ซูเราะฮฺ        อายะหฺ   
         เลือกซูเราะฮฺ และ/หรืออายะหฺ ที่ต้องการ
คำ,วลี,ข้อความ   
         กรุณาป้อน คำ, วลี หรือบางส่วนของข้อความ ที่ต้องการค้นหา

 
ความหมายโดยสรุปของ ซูเราะฮฺ อัซซูรอ (Ash-shura)
 

เป็นบัญญัติมักกียะฮฺ มี 53 อายะฮฺ

ซูเราะฮฺนี้เป็นซูเราะฮฺมักกียะฮฺ เรื่องของซูเราะฮฺเช่นเดียวกับเรื่องของซูเราะฮฺมักกียะฮฺอื่น ๆ ที่ให้ความสนใจทางด้านหลักอะกีดะฮฺอิสลามียะฮฺ เช่น การให้ความเป็นเอกภาพ สาส์น การฟื้นคืนชีพ และการตอบแทน แก่นสำคัญที่ซูเราะฮฺนี้กล่าวถึงก็คือ การวะฮียฺ และสาส์น ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของซูเราะฮฺ

ซูเราะฮฺเริ่มด้วยการกำหนดแหล่งที่มาของอัลวะฮียฺ และแหล่งที่มาของสาส์น อัลลอฮฺพระเจ้าแห่งสากลโลก คือ ผู้ประทานวะฮียฺให้แก่บรรดานะบี และบรรดาร่อซูล พระองค์คือผู้ทรงคัดเลือกผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์จากปวงบ่าวของพระองค์ เพื่อทำหน้าที่เผยแผ่สาส์นของพระองค์ เพื่อที่จะนำมนุษยชาติออกจากความมืดมนแห่งการตั้งภาคี (ชิริก) และการหลงทางไปสู่รัศมีแห่งแนวทางที่ถูกต้อง (ฮายะฮฺ) และการศรัทธา (อีมาน)

ต่อมาซูเราะฮฺได้เปิดเผยถึงสภาพของพวกมุชริกีนบางคน และการกล่าวอ้างของพวกเขาแก่อัลลอฮฺว่ามีบุตรจนกระทั้งบรรดาชั้นฟ้าเกือบที่พังทลายลงมาอันเนื่องจากคำกล่าวอ้างของพวกเขา ขณะที่พวกมุชริกีนเหล่านั้นกำลังเซ่อซ่าอยู่ในการหลงทางของพวกเขา มะลาอิกะฮฺที่อยู่บนฟากฟ้าต่างก็มุ่งมั่นอยู่ในการแซ่ซ้องสดีด้วยการสรรเสริญต่ออัลลอฮฺ ทั้งนี้เพื่อเป็นการเปรียบเทียบระหว่างการปฏิเสธศรัทธาและการฝ่าฝืนของมนุษย์บนหน้าแผ่นดิน กับการศรัทธาของมะลาอิกะฮฺ และการยอมจำนนต่อพระผู้เป็นเจ้าของพวกเขา

ซูเราะฮฺได้หวนกลับมากล่าวถึงข้อเท็จจริงของการวะฮียฺและสาส์นอีก โดยกำหนดว่าศาสนานั้นเป็นหนึ่งเดียว อัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงส่งบรรดาร่อซูลทั้งมวลมาพร้อมด้วยศาสนานั้น และว่าบทบัญญัติของบรรดานะบีนั้นถึงแม้ว่าจะแตกต่างกัน แต่ว่าศาสนาของพวกเขาเป็นหนึ่งเดียวคืออัลอิสลาม ซึ่งพระองค์ทรงส่งมาให้แก่นูหฺ มูซา อีซา และบรรดาร่อซูลผู้ทรงเกียรติ “พระองค์ได้ทรงกำหนดศาสนาแก่พวกเจ้าเช่นเดียวกับที่พระองค์ได้ทรงบัญชาแก่นูหฺ และที่เราได้วะฮียฺแก่เจ้าก็เช่นเดียวกับที่เราได้บัญชาแก่อิบรอฮีมและมูซา และอีซา...”

ซูเราะฮฺได้เปลี่ยนมากล่าวถึงเรื่องของบรรดาผู้ปฏิเสธอัลกุรอาน บรรดาผู้ปฏิเสธการฟื้นชีพและการตอบแทน และได้กล่าวเตือนพวกเขาถึงการลงโทษอันหนักหน่วงในวันที่ผมจะเปลี่ยนเป็นสีขาวและจิตใจจะไม่อยู่กับตัวเพราะความกลัว ขณะที่พวกเขาอยู่ในโลกดุนยานั้นพวกเขาเยาะเย้ยเหยียดหยาม และเร่งเร้าถึงยามอวสาน

หลังจากซูเราะฮฺได้กล่าวถึงหลักฐานต่าง ๆ ของการอีมานซึ่งเป็นที่ประจักษ์อยู่นี้ อันนับได้ว่าเป็นร่องรอยแห่งการกระทำอันมากหลายของอัลลอฮฺ ความปรีชาญาณและเดชานุภาพของพระองค์แล้ว ซูเราะฮฺได้เรียกร้องเชิญชวนมนุษย์ให้ตอบรับการดะอฺวะฮฺของอัลลอฮฺ ด้วยการปฏิบัติตามและยอมจำนนต่อการตัดสินของพระองค์ก่อนที่วันแห่งความยากลำบากจะมาจู่โจมพวกเขา ซึ่งทรัพย์สมบัติก็ดี ญาติสนิทก็ดีจะไม่อำนวยประโยชน์แต่ประการใด “จงตอบรับการเรียกร้องของพระเจ้าของพวกเจ้าเถิด ก่อนที่วันหนึ่งจะมาถึง ซึ่งจะไม่มีทางหลีกเลี่ยงไปจากอัลลอฮฺได้”

ซูเราะฮฺได้จบลงด้วยการกล่าวถึงอัลวะฮียฺ และอัลกุรอาน เช่นเดียวกับที่ได้เริ่มไว้ในตอนต้นของซูเราะฮฺ ทั้งนี้เพื่อให้คำกล่าวสอดคล้องกันในตอนต้นและตอนจบ “และเช่นนั้นแหละเราได้วะฮียฺแก่เจ้าตามบัญชาของรา เจ้าไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า อะไรคือคัมภีร์ และอะไรคือการศรัทธา…"

ชื่อของซูเราะฮฺ

ซูเราะฮฺอัชชูรอ ถูกขนามนามเช่นนี้เพื่อเป็นการชี้แนะถึงสถานะของการปรึกษาหารือในอิสลาม และเป็นการสั่งสอนให้บรรดามุอฺมินผู้ศรัทธาให้ดำเนินชีวิตของพวกเขาอยู่บนแนวทางที่ดีเด่น และสมบูรณ์ยิ่งคือ “ แนวทางแห่งการปรึกษาหารือ (อัชชูรอ)” เนื่องเพราะแนวทางนี้เป็นแนวทางที่ยิ่งใหญ่และมีคุณค่าในการดำเนินชีวิตของบุคคลและสังคม ดังที่พระองค์ได้ตรัสไว้ว่า “และกิจการของพวกเขามีการปรึกษาหารือระหว่างพวกเขา”

 



Designed & Developed By Thai Islamic Global Net Team
Copyright (C) 2008 Alquran-Thai.Com All Rights Reserved