ซูเราะฮฺ        อายะหฺ   
         เลือกซูเราะฮฺ และ/หรืออายะหฺ ที่ต้องการ
คำ,วลี,ข้อความ   
         กรุณาป้อน คำ, วลี หรือบางส่วนของข้อความ ที่ต้องการค้นหา


17. ซูเราะฮฺ อัลอิสรออฺ (Al-Israa)


1. มหาบริสุทธิ์ผู้ทรงนำบ่าวของพระองค์เดินทางในเวลากลางคืน จากมัสยิดอัลหะรอมไปยังมัสยิดอัลอักซอ(*1*) ซึ่งบริเวณรอบมันเราได้ให้ความจำเริญ เพื่อเราจะให้เขาเห็นบางอย่างจากสัญญาณต่างๆของเรา แท้จริง พระองค์คือผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงเห็น

(1)  ท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮ อะลัยฮิวะซัลลัม เดินทางจากมัสญิดอัลหะรอมในนครมักกะฮ ถึงมัสญิดอัลอักซอในนครเยรูซาเล็ม เพียงช่วงหนึ่งของกลางคืน ทั้งๆที่ระยะเวลาเดินทางโดยกองคาราวานจะใช้เวลาถึง 40 วัน การเดินทางในเวลากลางคืน(อัลอิสรออ)ของท่านนะบี ศ็อลลัลอฮอะลัยฮิวะซัลลัมได้เกิดขึ้นทั้งวิญญาณและเรือนร่างของท่าน ขณะที่ท่านตื่นนอนมีสติสัมปชัญญะ มิใช่เป็นความฝันตามความคิดเห็นของคนบางคน พวกปฏิเสธซุนนะฮที่ไม่ยอมเชื่อหะดีษเกี่ยวกับเหตุการณ์อิสรออและเมียะรอจญ์ มีสภาพเช่นเดียวกับพวกปฏิเสธศรัทธา(กุฟฟาร) ที่กล่าวหาท่านนะบีว่าพูดเท็จ ทั้งๆที่ท่านร่อซูลได้ยืนยันให้พวกเขาทราบว่า อัลลอฮทรงให้ท่านเดินทางไปในเวลากลางคืนจากมัสยิดอัลหะรอมไปยังมัสยิดอัลอักซอ จากนั้นทรงท่านขึ้นสู่เบื้องบนคือเมียะรอจญ์

2. และเราได้ให้คัมภีร์แก่มูซา(*1*) และเราได้ทำให้มันเป็นทางนำแก่วงศ์วานของอิสรออีลว่าอย่ายึดถือผู้ใดอื่นจากข้าเป็นผู้คุ้มครองอย่างเด็ดขาด

(1)  คัมภัร์เตารอฮ

3. โอ้ เผ่าพันธุ์ของเราได้บรรทุก (ไว้ในเรือ) กับนูหเอ๋ย!(*1*) แท้จริงเขาเป็นบ่าวผู้กตัญญู

(1)  หมายถึงลูกหลานของนะบีนูห

4. และเราได้แจ้งแก่วงศ์วานของอิสรออีลในคัมภีร์ว่า พวกเจ้าจะก่อการเสียหายในแผ่นดินสองครั้ง(*1*) และแน่นอน พวกเจ้าจะโอหังยโสยิ่ง

(1)  คือจะก่อการเสียหายขึ้นในดินแดนปาเลสไตน์และรอบๆเมืองละสองครั้ง อิบนอับบาสกล่าวว่าความเสียหายครั้งแรกคือการฆ๋านะบีซะกะรียา ครั้งที่สองฆ่านะบียะหยา อะลัยฮิมัสสลาม

5. ดังนั้น เมื่อสัญญาหนึ่งในสองครั้งได้มาถึง เราได้ส่งบรรดาบ่าวของเราผู้มีอำนาจเข้มแข็งเข้าครอบครอง(*1*) พวกเจ้า แล้วพวกเขาได้บุกเข้าค้นตามบ้านเรือน(*2*) และมันเป็นสัญญาที่ได้เกิดขึ้นแล้ว

