต่อย่างใด โดยไม่พูดคุยกับผู้ใด แต่อ่านคัมภีร์อัตเตารอฮ์ และกล่าวสรรเสริญพระองค์ได้

11. แล้วเขาได้ออกจากแท่นสวดมายังหมู่ชนของเขา และเขาได้ชี้ใบ้แก่พวกของเขาว่า(*1*) พวกท่านจงกล่าวสดุดีในยามเช้าและยามเย็น

(1)  ดังเช่นในซูเราะฮ์อาลอิมรอน อายะฮ์ที่ 41 กล่าวไว้มีใจความว่า “พระองค์ตรัสว่า สัญญาณของเจ้านั้นคือ เจ้าจะไม่พูดกับผู้คนเป็นเวลาสามวัน นอกจากการชี้ใบ้…….

12. โอ้ ยะห์ยาเอ๋ย ! เจ้าจงยึดมั่นในคัมภีร์ (เตารอฮ์) อย่างมั่นคง และเราได้ประทานความเฉลียวฉลาดให้เขา ตั้งแต่ยังเป็นเด็กอยู่

13. และความน่าสงสารจากเรา และความบริสุทธิ์แก่เขา(*1*) และเขาเป็นผู้ยำเกรง

(1)  เราทำเช่นนั้นเป็นความเอ็นดูเมตตาจากเราต่อบิดามารดาของเขา และเป็นการเมตตาแก่เขาด้วย และให้เขาบริสุทธิ์จากการกระทำที่น่าเกลียด

14. และเป็นผู้กระทำความดีต่อบิดามารดาของเขา และเขามิได้เป็นผู้หยิ่งยะโส ผู้ฝ่าฝืน

15. และความศานติจงมีแด่เขา วันที่เขาถูกคลอด และวันที่เขาตาย และวันที่เขาถูกฟื้นขึ้นให้มีชีวิตใหม่(*1*)

(1)  อิบนุอะฏียะฮ์กล่าวว่า พระองค์ทรงให้เขาได้รับความศานติ ในขณะที่มนุษย์อยู่ในความอ่อนแอที่สุด มีความต้องการมากที่สุด ต้องพึ่งพาอาศัยต่อพระองค์มากที่สุด นั่นคือ ขณะที่เขาเกิด เขาตายและเขาฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่

16. และจงกล่าวถึง (เรื่องของ) มัรยัมที่อยู่ในคัมภีร์(*1*) เมื่อนางได้ปลีกตัวออกจากหมู่ญาติของนาง ไปยังมุมหนึ่งทางตะวันออก(ของบัยตุลมักดิส)(*2*)

(1)  นี่เป็นเรื่องที่สองของซูเราะฮ์นี้ เป็นเรื่องประหลาดกว่าเรื่องกำเนิดยะฮ์ยา เพราะเป็นเรื่องการคลอดบุตรของหญิงบริสุทธิ์ปราศจากสามี ประหลาดกว่าการคลอดบุตรของหญิงที่เป็นหมันจากสามีที่แก่หง่อม
(2)  นางได้ปลีกตัวออกจากหมู่ญาติของนาง เพื่อทำการอิบาดะห์ แต่พวกก็อดยานีย์ได้อธิบายความหมายของอายะฮ์นี้ว่า “นางเป็นสาวแล้ว มีระดูและอยู่ในโบสถ์ไม่ได้ นางจึงปลีกตนเองไป….” ซุบฮานัลลอฮ์ พวกเขาตีความหมายขัดกับสภาพความเป็นจริงของสตรีเพศ เพราะมันจะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อนางมีระดู นางได้ปลีกตัวออกไปเพื่อตั้งครรภ์ ซึ่งในอายะฮ์ต่อ ๆไป ได้ระบุไว้ หรือว่าการตีความของพวกเขา ต้องการให้ตรงกับความเชื่อมั่นของพวกเขาที่ว่า นางมัรยัมมีสามีชื่อโยเซฟ ซึ่งเป็นบิดาของท่านนะบีอีซา

17. แล้วนางได้ใช้ม่านกั้นให้ห่างพ้นจากพวกเขาแล้วเราได้ส่งวิญญาณของเรา (ญิบรีล) ไปยังนางแล้วเขาได้จำแลงตนแก่นาง ให้เป็นชายอย่างสมบูรณ์(*1*)

(1)  อิบนุอับบาสอธิบายว่า ญิบบรีลได้จำแลงตนมาในรูปของชายหนุ่ม หน้าตาขาว ผมหยิก มีร่างกายครบถ้วนสมบูรณ์

18. นางกล่าวว่า “แท้จริงฉันขอความคุ้มครองต่อพระผู้ทรงกรุณาปรานีให้พ้นจากท่าน หากท่านเป็นผู้ยำเกรง”(*1*)

(1)  เมื่อนางเห็นเขาก็รู้สึกตกใจ กลัวว่าเขาจะประสงค์ร้ายต่อนาง นางจึงขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ์

19. เขา (ญิบรีล) กล่าวว่า “แท้จริงฉันเป็นเพียงฑูตแห่งพระเจ้าของเธอ เพื่อฉันจะให้ลูกชายผู้บริสุทธิ์แก่เธอ”(*1*)

(1)  เมื่อญิบรีลเห็นนางมีความกลัว จึงบอกความจริงแก่นาง

20. นางกล่าวว่า “ฉันจะมีลูกได้อย่างไร(*1*) ทั้ง ๆ ที่ไม่มีชายใดมาแตะต้องฉันเลย และฉันก็มิได้เป็นหญิงชั่ว”

(1)  คือลูกคนนี้จะเกิดจากฉันในสภาพอย่างไร

[1] [ 2] [ 3] [ 4] [ 5] [ Next]


Designed & Developed By Thai Islamic Global Net Team
Copyright (C) 2008 Alquran-Thai.Com All Rights Reserved