(1)  นักตัฟซีรกล่าวว่าเมื่อวงศ์วานของอิสรออีลได้อนุมัติสิ่งที่หวงห้าม และก่อการนองเลือดขึ้น อัลลอฮ ตะอาลาทรงให้กษัตริย์บุคตันศัรแห่งบาลิโลน เข้ครอบครองกรุงเยรูซาเล็ม วงศ์วานของอิสรออีลถูกฆ่าตายถึง 70,000 คน
(2)  พวกบาบิโลนได้บุกตะลุยตามบ้านเรือน เพื่อฆ่าวงศ์วานอิสรออีลและฉกชิงทรัพย์สมบัติ โดยไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด

6. และเราได้ให้พวกเจ้ากลับมีอำนาจเหนือพวกเขา และเราได้ให้พวกเจ้ามีทรัพย์สินและบุตรหลาน และเราได้ทำให้พวกเจ้ามีรี้พลมากมาย(*1*)

(1)  คือเมื่อพวกอิสรออีลกลับเนื้อกลับตัวขออภัยโทษต่อพระเจ้าของพวกเขาแล้ว พระองค์ก็ทรงให้พวกเขากลับมีอำนาจขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง คือมีทรัพย์สินอละพลเมืองมากขึ้น

7. หากพวกเจ้าทำความดี พวกเจ้าก็ทำเพื่อตัวของเจ้าเอง และหากว่าพวกเจ้าทำความชั่วก็เพื่อตัวเอง(*1*) ดังนั้น เมื่อสัญญาอีกข้อหนึ่งได้มาถึง(*2*)เพื่อพวกเขาก่อความอับอายขายหน้าแก่พวกเจ้า(*3*)และเพื่อเข้าไปในมัสยิดเช่นที่พวกเขาได้เข้าไปแล้วในครั้งแรก และเพื่อทำลายสิ่งที่พวกเขาได้ชัยชนะอย่างหมดสิ้น

(1)  หมายถึงการทำความดีก็มิได้ให้คุณแก่พระองค์ และการทำชั่วก็มิได้ให้โทษแก่พระองค์เช่นกัน ทั้งคุณและโทษนั้นกลับไปหาตัวของพวกท่านเอง
(2)  การก่อการเสียหายครั้งที่สองคือ การฆ่านะบียะหยา
(3)  อัลลอฮ ตะอาลา ทรงให้พวกมะญูซีย์จากเปอร์เซียเข้าไปครอบครอง ด้วยการฆ่าและทำลายล้างอย่างสิ้นเชิง

8. หวังว่าพระเจ้าของพวกเจ้าจะทรงเมตตาแก่พวกเจ้า และหากพวกเจ้ากลับมา (ก่อกวน)อีกเราก็โต้กลับ(*1*) และเราได้ให้นรกเป็นที่คุมขังสำหรับผู้ปฏิเสธศรัทธา

(1)  พวกอิสรออีลได้กลับมาทำการก่อการร้ายอีก อัลลอฮ ตะอาลา ทรงให้มุสลิมีนเข้าไปครอบครอง และไล่พวกอิสรออีลออกจากคาบสมุทรอาหรับ แล้วได้กลับมากระทำอีก พระองค์ทรงให้บ่าวของพระองค์เข้าไปมีอำนาจเหนือพวกเขาและเมื่อสงครามโลกครั้งที่สอง ฮิตเลอร์ แห่งเยอรมันนีได้สังหารพวกอิสรออีลนับจำนวนล้านคน ปัจจุบันอิสรออีลได้ก่อกวนสังหารชาวปาเลสไตน์อีก พระองค์จะทรงให้ผู้มีอำนาจเหนือกว่าเข้าไปกวาดล้างอีกเช่นกัน เพื่อให้เป็นไปตามสัญญาของพระองค์

9. แท้จริง อัลกุรอานนี้นำสู่ทางที่เที่ยงตรงยิ่ง และแจ้งข่าวดีแก่บรรดาผู้ศรัทธาที่ประกอบความดีทั้งหลายว่า สำหรับพวกเขานั้นจะได้รับการตอบแทนอันยิ่งใหญ่ (*1*)

(1)  คือสวนสวรรค์อันสุขารมณ์

10. และแท้จริงบรรดาผู้ไม่ศรัทธาต่อโลกหน้านั้น เราได้เตรียมไว้สำหรับพวกเขาแล้วซึ่งการลงโทษอันเจ็บแสบ(*1*)

(1)  คือนรกญะฮันนัมที่มีไฟลุกโชติช่วง

11. และมนุษย์นั้นวิงวอนขอความชั้ว เยี่ยงการวิงวอนขอของเขาเพื่อความดี และมนุษย์นั้นเป็นผู้รีบร้อนเสมอ

12. และเราได้ทำให้กลางคืนและกลางวันเป็นสองสัญญาณ (*1*) ดังนั้น เราทำให้สัญญาณของกลางคืนมืดมน และเราได้ทำให้สัญญาณของกลางวันมีแสงสว่าง เพื่อพวกเจ้าจะได้แสวงหาความโปรดปรานจากพระเจ้าของพวกเจ้า(*2*) และเพื่อพวกเจ้าจะได้รู้จำนวนปีทั้งหลายและการคำนวณและทุกๆสิ่งเราได้แจกแจงมันอย่างละเอียดแล้ว(*3*)

(1)  .สองสัญญาณอันยิ่งใหญ่เป็นการแสดงถึง ความเป็นเอกภาพและเดชานุภาพของอัลลอฮ ตะอาลา
(2)  กลางคืนมืดเพื่อใช้เป็นเวลาพักผ่อน กลางวันมีแสงสว่างเพื่อประกอบธุรกิจในการยังชีพ
(3)  ทุกสิ่งที่มีอยู่ในโลกนี้มิใช่มีขึ้นโดยบังเอิญหรือไร้ประโยชน์ แต่ทว่าได้มีขึ้นโดยกำหนดสภาวะของพระผู้ปรีชาญาณ

13. และมนุษย์ทุกคน เราได้ให้การงานของเขาแขวนติดไว้ที่ติดไว้ที่คอของเขา(*1*) และในวันกิยามะอ เราจะเอาบันทึกออกมาให้เขาพบมันในสภาพที่กางแผ่(*2*)

(1)  มนุษย์นั้นขึ้นอยู่กับการงานของเขา กล่าวคือการงานที่ดีหรือชั่วจะติดตัวเขาไปจนกระทั่งถึงวันชำระบาปบุญคุณโทษ
(2)  บันทึกแห่งผลงานของเขาทั้งดีและชั่ว จะถูกกางแผ่ให้เจ้าของของมันได้เห็น

14. เจ้าจงอ่านบันทึกของเจ้า พอเพียงแก่ตัวเจ้าแล้ววันนี้ที่จะเป็นผู้ชำระของตัวเจ้าเอง(*1*)

(1)  คือเจ้าจะเป็นพยานของตัวเจ้าเอง

15. ผู้ใดได้พบแนวทางที่ถูกต้อง แท้จริงเขาจะอยู่ในทางนั้นเพื่อตัวเขาเอง(*1*) และไม่มีผู้แบกภาระใดที่จะแบกภาระของผู้อื่นได้(*2*)และเรามิเคยลงโทษผู้ใด จนกว่าเราจะแต่งตั้งร่อซูลมา

(1)  ผู้ใดได้พบฮิดายะฮเขาจะอยู่ในแนวทางนั้น และจะได้รับการตอบแทนที่เขาอยู่ในทางฮิดายะฮและผู้ใดหลงคือไม่ยอมรับแสงสว่างแห่งการฮิดายะฮ เขาก็จะได้รับโทษในการฝ่าฝืนและการหลงทางของเขา
(2)  แบกภาระหมายถึงแบกความผิดหรือโทษ

16. และเมื่อเราปรารถนาที่จะทำลายหมู่บ้านใด เราได้บัญชาให้พวกฟุ่มเฟือยของมัน แล้วพวกเขาก็ฝ่าฝืน(*1*)ดังนั้น พระดำรัส(การลงโทษ)สมควรแล้วแก่มัน ฉะนั้นเราจะได้ทำลายมันอย่างพินาศ

(1)  คือพระองค์จะบัญชาให้พวกฟุ่มเฟือยเจ้าสำราญหรือบรรดาหัวหน้า ให้จงรักภักดีปฏิบัติตามโองการต่างๆผ่านทางร่อซูลของพระองค์ แล้วพวกเขาก็ไม่ยอมปฏิบัติตามคำบัญชาของพระองค์ เมื่อนั้นแหละพระองค์ก็จะเอาโทษพวกเขา ซึ่งเป็นการลงโทษที่สาสม

17. และกี่ศตวรรษแล้วหลังจากนูหที่เราได้ทำลาย(*1*)และพอเพียงกับพระเจ้าของเจ้าผู้ทรงรอบรู้ ทรงเห็นความผิดของปวงบ่าวของพระองค์

(1)  คือประชาชาติที่ปฏิเสธศรัทธาต่อบรรดาร่อซูลหลังจากนูห เช่น ชนชาติอ๊าด ษะมูดและฟิรเอาน อิบนกะษีรกล่าวว่าในโองการเป็นการเตือนพวกกุฟฟารกุเรช

18. ผู้ใดปรารถนาชีวิตชั่วคราว (ในโลกนี้) เราก็จะเร่งให้เขาได้รับมัน ตามที่เราประสงค์แก่ผู้ที่เราปรารถนา(*1*)แล้วเราได้เตรียมนรกไว้สำหรับเขา เขาจะเข้าไปอย่างถูกเหยียดหยามถูกขับไส

(1)  ผู้ใดมีความห่วงใยแต่ในเรื่องของโลกนี้ อัลลอฮ ตะอาลา จะเร่งเขาได้ตามที่พระองค์ทรงประสงค์ มิใช่ตามความปรารถนาของเขา

19. และผู้ใดปรารถนาปรโลก และขวนขวายเพื่อมันอย่างจริงจัง โดยที่เขาเป็นผู้ศรัทธาชนเหล่านั้น การขวนขวายของพวกเขาจะได้รับการชมเชย(*1*)

(1)  ชนเหล่านี้ซึ่งรวมไว้ด้วยคุณลักษณะอันน่าสรรเสริญคือ ความบริสุทธิ์ใจ ประกอบการงานที่ดี และมีศรัทธาแน่นอนการงานของเขาจะถูกตอบรับ ณ ที่อัลลอฮอย่างดีที่สุด และได้รับการตอบแทนที่ดีด้วย

20. ทั้งหมด เราช่วยเขาเหล่านี้และเขาเหล่าโน้น จากการประทานให้ของพระเจ้าของเจ้า และการประทานให้ของพระเจ้าของเจ้านั้นมิถูกห้าม (แก่ผู้ใด)(*1*)

(1)  คือแต่ละฝ่ายในสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งที่ปรารถนาเรื่องของโลกดุนยา อีกฝ่ายหนึ่งปรารถนาเรื่องของโลกอาคิเราะฮ อัลลอฮ ตะอาลา จะทรงประทานให้ทั้งสองฝ่ายอย่างกว้างขวาง เป็นความโปรดปรานและความดีงามจากพระองค์พระองค์ทรงประทานริซกีให้แก่ มุอมิน กาฟิร ผู้จงรักภักดีต่อพระองค์และผู้ที่ปฏิเสธดื้อดึง

[1] [ 2] [ 3] [ 4] [ 5] [ 6] [ Next]


Designed & Developed By Thai Islamic Global Net Team
Copyright (C) 2008 Alquran-Thai.Com All Rights Reserved